หลังจากที่มีรายงานไปว่า อิตาลีพบผู้โดยสารที่เดินทางมาจากจีนใน 2 เที่ยวบินติดเชื้อโควิด-19 เกินครึ่ง และตัดสินใจที่จะบังคับใช้มาตรการให้นักท่องเที่ยวจากจีนทุกคนต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19
อิตาลียังจัดลำดับพันธุกรรมตัวอย่างจากผู้โดยสารจีน เพื่อดูด้วยว่ามีโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่หรือไม่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีอิตาลี จอร์เจีย เมโลนี กล่าวว่า ณ ขณะนี้ ยังไม่พบโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ยังคงเป็นสายพันธุ์โอมิครอนอยู่
นักท่องเที่ยวจีนบินเข้ามิลาน “เกินครึ่ง” ตรวจพบเชื้อโควิด-19
เมโลนีเสริมว่า การจะตรวจหาโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ที่อาจมาจากจีน “จะเห็นผลก็ต่อเมื่อตรวจในระดับทั้งยุโรป” เท่านั้น เพราะนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากเดินทางมาถึงอิตาลีด้วยการต่อเครื่องจากประเทศอื่น ๆ ในยุโรป
มัตเตโอ ซัลวินี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและการขนส่งอิตาลี เสริมว่า “อิตาลีไม่สามารถเป็นประเทศเดียวที่ดำเนินการตรวจโควิด-19 ที่สนามบินสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากจีนได้” และเรียกร้องให้มีการนำมาตรการดังกล่าวไปใช้ “ทั่วยุโรป”
อิตาลีจึงได้กดดันให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปใช้มาตรการเดียวกัน แต่คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคยุโรป (ECDC) ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย โดยบอกว่าเป็นเรื่อง “ไม่ยุติธรรม”
โดย EC ระบุว่า สถานการณ์ไม่ได้เสี่ยงมากขนาดนั้น เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนมีอยู่แล้วในยุโรป และไม่ได้ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ “อย่างไรก็ตาม เรายังคงเฝ้าระวังและพร้อมที่จะใช้เบรกฉุกเฉินหากจำเป็น”
ECDC เห็นด้วย โดยกล่าวว่า ยุโรปไม่ต้องกังวลในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากจีนมากจนเกินไป เพราะการที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดหนักในจีนตอนนี้ ก็เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มีภูมิคุ้มกันต่ำจากการไม่ได้ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ทำให้เมื่อจีนปลดมาตรการกะทันหัน จึงเกิดการติดเชื้อและแพร่ระบาดได้ง่าย
ขณะเดียวกัน ภูมิคุ้มกันของประชาชนในสหภาพยุโรปมีสูงกว่าจากการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น หมายความว่า โควิด-19 ที่หนักในจีนไม่น่าจะส่งผลกระทบหนักแบบเดียวกันต่อประชากรในยุโรป
นอกจากนี้ สายพันธุ์โควิด-19 ที่ระบาดในจีน ยังคงเป็นสายพันธุ์โอมิครอน BF.7 ซึ่งก็เป็นสายพันธุ์ที่พบการระบาดอยู่ในยุโรปอยู่แล้วเช่นกัน ดังนั้นโอกาสของการติดเชื้อ “นำเข้า” จากจีนนั้นจึงค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่มีอยู่แล้วในสหภาพยุโรป
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของ EC และ ECDC ยืนยันว่า จะติดตามสถานการณ์ในจีนอย่างใกล้ชิด และติดต่อขอข้อมูลจากสาธารณสุขจีนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่หากสถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงก็จะรับมือได้อย่างทันท่วงที
อย่างไรก็ตาม หลายประเทศประเมินว่า ข้อมูลโควิด-19 ของจีนขณะนี้ขาดความน่าเชื่อถือ เพราะเปลี่ยนการรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อจากรายวันเป็นรายเดือน รวมถึงเปลี่ยนวิธีนับจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ด้วย จึงตัดสินใจที่จะบังคับใช้มาตรการตรวจหาเชื้อนักท่องเที่ยวที่มาจากจีนดีกว่า
ประเทศที่สั่งตรวจหาเชื้อนักท่องเที่ยวจีนขณะนี้ ประกอบด้วย สหรัฐฯ อินเดีย ญี่ปุ่น อิตาลี และล่าสุดคือเกาหลีใต้
เรียบเรียงจาก Bloomberg / The Guardian
ภาพจาก AFP