ชาวจีนเริ่มเดินทางช่วงตรุษจีน แม้โควิด-19 ยังน่าเป็นห่วง


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สถานการณ์โควิดของจีนในขณะนี้ยังคงไม่ดีนัก โดยเฉพาะพื้นที่ในแถบชนบท ที่มีรายงานการขาดแคลนอุปกรณ์และบุคคลากรทางการแพทย์ รวมถึงยารักษาโรคอย่างหนัก ท่ามกลางยอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้น

โดยทางการจีนได้ออกมาเปิดเผยว่า นับตั้งแต่จีนประกาศยุตินโยบายโควิดเป็นศูนย์ จีนมีผู้เสียชีวิตจากโควิดแล้วเกือบ 60,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม มีคาดการณ์ว่าในพื้นที่ชนบทอาจต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์การระบาดที่เลวร้ายลงกว่านี้หลังเทศกาลตรุษจีน เนื่องจากมีการเดินทางทั่วประเทศ

ชาวจีนจำนวนมากที่กำลังเดินทางทั้งกลับไปบ้านเกิดและท่องเที่ยวตามเมืองต่างๆ เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนในวันที่ 21 มกราคมที่จะถึงนี้

กรุงปักกิ่งตกแต่งเมือง ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน 2023 สัปดาห์หน้า

"จีน"ย้ำเปิดเผยข้อมูลโควิด-19 อย่างโปร่งใสและสม่ำเสมอ

แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดในจีนขณะนี้ยังคงน่าเป็นห่วง แต่ชาวจีนส่วนใหญ่ไม่รู้สึกกังวล เพราะพวกเขาดีใจที่จะได้กลับบ้านในรอบ 3 ปี

ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์ด้านสาธารณสุขในจีนค่อนข้างวิกฤต เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล ยารักษาโรคและอุปกรณ์ทางการแพทย์ขาดแคลน

โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติจีน หรือ NHC ได้เปิดเผยว่า นับตั้งแต่จีนยกเลิกนโยบายโควิดเป็นศูนย์เมื่อวันที่ 8 ธันวาคมถึง 12 มกราคม จำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในประเทศมีมากถึง 59,938 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ

ในจำนวนนี้ มีผู้เสียชีวิต 5,503 ราย เสียชีวิตจากระบบทางเดินหายใจล้มเหลวจากการติดเชื้อโควิด และอีก 54,435 ราย เป็นผู้ติดเชื้อโควิดที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคมะเร็งหรือโรคหัวใจและหลอดเลือด

นอกจากนี้ NHC ระบุว่าแนวโน้มผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลลดลง และจีนได้ผ่านจุดสูงสุดของการระบาดไปแล้ว อ้างอิงจากยอดผู้ติดเชื้อรายวันที่ลดลงร้อยละ 83 เมื่อเทียบกับยอดผู้ป่วยในคลินิกหรือโรงพยาบาลที่อยู่ในระดับสูงสุดเมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา

การออกมาประกาศในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ทางการจีนเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโควิดอย่างเป็นทางการ

ก่อนหน้านี้จีนรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตเพียง 37 รายเท่านั้น แม้ว่าจะพบผู้ติดเชื้อและป่วยหนักในช่วงเวลาดังกล่าว จนทำให้องค์การอนามัยโลกออกมาเรียกร้องให้จีนเปิดเผยสถานการณ์การระบาดของโควิดให้มากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ข้อสงสัยเกี่ยวกับยอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงของจีนยังคงมีอยู่

เนื่องจากทางการระบุว่า ตัวเลขนี้เป็นเพียงผู้เสียชีวิตในโรงพยาบาลเท่านั้น นั่นหมายความว่า ยังไม่ได้รวมผู้ติดเชื้อโควิดที่เสียชีวิตในบ้านของตนเอง โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท

ทั้งนี้ พื้นชนบทในจีนกำลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิดอย่างหนัก หลังจีนประกาศผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มโควิด เนื่องจากมีระบบสาธารณสุขที่อ่อนแอ และไม่ได้รับการสนับสนุนจากทางการจีน

ภาพโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในมณฑลอานฮุย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมณฑลที่ยากจนที่สุดทางภาคตะวันออกของจีน

