เมื่อคืนที่ผ่านมา ( 21 ธ.ค.) ตามเวลาประเทศไทย โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เดินทางถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และเข้าพบกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ และจิล ไบเดน สุภาพสตรีหมายเลข 1
ก่อนที่ผู้นำสหรัฐฯ และยูเครนจะหารือกันที่ห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว (Oval Office) ในระหว่างการหารือ ประธานาธิบดีไบเดน ได้ยกย่องความกล้าหาญของชาวยูเครนที่ยืนหยัดต่อสู้กับการรุกรานอันโหดร้ายจากวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่มุ่งโจมตีเป้าหมายที่เป็นพลเรือน และใช้ฤดูหนาวนี้เป็นอาวุธในการทำสงคราม
ขณะเดียวก็ยืนยันว่า สหรัฐฯ จะสนับสนุนยูเครนในการต่อสู้เพื่อสันติภาพ หลังจากนั้น ประธานาธิบดีไบเดนได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะให้ความช่วยเหลือทางการทหารเพิ่มเติมแก่ยูเครนคิดเป็นมูลค่ากว่า 1,850 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 64,000 ล้านบาท
ความช่วยเหลือทางการทหารครั้งนี้ นอกจากจะมีกระสุนปืนใหญ่เพิ่มอีกหลายหมื่นลูก จรวด กระสุนรถถัง ปืนครก เครื่องยิงลูกระเบิด และ เสื้อเกราะกันกระสุนแล้ว
สหรัฐฯ ได้ประกาศมอบระบบแพทริออตอย่างเป็นการให้แก่ยูเครน ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ยูเครนต้องการมากที่สุดในการทำสงครามฤดูหนาว
ระบบแพทริออตคืออะไร ทำไมผู้นำยูเครนจึงต้องการมากจนต้องเดินทางไปร้องขอด้วยตนเอง
ขีปนาวุธแพทริออต PATRIOT (Phased Array Tracking Radar to Intercept of Target) หรือ MIM-104 แพทริออต เป็นขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศ ผลิตโดยบริษัทอาวุธสัญชาติอเมริกันที่มีชื่อว่า เรย์ธีออน และล็อกฮีด มาร์ติน ถือเป็นหนึ่งในระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ล้ำหน้ามากที่สุดในบรรดายุทธโธปกรณ์ของกองทัพสหรัฐฯ
เป็นระบบป้องกันขีปนาวุธแบบเคลื่อนที่ได้ ส่วนประกอบสำคัญของระบบคือ แท่นควบคุม แท่นยิงขีปนาวุธ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และเรดาร์
เรดาร์ของระบบแพทริออตมีความซับซ้อนและประสิทธิภาพสูงมาก เป็นเรดาร์ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกว่า A Passive electronically scanned array (AESA) สามารถตรวจจับและสกัดกั้นภัยคุกคามทางอากาศได้เกือบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นขีปนาวุธร่อน ขีปนาวุธวิถีโค้ง รวมถึงเครื่องบินรบ
โดยแพทริออตรุ่นล่าสุดที่ได้รับการปรับปรุงล่าสุดคือ Patriot Advanced Capabilty 3 หรือ PAC 3 ซึ่งระบบเรดาร์ได้รับการพัฒนาจนสามารถตรวจจับและทำลายขีปนาวุธที่ผ่านเข้ามาจากชั้นบรรยากาศได้ด้วย โดยสามารถโจมตีหรือสกัดไปที่เป้าหมายได้โดยตรง ต่างจากแพทริออตก่อนหน้าอย่าง PAC 2 ที่ใช้หัวรบแบบระเบิดกระจาย
สำหรับพิสัยของเรดาร์ องค์การนาโตให้ข้อมูลไว้เมื่อปี 2015 ว่า เรดาร์ของแพตทริออตมีพิสัยไกลกว่า 150 กิโลเมตร
ระบบป้องกันขีปนาวุธแพทริออตถูกนำไปใช้งานครั้งแรกในช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซียในปี 1991 เพื่อปกป้องซาอุดีอาระเบีย คูเวต และอิสราเอล
และจนถึงขณะนี้ บริษัทเรย์ธีออนผลิตระบบแพทริออตมาแล้ว 240 ชุด และถูกกระจายไปใช้งานใน 18 ประเทศ รวมถึงในตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดีอาระเบีย โดยสหรัฐฯ ส่งระบบนี้ให้กับซาอุดิอาระเบียเพื่อใช้ในการป้องกันตัวเองจากการโจมตีของกบฏฮูตีในเยเมน
