"ยูเครน"ไม่กลัวรัสเซีย ฉลองคริสต์มาสท่ามกลางการโจมตี

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สงครามในยูเครนดำเนินมาครบ 300 วันแล้ว ตอนนี้มีความเคลื่อนไหวที่หลายฝ่ายกำลังจับตามอง นั่นคือ บทบาทของเบลารุส ว่าจะเข้ามาช่วยรัสเซียในการทำสงครามครั้งนี้หรือไม่

หลังจากที่เมื่อวานนี้ ( 19 ธ.ค.) ผู้นำรัสเซียได้เดินทางไปพบกับพันธมิตรเพียงหนึ่งเดียว อย่างผู้นำเบลารุส พร้อมกับลงนามความร่วมมือทางการทหารครั้งใหญ่ จนหลายฝ่ายประเมินว่านี่คือสัญญาณเตือนของการรุกคืบระลอกใหม่

อย่างไรก็ดี แม้จะมีสัญญาณอันตรายเกิดขึ้น แต่ทั้งประชาชนและรัฐบาลยูเครนยืนยันว่าพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ละทิ้งการเฉลิมฉลองเทศกาลสำคัญประจำปี อย่างเทศกาลคริสต์มาส

ภาพเทศกาลคริสต์มาสของกรุงเคียฟในปีนี้ ต้นคริสต์มาสสูงตระหง่านประดับประดาด้วยไฟสีน้ำเงินและเหลือง ท่ามกลางบรรยากาศโดยรอบที่มืดมิด บนยอดประดับด้วยตรีศูลสีทองอร่าม ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสีและสัญลักษณ์ประจำชาติยูเครน

ต้นคริสต์มาสนี้ถูกจัดแสดงขึ้นท่ามกลางปัญหาการขาดแคลนพลังงาน หลังจากถูกรัสเซียโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างหนัก โดยไฟฟ้าที่ใช้มาจากเครื่องปั่นไฟสำรอง

วิตาลี คลิตเชนโก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟให้สัมภาษณ์ว่า ทางการหารือกันอยู่นานว่าตกแต่งต้นคริสต์มาสดังกล่าวหรือไม่ จนในที่สุดก็ได้ข้อสรุปร่วมกันว่าควรมีการตกแต่งต้นคริสต์มาสนี้ เพื่อให้ศัตรูเห็นว่าไม่สามารถขโมยความสวยงามของเทศกาลไปจากยูเครนได้

นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟเรียกต้นไม้นี้ว่า "ต้นคริสต์มาสแห่งความคงกระพัน" เพราะทางยูเครนต้องการแสดงให้เห็นว่าชาวยูเครนจะไม่มีวันตาย แม้ว่าจะเจอกับความท้าทายใหญ่จากการโจมตีของรัสเซียอยู่ตอนนี้

ด้านประชาชนชาวยูเครนบอกว่า ต้นคริสต์มาสนี้เป็นความสุขเล็ก ๆ ของชาวยูเครนและรัสเซียจะไม่มีวันพรากความสุขของเทศกาลไปจากชาวยูเครนได้

ภาพการเฉลิมฉลองคริสต์มาสในกรุงเคียฟ เกิดขึ้นหลังจากการการโจมตีทางอากาศของฝั่งรัสเซียอย่างต่อเนื่องเมื่อช่วงเช้ามืดของเมื่อวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น

เมื่อวานนี้ทางการยูเครนรายงานว่า รัสเซียได้โดรนพลีชีพ ซึ่งคาดว่าเป็นโดรนของอิหร่านประมาณ 20 ลำ พุ่งเป้าเข้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ

ทางการยูเครนรายงานว่า โดรน 15 ลำถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศยิงสกัดเอาไว้ได้ แต่อีก 5 ลำสามารถหลุดรอดไปได้และพุ่งเป้าเข้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้นานกว่า 3 ชั่วโมง และต้องใช้เจ้าหน้าที่ถึง 43 คนในการควบคุมเพลิง