หลังรัฐบาลจีนยกเลิกนโยบายโควิดเป็นศูนย์ โรงพยาบาลก็เต็มไปด้วยผู้ป่วยสูงอายุ ชุดตรวจโควิดและยารักษาโรคก็ขาดแคลนอย่างรวดเร็ว

ชาวบ้านในมณฑลอานฮุยบอกว่า เมื่อเดือนที่แล้ว หาซื้อยาแก้ไข้ได้ยากมาก ส่วนใหญ่จะได้รับยาแก้หวัดมาแทน

การกลับลำนโยบายโควิดเป็นศูนย์อย่างกะทันหันของจีน ทำให้โรงพยาบาลและคลินิกในชนบทต้องรับภาระที่หนักขึ้นเพราะต้องรองรับผู้ป่วยที่มากกว่าปกติ

นอกจากนี้ยังไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างเครื่องช่วยหายใจและถังออกซิเจน และมียารักษาโรคไม่เพียงพอ

แพทย์และพยาบาลในชนบทก็มีจำนวนน้อย ต้องทำทั้งการคัดกรองและการรักษาผู้ป่วยไปพร้อมๆ กัน บางคนต้องทำงานติดต่อกันถึง 14 ชั่วโมงต่อวัน เพราะผู้ป่วยเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า

แพทย์บางคนต้องเดินทางไปเยี่ยมและตรวจผู้ป่วยโควิดถึงที่บ้าน รวมถึงดูแลกลุ่มเสี่ยงอย่างเช่นผู้สูงอายุ เพื่อลดความแออัดและลดภาระในโรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้รองรับได้เฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการหนักเท่านั้น

ซึ่งการเดินทางครั้งใหญในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ มีแนวโน้มที่จำนวนผู้ป่วยโควิดและผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงในชนบทและเมืองขนาดกลางของจีนจะเพิ่มสูงขึ้น

อย่างไรก็ดี ทางการจีนได้ออกมาเปิดเผยว่าได้เตรียมดำเนินการเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านสาธารณสุขให้กับโรงพยาบาลตามชนบทแล้ว ด้วยการเพิ่มเตียง อุปกรณ์ทางการแพทย์ และจัดหารบุคลากรทางการแพทย์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง

แม้ว่าสถานการณ์การระบาดของโควิดจะยังคงน่าเป็นห่วง แต่การเปิดประเทศของจีน ก็สร้างความคาดหวังให้บรรดาผู้ประกอบการและประชาชนชาวจีนว่า เศรษฐกิจในประเทศจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น

เมืองรุ่ยลี่ เมืองทางตอนใต้ของจีนที่มีพรมแดนติดกับประเทศเมียนมา บรรยากาศในเมืองนี้คึกคักขึ้น หลังจีนประกาศเปิดประเทศเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา

"รุ่ยลี่"เป็นหนึ่งในเมืองที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดของจีนในช่วง 3 ปีของการแพร่ระบาดของโควิด เนื่องจากมีการปิดเมืองและมาตรการโควิดอย่างเข้มงวด โดยเมืองแห่งนี้ผ่านการล็อกดาวน์เกือบสิบครั้งและถูกกีดกันไม่ให้เดินทาง ผู้คนจึงไม่สามารถดำเนินกิจการได้ตามปกติ ธุรกิจหลายแห่งต้องปิดตัวลง

เจ้าของธุรกิจในเมืองรุ่ยลี่คาดหวังว่าธุรกิจของพวกเขาจะค่อยๆ ฟื้นตัวต่อจากนี้ และหวังว่าหากมีการเปิดพรมแดนระหว่างจีนและเมียนมา จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ดีกว่านี้

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าจีนและเมียนมาต่างอ้างว่าอีกฝ่ายยังไม่อนุญาตให้มีการเดินทางข้ามพรมแดน ทำให้ประชาชนของทั้งสองประเทศยังไม่สามารถเดินทางข้ามพรมแดนมาท่องเที่ยวอีกฝั่งหนึ่งได้

โดยชาวเมียนมาหลายคนมองว่าการเปิดพรมแดนจะช่วยให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นได้ อย่างไรก็ดีพวกเขาก็ยังกลัวสถานการณ์โควิดในจีน ที่อาจนำเชื้อโควิดเข้าประเทศเมียนมาได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