นายดมิทรี เพสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย ยืนยันว่ากองทัพรัสเซียพร้อมโจมตีระบบต่อต้านขีปนาวุธแพทริออตทันที เนื่องจากเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมในสมรภูมิยูเครน โดยสื่อสหรัฐฯ รายงานว่าในวันนี้ (15ธ.ค.) รัฐบาลของประธานาธิบดี โจ ไบเดน อาจประกาศส่งมอบระบบขีปนาวุธแพทริอออตให้กับยูเครน
ความเห็นของ เพสคอฟ ยังสอดคล้องกับคำพูดของ นาย ดมิทรี เมดเวเดฟ รองประธานสภาความมั่นคงรัสเซีย ที่เตือนว่าระบบขีปนาวุธจากสหรัฐฯ หรือพันธมิตรชาติตะวันตกและเจ้าหน้าที่ประจำเครื่องจะเป็นเป้าหมายอันชอบธรรมของกองทัพรัสเซีย
อย่างไรก็ตาม เพสคอฟ ระบุว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปสำหรับการสรุปว่าสหรัฐฯ จะส่งระบบต่อต้านขีปนาวุธแพทริออตให้กับยูเครน ส่วนกรณีที่ ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนเรียกร้องให้รัสเซียเริ่มการถอนทหารก่อนถึงวันคริสต์มาส เพื่อเป็นก้าวแรกในการเปิดการเจรจาสันติภาพระหว่างสองประเทศ แต่เพสคอฟ ยืนยันการหยุดยิงช่วงคริสต์มาสไม่อยู่ในแผนการ และรัฐบาลรัสเซียไม่เคยได้รับข้อเสนอดังกล่าว
เพสคอฟ ยังวิจารณ์ ว่าการที่ยูเครนยังคงเดินหน้าขอความสนับสนุนจากกลุ่มชาติอุสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ จี 7 ทั้งทางด้านการทหาร และ การคว่ำบาตรรัสเซีย สะท้อนความต้องการให้สถานการณ์รุนแรงดำเนินต่อไป
โดยเมื่อวานนี้ กองทัพยูเครน ระบุว่าสามารถยิงโดรน 13 ลำตก หลังรัสเซียเปิดฉากโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ที่กรุงเคียฟเมืองหลวงเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ แต่ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว โดยบรรยากาศพื้นที่ส่วนใหญ่ในกรุงเคียฟอยู่ในความสงบ หลังจากถูกรัสเซียส่งโดรนกามิกาเซ่มาโจมตีตอนช่วงเช้าวันนี้ ก่อนถึงเวลาทำงาน และดูเหมือนความเสียหายจำกัด
ขณะเดียวกัน วิตาลี คลิทช์เชนโก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ เผยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของกรุงเคียฟ สามารถยิงสกัดโดรนกามิกาเซ่ชาเฮด-136 ( ‘Shahed-136) ที่ผลิตโดยอิหร่านไปได้ 10 ลำ การส่งโดรนกามิกาเซ่มาโจมตีกรุงเคียฟในวันนี้ มีขึ้นหลังมีรายงานข่าวว่า รัสเซียได้รับโดรนจากอิหร่านที่ส่งมาให้รัสเซียเพิ่มเติม ในขณะที่โดรนของรัสเซียในสต๊อกก่อนหน้าได้ใช้หมดแล้ว
ขณะเดียวกันทางการยูเครนยัง เปิดเผยว่า ประธานาธิบดี เซเลนสกี ได้หารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพยูเครน ถึงแผนการด้านความมั่นคงบริเวณพรมแดน หลังจากเบลารุสประกาศเพิ่มความพร้อมด้านการรบทางตอนใต้ของประเทศ โดยรัสเซียเคยใช้เบลารุสเป็นฐานปล่อยจรวดในการรุกรานยูเครนมาแล้ว
นอกจากนี้ ยูเครนเผยว่าได้เจรจาจนทางรัสเซียยอมปล่อยตัว ซูเอดี มูเรเคซี พลเมืองสหรัฐฯ เช่นเดียวกับกำลังพลยูเครน 64 นาย ในการแลกเปลี่ยนตัวเชลยศึกล่าสุดกับทางกองกำลังรัสเซีย โดยสำนักข่าว “ทาสส์นิวส์” สื่อมวลชนแห่งรัฐบาลรัสเซีย รายงานก่อนหน้านี้ว่า มูเรเคซี ถูกจับในแคว้นโดเนตสก์ ทางภาคตะวันออกของยูเครน ในเดือนมิถุนายน และถูกตั้งข้อหาเข้าร่วมประท้วงต่อต้านรัสเซีย
ขณะที่ จูเลียแอนน์ สมิธ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ระบุว่า คลังอาวุธและเครื่องกระสุนของชาติสมาชิกเกือบทั้งหมดกำลังร่อยหรอลง เนื่องจากต้องจัดสรรปริมาณอาวุธจำนวนมากไปช่วยยูเครน โดยสมิธ ได้ยกตัวอย่างประเทศเอสโตเนีย ซึ่งมอบความช่วยเหลือปริมาณมากแก่ยูเครน และเวลานี้กำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนอย่างแท้จริง ซึ่งสถานการณ์แบบเดียวกันนี้ยังกเกิดขึ้นกับหลายประเทศของนาโต
ความเห็นล่าสุดของ สมิธ มีขึ้นในขณะที่สหรัฐฯ นาโต และสหภาพยุโรป หรือ EU เรียกร้องภาคอุตสาหกรรมทหารของชาติตะวันตก ยกระดับกำลังผลิตเพื่อรับมือกับภาวะขาดแคลนดังกล่าว