นอกจากนี้ แพทริออตยังถูกนำไปติดตั้งในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2020 ซึ่งเป็นปีที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก โดยตัวที่ญี่ปุ่นได้คือ PAC 3 (Patriot Advanced Capabilty 3) ซึ่งเป็นแพทริออตรุ่นล่าสุด
หลังจากเกิดสงครามในยูเครน สหรัฐฯ เริ่มทะยอยกระจายแพทริออตเข้าไปในประเทศยุโรป
เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สหรัฐฯ เคลื่อนย้ายระบบแพทริออต 2 ชุดจากฐานทัพในเยอรมนีไปติดตั้งในประเทศโปแลนด์ ซึ่งเป็นชาติสมาชิกนาโตเพื่อเป็นการเตรียมป้องกันรับมือหากสงครามขยายวง
โปแลนด์ถือเป็นด่านหน้าของสงครามในครั้งนี้ เนื่องจากมีพรมแดนทางตะวันออกติดกับยูเครน ส่วนทางตะวันออกเฉียงเหนือติดกับแคว้นคาลินินกราดของรัสเซีย
สำหรับกรณียูเครน ได้มีการร้องขอระบบนี้จากสหรัฐฯมามากกว่าหนึ่งเดือนแล้ว หลังถูกรัสเซียโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างหนัก สหรัฐฯมีท่าทีลังเล ก่อนที่ในที่สุดจะประกาศส่งระบบแพทริออตให้กับยูเครนอย่างเป็นทางการในวันนี้
คำถามคือ ระบบแพทริออตจะถูกส่งถึงยูเครนเมื่อใด จะช่วยยูเครนได้อย่างไร และเป็นความหวังของยูเครนในการเปลี่ยนทิศทางของสงครามได้หรือไม่
ในการทำสงคราม นอกเหนือจากการต้องยันการรุกของรัสเซียจากทางภาคพื้นดินแล้ว ยูเครนยังต้องรับมือจากการโจมตีทางอากาศของรัสเซีย ที่ส่วนใหญ่มาในรูปแบบของการยิงขีปนาวุธจากระยะไกลหรือการส่งโดรนเข้ามาโจมตี
โดยโดรนที่รัสเซียใช้ในช่วงหลังคือ โดรนกามิกาเซ่จากอิหร่านที่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนอย่างหนัก
วิธีการรับมือการการโจมตีลักษณะนี้คือ การมีระบบป้องกันภัยทางอากาศ เพื่อสกัดจับและทำลายขีปนาวุธและโดรนเหล่านั้นก่อนที่จะถึงพื้นและสร้างความเสียหาย
ขณะนี้ยูเครนมีระบบป้องกันภัยทางอากาศอยู่แล้วหลายตัว หนึ่งในนั้นคือ Iris-TSLM จากเยอรมนีจำนวน 1 ระบบ แต่ระยะและรัศมีการปกป้องขีปนาวุธของของ Iris-TSLM ไม่ครอบคลุมทั่วทั้งยูเครน
การได้ระบบแพทริออตมาเสริมจะช่วยทำให้ยูเครนปกป้องโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานได้ดีมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ระบบแพทริออตจะป้องกันชีวิตผู้คนได้ แต่ก็จะเปลี่ยนทิศทางของสงครามไม่ได้มากนัก เพราะคุณสมบัติหลักของเป็นระบบอาวุธป้องกัน แท่นติดตั้งและยิงขีปนาวุธของแพทริออต มีไว้เพื่อสกัดภัยคุกคามเท่านั้น ไม่ใช่ระบบอาวุธโจมตี
นอกจากนี้การใช้ระบบแพทริออตยังเป็นการใช้งบประมาณที่สูงมาก เนื่องจากขีปนาวุธที่ส่งไปสกัดโดรนมีราคาแพงมากกว่าโดรนของอิหร่านหลายเท่าตัว
ถึงแม้รัฐบาลสหรัฐฯ จะตัดสินใจส่งระบบแพทริออตให้ยูเครนแล้ว แต่คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะเคลื่อนย้ายระบบนี้ไปที่ยูเครนได้
เนื่องจากต้องมีการฝึกให้กองกำลังยูเครนใช้ระบบนี้ก่อน โดยการฝึกคาดว่าจะมีขึ้นที่ฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศเยอรมนี
หลังจากที่สหรัฐฯ ตอบรับคำขอ ผู้นำยูเครนก็ได้กล่าวขอบคุณสหรัฐฯ สำหรับความช่วยเหลือในครั้งนี้ ขณะเดียวกัน เขายังได้พูดประเด็นเรื่องจุดยืนสันติภาพของยูเครนด้วย
โดยผู้นำยูเครนระบุว่า ยูเครนต้องการสันติภาพและต้องการให้สงครามในครั้งนี้จบลงโดยเร็วที่สุด และสิ่งที่จะทำให้สันติภาพเกิดขึ้นได้คือ รัสเซียต้องถอนทัพออกไปจากยูเครน และการเจรจาสันติภาพใด ๆ จะต้องไม่แลกมาด้วยเรื่องบูรณภาพทางดินแดน