นอกจากโครงสร้างพื้นฐานสำคัญแล้ว การโจมตีของรัสเซียด้วยโดรนในครั้งนี้ยังสร้างความเสียหายให้แก่บ้านเรือนของประชาชนด้วยเช่นกัน โดยโดรนลำดังกล่าวได้ไปโจมตีหมู่บ้านแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของกรุงเคียฟ

ผลจากการโจมตีดังกล่าวทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บบาดเจ็บ 2 รายและบ้านเรือนได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดและเพลิงที่ลุกไหม้

หลังจากที่เกิดการโจมตีกรุงเคียฟได้ไม่นาน เมื่อวานนี้ก็มีอีกหนึ่งสัญญาณที่หลายฝ่ายกำลังให้ความสนใจออกมา เพราะอาจเกี่ยวข้องกับอนาคตของสงครามในยูเครนด้วย

เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีปูตินของรัสเซีย พร้อมด้วยเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางไปยังกรุงมินสก์ ประเทศเบลารุส เพื่อเข้าพบกับประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก

โดยการเดินทางไปเยือนเบลารุสที่เกิดขึ้นถือเป็นการเดินทางไปเยือนเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีของประธานาธิบดีปูติน นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19

หลังจากที่เดินทางไปถึง บรรดาผู้นำและผู้แทนของทั้งสองชาติก็เริ่มการเจรจา โดยในช่วงพิธีเปิด ผู้นำรัสเซียและผู้นำเบลารุสได้พูดถึงประเด็นด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก โดยระบุว่าความร่วมมือด้านเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศเป็นไปได้ด้วยดี

หลังจากนั้นผู้นำและผู้แทนของทั้งสองชาติได้หารือร่วมกันในประเด็นอื่นๆ อยู่หลายชั่วโมง ก่อนที่ทั้งประธานาธิบดีปูตินและประธานาธิบดีลูคาเชนโก จะออกมาแถลงข่าวร่วมกันว่า ทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันในการยืนหยัดต่อต้านมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก

นอกจากนี้ ในระหว่างการแถลงข่าวผู้นำรัสเซียยังระบุว่า ทั้งสองประเทศตกลงที่จะคงมาตรการร่วมกันทุกมาตรการที่จำเป็นไว้ เพื่อรับประกันความปลอดภัยของทั้งสองประเทศ ตลอดจนตกลงที่ซ้อมรบและทำกิจกรรมทางการทหารร่วมกันต่อไป

การแถลงของผู้นำรัสเซียที่บอกว่าจะยกระดับความมั่นคงและฝึกซ้อมรบต่อ ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า รัสเซียกำลังจะดึงเบลารุสให้เข้ามีส่วนร่วมในสงครามยูเครนอย่างเต็มตัวหรือไม่ เพราะเมื่อดูจากรูปแบบของการไปเยือนไม่ใช่การไปเป็นเยือนแบบระดับผู้นำรัฐเพียงอย่างเดียว แต่มีคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไปด้วย

นอกจากนี้ เมื่อดูจากที่ตั้งเบลารุสก็จะพบว่า มีความเป็นไปได้ที่รัสเซียอาจต้องการให้เบลารุสมาเข้าร่วมสงครามแบบเต็มตัว เพราะเบลารุสมีชายแดนติดกับยูเครน โดยพื้นที่ชายแดนดังกล่าวอยู่ห่างจากกรุงเคียฟออกมาเพียง 80-150 กิโลเมตร ซึ่งใช้เวลาขับรถแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น

หากรัสเซียต้องการบุกกรุงเคียฟอีกรอบก็เพียงแค่ร่วมมือกับเบลารุส และบุกกรุงเคียฟผ่านเส้นทางดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งสัญญาณที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการดึงเบลารุสมาเข้าร่วมสงครามในยูเครน คือ การปล่อยภาพการซ้อมรบร่วมกันอย่างต่อเนื่องของรัสเซียและเบลารุสออกมาเกือบทุกวัน ซึ่งเหมือนกับในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนที่รัสเซียจะเข้ารุกรานยูเครน

