นี่ทำให้ยูเครนต้องการระบบป้องกันภัยทางอากาศที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อปิดจุดอ่อน และปกป้องชีวิตของพลเรือน จนผู้นำยูเครนต้องเดินทางออกนอกประเทศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดสงคราม เพื่อไปพบกับผู้นำและสมาชิกสภาสหรัฐฯ
หลังการพบกัน ทางผู้นำสหรัฐฯ สัญญาว่าจะส่งระบบ “แพทริออต” ซึ่งเป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศที่มีประสิทธิภาพตัวหนึ่งให้แก่ยูเครนตามคำร้องขอ แม้ว่ารัสเซียจะเคยออกมาปรามก่อนหน้านี้ล่าสุด ผู้นำรัสเซียได้ออกมาแสดงท่าทีต่อเรื่องดังกล่าวแล้ว
เมื่อวานนี้ ( 22 ธ.ค.)วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับการที่สหรัฐฯ จะส่งระบบป้องกันภัยให้ยูเครน โดยระบุว่า ระบบแพทริออตเป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศและใช้งานได้ไม่ดีเท่าขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานรุ่น S-300 ที่รัสเซียใช้ในตอนนี้
อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีปูตินย้ำว่า เป้าหมายของรัสเซียตอนนี้ไม่ใช่การยกทัพเพื่อทำสงครามต่อ แต่เป็นการยุติสงคราม ก่อนจะย้ำว่ารัสเซียจะมุ่งมั่นและพยายามหาทางยุติสงครามต่อไป ทั้งนี้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตกับคำพูดของผู้นำรัสเซียว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้นำรัสเซียใช้คำว่า “สงคราม” หลังจากที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงและคนในรัฐบาลรัสเซียพยายามหลีกเลี่ยงคำนี้มาตลอดและใช้คำว่า “ปฏิบัติการพิเศษทางการทหาร” แทน
หลายฝ่ายมองว่า นี่คือการยอมรับกลายๆ แล้วว่ารัสเซียกำลังทำสงครามของยูเครนอยู่ ไม่ใช่เพื่อปลดปล่อยภูมิภาคดอนบาสจากกลุ่มนีโอนาซีตามที่ได้กล่าวอ้างไว้ในตอนแรกสหรัฐฯ จวกรัสเซียไม่ได้ต้องการสันติภาพ G7 หนุนยูเครนต่อ
ขณะเดียวกัน แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกมาแถลงเกี่ยวกับเรื่องการยุติสงครามของผู้นำรัสเซียว่า ตอนนี้รัสเซียไม่ได้มีเจตนาที่จะยุติสงครามเลยแม้แต่น้อย
นอกจากนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยังได้พูดถึงเรื่องแผนสันติภาพของผู้นำยูเครน โดยระบุว่า หลังจากหารือร่วมกับชาติพันธมิตรในกลุ่ม G7 ทุกฝ่ายเห็นด้วยว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างสันติภาพ
ขณะเดียวกัน ทางเยอรมนีที่เข้าร่วมการประชุม G7 ก็ได้ส่งสัญญาณเพิ่มเติมว่าจะสนับสนุนยูเครนต่อจากสหรัฐฯ แอนนาเลนนา แบร์บ็อก รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนีแถลงต่อสื่อมวลชนว่า ชาติสมาชิก G7 จะยังคงให้การสนับสนุนยูเครนต่อไปและจะไม่ลดงบประมาณและความช่วยเหลือลง โดยเป้าหมายหลักของความช่วยเหลือในรอบนี้คือ การช่วยยูเครนปกป้องน่านฟ้าด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศ
ด้านประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครน ก็ได้เดินทางกลับจากสหรัฐฯ ทันทีหลังเสร็จสิ้นภารกิจครั้งสำคัญ โดยผู้นำยูเครนได้เดินทางด้วยเครื่องบินจากสหรัฐฯ มาแวะพักเพื่อเปลี่ยนพาหนะที่ประเทศโปแลนด์
