การประกาศผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด และเปิดประเทศเต็มรูปแบบของจีน มีขึ้นในขณะที่อัตราการติดเชื้อโควิดในจีนยังอยู่ในระดับสูง และนี่ทำให้หลายประเทศต้องออกมาตรการเข้มงวดในการรับมือนักเดินทางจากจีน ประเทศที่ยกระดับการเฝ้าระวังนักเดินทางจากจีนไปแล้วก่อนหน้านี้ คือ อินเดีย อิตาลี ญี่ปุ่น และไต้หวัน และล่าสุด คือ สหรัฐอเมริกา
โดยกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้โดยสารเครื่องบินที่บินตรงจากประเทศจีน รวมถึงเขตปกครองพิเศษฮ่องกงและมาเก๊าทุกคน
ที่มีอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป จะต้องแสดงผลการตรวจหาเชื้อโควิด ด้วยวิธี PCR หรือ ATK ก็ได้ ในระยะเวลา 2 วัน ก่อนขึ้นเครื่องบิน โดยผลต้องเป็นลบ
ส่วนผู้ที่มีผลการตรวจเป็นบวกในระยะเวลา 10 วัน ก่อนขึ้นบินจะต้องแสดงเอกสารที่ยืนยันว่า ตัวเองหายจากอาการป่วยแล้ว
ข้อกำหนดนี้ยังบังคับใช้กับผู้โดยสารจากจีนที่เดินทางต่อเครื่องจากสนามบินประเทศที่ 3 ซึ่งเป็นที่นิยมของนักเดินทางชาวจีน ทั้งสนามบินอินชอน ของเกาหลีใต้ สนามบินโตรอนโต และแวนคูเวอร์ของแคนาดา
โดยจะเริ่มบังคับใช้กฎเกณฑ์นี้ ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. เวลา 12.01 น. เป็นต้นไป เพื่อให้สายการบินต่างๆมีเวลามากพอที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งชุดใหม่นี้
ด้านสกาย นิวส์ ของอังกฤษ รายงานข่าวว่า มีการตรวจพบนักเดินทางจากจีนติดเชื้อโควิด-19 เป็นจำนวนมาก หลังจากมีการทดลองเปิดเที่ยวบินพิเศษจำนวน 2 เที่ยวจากจีน มายังอิตาลีในช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา
โดยเป็นเที่ยวบินจากจีนที่เดินทางมายังเมืองมิลานของอิตาลี มีผู้ติดเชื้อโควิดอยู่เกือบครึ่งลำ เที่ยวบินแรกมีผู้โดยสารติดเชื้อจำนวน 35 คนจากผู้โดยสารบนเครื่องทั้งหมด 92 คน คิดเป็นสัดส่วนผู้ติดเชื้อที่ร้อยละ 38
ส่วนเที่ยวบินที่สอง ปรากฏว่ามีผู้โดยสาร 62 คนติดเชื้อ จากคนบนเครื่องทั้งหมด 120 คน หรือคิดเป็นสัดส่วนผู้ติดเชื้อถึงร้อยละ 52
การตรวจพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากในสองเที่ยวบินพิเศษจากจีนช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา ทำให้นานาชาติเกิดความกังวลว่า นักท่องเที่ยวจีนจำนวนหลายล้านคนที่จะเดินทางออกนอกประเทศในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ ต่อเนื่องไปจนถึงเทศกาลตรุษจีนปีหน้า อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ไปทั่วโลก
โดยสกายนิวส์ ระบุด้วยว่า ประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน 6 อันดับแรก คือ ญี่ปุ่น ไทย เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย
ขณะที่ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แอนโธนี อัลบาเนซี ออกมาแถลงว่า รัฐบาลออสเตรเลียจะยังไม่มีการปรับเปลี่ยนนโยบายใดๆเพื่อรับมือนักเดินทางจากจีน ถึงแม้ว่าขณะนี้หลายประเทศจะเริ่มออกมาตรการรับมือ เช่น การบังคับตรวจโควิดนักเดินทางจากจีนแล้ว
แม้ออสเตรเลียจะติดอันดับเป็น 1 ใน 6 ประเทศปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวจากจีน แต่นายกฯออสเตรเลียย้ำว่า รัฐบาลของเขาจะใช้แนวทางที่เหมาะสม ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข ถึงแม้การยกเลิกนโยบายคุมเข้มโควิดเป็นศูนย์ของทางการจีนแบบกะทันหันและการเตรียมเปิดเสรีการเดินทางระหว่างประเทศของจีน จะเกิดขึ้นในขณะที่จีนกำลังมีการแพร่ระบาดของโควิดขั้นรุนแรง และพบผู้ติดเชื้อในจีนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในขณะนี้
แหล่งข่าวทางการทูตในกรุงแคนเบอร์ราเผยว่า การที่ออสเตรเลียและจีนเพิ่งฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกันเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้รัฐบาลออสเตรเลียต้องดำเนินนโยบายใดๆต่อจีนด้วยความระมัดระวัง หลังจากที่รัฐบาลออสเตรเลียหลายชุดก่อนหน้านี้ ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์และตำหนิจีนอย่างรุนแรงเกี่ยวกับนโยบายจัดการโควิดของจีน จนทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศเข้าสู่ภาะตกต่ำที่สุดในรอบหลายปี