อีกคำถามหนึ่งที่ต้องติดตาม หากเบลารุสตัดสินใจเข้าร่วมสงครามยูเครนเพื่อช่วยรัสเซียคือ เบลารุสมีศักยภาพทางการทหารมากน้อยเพียงใด และมียุทโธปกรณ์อะไรบ้าง

นักวิเคราะห์มองว่า กองทัพเบลารุสไม่มีความสามารถพอที่จะเปลี่ยนแปลงทิศทางของสงครามในยูเครนได้ เพราะตัวกองทัพมีขนาดเล็กเกินไป

ตอนนี้เบลารุสมีทหารประจำการอยู่ราว 45,000 นาย แต่ในจำนวนนี้มีที่พร้อมรบในสนามรบเพียง 15,000 นายเท่านั้น ส่วนอีก 30,000 นาย มีประสิทธิภาพการรบไม่ต่างจากทหารเกณฑ์ใหม่ของรัสเซีย

ส่วนยุทโธปกรณ์นั้น เบลารุสก็มีจำนวนไม่มาก โดยมีรถถังเพียง 601 คัน ยานยนต์หุ้มเกราะ 1,510 คัน เฮลิคอปเตอร์จู่โจม 21 ลำ ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่าของยูเครนเกือบหนึ่งเท่าตัว

นักวิเคราะห์บางรายระบุว่า ถ้าพิจารณาจากศักยภาพที่เบลารุสมีอยู่ในตอนนี้ไม่ว่าจะด้านกำลังพลหรืออาวุธ และศักยภาพทางการทหาร รวมถึงการป้องกันของยูเครนในตอนนี้ จะพบว่า เบลารุสแทบไม่มีความพร้อมในการเข้าสู่สงครามเลย

หากเบลารุสเข้าสู่สงครามจะเปรียบเสมือนการนำกำลังของตนเองไปทิ้งในสนามรบ ไม่ต่างจากที่เกิดขึ้นกับกองทัพรัสเซียในตอนนี้

เมื่อวานนี้ ริชี ซูนัค ผู้นำสหราชอาณาจักรได้เดินทางเยือนกรุงริกา ประเทศลัตเวีย เพื่อหารือกับผู้นำเนเธอร์เเลนด์ รวมถึงกลุ่มประเทศเเถบนอร์ดิกและบอลติก  คือ เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินเเลนด์ ไอซ์แลนด์  ลิทัวเนีย เนเธอร์เเลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน

โดยนายกฯ สหราชอาณาจักร ได้เรียกร้องให้ผู้นำประเทศที่ร่วมหารือสนับสนุนยูเครนในปีหน้าในระดับเทียบเท่าหรือมากกว่าปีนี้  ก่อนสัญญาว่ารัฐบาลสหราชอาณาจักร จะมอบความช่วยเหลือมากว่า 2,300 ล้านปอนด์ หรือราว 1 แสนล้านบาท ให้แก่ยูเครน

ขณะเดียวกันผู้นำชาติต่าง ๆ ก็ได้ให้สัญญาไปในทิศทางเดียวกันว่าจะร่วมสนับสนุนและสู้กับยูเครนไปตลอดจนกว่าสงครามจะจบลง

นอกจากประเด็นเรื่องความช่วยเหลือแล้ว อีกประเด็นหนึ่งที่ถูกพูดถึงคือ เรื่องการเจรจาหรือการขอหยุดยิงเพียงฝ่ายเดียวของรัสเซีย เพราะชาติตะวันตกเชื่อว่านี่อาจเป็นแผนลวงของทางฝั่งรัสเซียเพื่อซื้อเวลาในการกลับไปสะสมและรวมพลเพื่อเตรียมบุกยูเครนรอบใหม่

ขณะเดียวนายกฯ สหราชอาณาจักรกล่าวเสริมจากประเด็นดังกล่าวว่า ชาติตะวันตกควรมุ่งเป้าไปที่การลดศักยภาพของรัสเซียในการระดมพลและสรรพวุธต่าง ๆ เพื่อไม่ให้สามารถบุกยูเครนเพิ่มได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