ในระหว่างการแวะพัก ผู้นำยูเครนก็ได้เข้าพบกับผู้นำโปแลนด์ โดยทั้งคู่ได้หารือเกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างสองประเทศในอนาคต ซึ่งผู้นำโปแลนด์ย้ำว่า โปแลนด์คือพันธมิตรของยูเครน
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีเซเลนสกี ก็ได้อัดคลิปวิดีโอกล่าวถึงผลลัพธ์ของการไปเยือนสหรัฐฯ ในครั้งนี้ โดยระบุว่าผลลัพธ์การเจรจาเป็นไปได้ด้วยดีและการได้ระบบแพทริออตจากสหรัฐฯ จะช่วยแก้ปัญหาที่ยูเครนเผชิญอยู่ในตอนนี้ได้
การประกาศให้ความช่วยเหลือของสหรัฐฯ และกลุ่มประเทศ G7 หลังการเดินทางในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่ายูเครนจะสามารถต่อสู้ในสงครามนี้ต่อไปได้อย่างน้อย 6 เดือนหลังจากนี้อย่างไรก็ดี ตอนนี้สถานการณ์การสู้รบในพื้นที่ยังเป็นไปอย่างเดือดโดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกของยูเครน
แผนที่การสู้รบบริเวณภาคตะวันออกของยูเครน จากแผนที่จะเห็นได้ชัดเจนว่า ตอนนี้การสู้รบหนัก ๆ เกิดขึ้นที่นี่ โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างหนักถึง 12 จุดตลอดแนวของภูมิภาคดอนบาส
วาเลรี เกราซีมอฟ ประธานเสนาธิการทหารรัสเซียระบุว่า ตอนนี้รัสเซียกำลังโฟกัสการรบที่แนวรบบริเวณภาคตะวันออกอยู่ และสถานการณ์ของแนวบริเวณดังกล่าวไม่เปลี่ยนแปลงมาก เพราะรัสเซียสามารถยึดพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากประเด็นการส่งอาวุธของชาติตะวันตกให้แก่ยูเครนและสถานการณ์ในสนามรบแล้ว
เมื่อวานนี้มีอีกประเด็นร้อนเกิดขึ้น หลังสหรัฐฯ ออกมาบอกว่ากลุ่มนักรบรับจ้างของรัสเซียหรือกลุ่มแวกเนอร์กำลังขนอาวุธจากเกาหลีเหนือไปรบในยูเครน
วันนี้สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานโดยอ้างคำพูดของจอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ว่า กลุ่มนักรบรับจ้างหรือกลุ่มแวกเนอร์ ซึ่งมีเยฟเกนี ปริโกชิน มหาเศรษฐีชาวรัสเซียคนสนิทของประธานาธิบดีปูติน กำลังขนอาวุธจากเกาหลีเหนือเข้าไปยังรัสเซีย เพื่อเตรียมนำไปใช้ทำสงครามในยูเครน โดยโฆษกกระทรวงกลาโหมระบุว่า อาวุธที่กลุ่มแวกเนอร์นำเข้าไปนั้นประกอบด้วยจรวดและขีปนาวุธ
อย่างไรก็ดี ทันทีที่โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ออกมาแถลงเรื่องดังกล่าว เยฟเกนี ปริโกชิน มหาเศรษฐีเจ้าของกลุ่มนักรับจ้างนี้ก็ออกมาปฏิเสธทันควันว่าไม่ใช่เรื่องจริง ทั้งหมดเป็นเพียงข่าวลือและการคาดเดาไปเองเท่านั้น
นอกจากเยฟเกนีแล้ว อีกฝ่ายที่รีบออกมาชี้แจงเรื่องนี้แทบจะทันทีคือ เกาหลีเหนือ โดยเมื่อเช้านี้ กระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีเหนือได้ ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์และทางโทรทัศน์ KCNA ว่า รายงานเท็จของสื่อญี่ปุ่นที่ระบุว่าประเทศของเราเสนออาวุธยุทโธปกรณ์แก่รัสเซียเป็นเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเบี่ยงความสนใจจากข่าวการเพิ่มงบประมาณทางการทหารของญี่ปุ่นครั้งใหญ่ นอกจากนี้ เกาหลีเหนือยังได้เตือนสหรัฐฯ ว่า ความพยายามที่โง่เขลาของสหรัฐฯ อาจก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ตามมา