ทั้งนี้ การยกระดับตรวจเข้มนักเดินทางจากจีนของหลายประเทศในขณะนี้ เกิดขึ้นควบคู่ไปกับการตั้งคำถามถึงความโปร่งใสต่อข้อมูลการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่รัฐบาลจีนรายงาน หลังจากปรากฏภาพโรงพยาบาล และฌาปนสถานในจีนหลายแห่ง เนื่องแน่นไปด้วยผู้ป่วยและศพที่รอการฌาปนกิจ หลังจากทางการจีนประกาศผ่อนคลายนโยบายคุมเข้มโควิดเป็นศูนย์
นี่คือบรรยากาศล่าสุด ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งต้องมีการระดมทีมแพทย์และพยาบาลจากหลายแผนก เข้ามาช่วยงานที่แผนกฉุกเฉินเพื่อรองรับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่คาดว่ากำลังจะพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดของการระบาดใน 1-2 สัปดาห์จากนี้ และคาดว่าจำนวนผู้ติดเชื้อที่เดินทางมายังโรงพยาบาลอาจสูงกว่า 600 คนต่อวัน
โดยการรวมเอาแพทย์และพยาบาลมาจากต่างแผนก เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของโรงพยาบาลที่นี่ในการเตรียมรับมือกับคลื่นผู้ป่วยโควิดระลอกใหม่
ก่อนหน้านี้ ระบบสาธารณสุขในเซี่ยงไฮ้บอบช้ำอย่างหนักในช่วงการระบาดของโควิดระลอกที่แล้ว
นครเซี่ยงไฮ้มีประชากรเกือบ 40 ล้านคน ราว 1 ใน 4 ของประชากรเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ทั้งหมอและพยาบาลจำนวนมากในเซี่ยงไฮ้ ติดเชื้อโควิด จนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เกิดวิกฤตขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์อย่างหนัก ในขณะที่ผู้ป่วยมีจำนวนล้นโรงพยาบาลในช่วงที่ผ่านมา
ส่วนที่โรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่งในเมืองคุนหมิง ที่มณฑลยูนนาน ทางตอนใต้ของจีน มีการตั้งทีมแพทย์ออนไลน์สำหรับให้คำปรึกษาแก่ผู้ติดเชื้อโควิด ซึ่งไม่แสดงอาการหรือมีอาการไม่รุนแรง ให้สามารถรับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผ่านระบบออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
รวมถึงมีการสั่งจ่ายยาให้กับผู้ป่วยตามอาการ ผ่านเครือข่ายของสถานีอนามัยในพื้นที่ ทำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาโรงพยาบาลอีกต่อไป
การตั้งทีมแพทย์ออนไล ถูกระบุว่า เป็นวิธีหนึ่งซึ่งช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลลงได้อย่างสำคัญ และช่วยลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องเข้าเวรในโรงพยาบาลแต่ละวัน
ในส่วนท่าทีรัฐบาลจีนนั้น เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนได้ประกาศผ่อนคลายแผนการจัดการกับการระบาดของโควิด 19 ของประเทศจากระดับ A ซึ่งเป็นระดับที่มีความเข้มงวดสูงสุดมาเป็นระดับ B โดยให้เหตุผลว่า อาการป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19 มีความรุนแรงน้อยลงแล้ว และอีกไม่นานต่อจากนี้ โควิด 19 จะกลายมาเป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจทั่วๆไปไม่ต่างจากไข้หวัดธรรมดา
การประกาศพลิกนโยบายครั้งนี้ หลายฝ่ายมองว่า เกิดขึ้นจากการประท้วงใหญ่ของประชาชนในหลายเมืองที่เริ่มไม่พอใจนโยบายโวิดเป็นศูนย์ของรัฐบาลจีนภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ควบคุมการใช้ชีวิตมากเกินไปรวมถึงการจำกัดการเดินทาง
อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนระบุว่า การผ่อนคลายนโยบายโควิดเป็นศูนย์ ไม่ได้เกิดจากแรงกดดันของประชาชน แต่เป็นการผ่อนปรนนโยบายเนื่องจากรัฐบาลจีนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
และยังตอบโต้สื่อมวลชนของโลกตะวันตกบางประเทศที่มีความลำเอียงในการเสนอข่าวด้วยการวิจารณ์นโยบายของรัฐบาลจีนว่าประสบความล้มเหลวในการต่อสู้กับการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา
ทร.เร่งหาผู้สูญหาย 5 นาย เรือหลวงสุโขทัยล่ม ตลอดช่วงปีใหม่
เช็กเลย! ปิดถนน-ที่จอดรถ งานเคานต์ดาวน์ กรุงเทพฯ ปี 2566