หลังการพบผู้นำสหรัฐฯ เสร็จสิ้น ประธานาธิบดีเซเลนสกีได้เดินทางไปพบกับแนนซี เพโลซี ประธานสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ก่อนที่จะเข้าร่วมกล่าวสุนทรพจน์ก่อนการประชุมเพื่อพิจารณางบประมาณปลายปีของสภาฯ
ภาพวินาทีที่ผู้นำของยูเครนเดินเข้ามายังห้องประชุมของสภาคองเกรส บรรดาสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ ได้ยืนขึ้นปรบมือต้อนรับผู้นำยูเครน เสียงดังกึกก้อง ก่อนที่ปธน.เซเลนสกีจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์
ผู้นำยูเครนได้กล่าวขอบคุณบรรดาสมาชิกของรัฐสภาที่ให้การสนับสนุนยูเครนตลอดมา และระบุว่า ความช่วยเหลือที่สหรัฐฯ มอบให้แก่ยูเครนนั้นไม่ใช่เงินการกุศล แต่เป็นการลงทุนเพื่อความมั่นคงของโลก และยูเครนหวังว่าสภาสหรัฐฯ จะสนับสนุนยูเครนเช่นนี้ต่อไป
หลังจากการกล่าวสุนทรพจน์เสร็จสิ้นลง สมาชิกสภาคองเกรสก็ได้ปรบมือให้แก่ผู้นำยูเครนอย่างกึกก้อง
อย่างไรก็ดี ในระหว่างที่ทุกคนกำลังปรบมืออยู่นั้น ผู้นำยูเครนก็ได้หยิบธงชาติยูเครนที่มีข้อความและลายเซ็นของทหารขึ้นมากางให้ส.ส. ของสหรัฐฯ ได้ดู
ผู้นำยูเครนกล่าวกับสภาครองเกรสว่า ทหารในแนวรบที่เมืองบัคมุต ซึ่งเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่มีการสู้รบอย่างหนักในตอนนี้ ขอให้เขานำธงผืนนี้มายังรัฐสภาสหรัฐฯ ด้วย และผู้นำยูเครนได้มอบธงผืนดังกล่าวไว้ให้แก่ประธานรัฐสภาสหรัฐฯ
การเดินทางมายังรัฐสภาของสหรัฐฯ ด้วยตนเองของผู้นำยูเครนในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายให้ความสำคัญและติดตาม เพราะเป็นการเยือนที่จะกำหนดอนาคตของสงครามในยูเครนไปอีกอย่างน้อย 6 เดือนหลังจากนี้
การเดินทางมาที่สหรัฐฯในครั้งนี้ของผู้นำยูเครน เกิดขึ้นในขณะที่สมาชิกสภาคองเกรสกำลังลงมติร่างกฎหมายงบประมาณค่าใช้จ่ายรอบสิ้นปีของรัฐบาล ซึ่งในร่างกฎหมายดังกล่าวมีงบประมาณที่ให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ยูเครนมูลค่ากว่า 45,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.57 ล้านล้านบาท รวมอยู่ด้วย
สาเหตุหลักที่ผู้นำยูเครนต้องเดินทางมาเอง เนื่องจากเกิดการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจในสภาคองเกรส หลังจากที่พรรคเดโมเครตสูญเสียการเป็นเสียงข้างมากในสภาล่าง หรือสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งกลางเทอม เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
โดยในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง สมาชิกพรรครีพับลิกันบางคนเคยประกาศว่าจะดำเนินการตรวจสอบงบประมาณในการช่วยเหลือยูเครนอย่างเข้มข้น
ซึ่งหมายความว่า ร่างงบประมาณในส่วนที่เป็นงบช่วยเหลือยูเครนจำนวน 45,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อาจติดขัด ไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาล่างได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้นำยูเครนต้องเดินทางมาอธิบายต่อสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ด้วยตนเอง
ด้านประชาชนชาวยูเครน โดยเฉพาะในพื้นที่แนวหน้าของสนามรบอย่างเมืองครามาทอร์สก์ ในแคว้นโดเนตสก์ ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า พวกเขาเห็นด้วยกับการไปเยือนสหรัฐฯ ด้วยตนเองของผู้นำยูเครนรอบนี้ และหวังว่าการไปเยือนดังกล่าว จะทำให้สหรัฐฯ ช่วยสนับสนุนยูเครนมากขึ้น