เกษตรกรผู้เพาะพันธุ์หมูในฮังการีกำลังดิ้นรนอย่างหนักเพื่อพยุงธุรกิจของตัวเอง ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ส่งผลให้พวกเขาต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ผลพวงจากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งในยุโรป ทำให้ข้าวโพด และข้าวสาลีได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนทำให้ราคาอาหารสัตว์พุ่งสูงขึ้น
ขณะที่เจ้าของฟาร์มเลี้ยงหมูแห่งหนึ่งทางตะวันออกของฮังการี ซึ่งเลี้ยงหมูไว้ 2,000 ตัวระบุว่า ราคาข้าวโพด และข้าวสาลีในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากปีที่แล้ว
ขณะที่ต้นทุนด้านพลังงานและค่ารถที่ต้องใช้ในทางการแพทย์ก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน
เจ้าของฟาร์มบอกว่า ได้ขึ้นราคาไปแล้วประมาณ 20-25 % แต่ว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องก็สร้างความลำบากให้กับเกษตรกร เพราะมันยากมากขึ้นราคาส่งต่อไปยังผู้บริโภค และหากราคาสูงขึ้นมากเกินไป ก็ไม่มีใครซื้อ
ทั้งนี้ราคาอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นได้เริ่มส่งผลกระทบต่อการบริโภคของผู้คน โดยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบยอดขายอาหารลดลง 5.6 % เนื่องจากครอบครัวต่างๆต้องเผชิญกับราคาเนื้อสัตว์ และปลาที่เพิ่มขึ้นกว่า 34 % เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
สำหรับราคาอาหารในฮังการีเมื่อเดือนตุลาคมพุ่งสูงขึ้นถึง 45.2 % เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยข้อมูลของยูโรสแตทแสดงให้เห็นว่า ในบรรดา 10 ประเทศในยุโรปตะวันออกเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อในราคาอาหารมากกว่า 20 %
แม้ว่ามีสัญญาณบ่งชี้ว่า อัตราเงินเฟ้อโดยทั่วไปอาจแตะจุดสูงสุดในบางประเทศ แต่ราคาอาหารยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก และกดดันค่าครองชีพของผู้คนอย่างรุนแรง
คุม 1 ในแก๊งโจรปล้นทองเมืองตากทำแผนฯ เร่งล่าคนร้ายอีก 2 คนที่ยังหลบหนี