รายงาน “Survival of the Richest” ของออกซ์แฟม ซึ่งเผยแพร่เมื่อวานนี้ (16 มกราคม 2566) ระบุว่า สัดส่วนความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นดังของคนรวยที่สุด 1 เปอร์เซ็นต์ กล่าวสูงกว่าจำนวนเงินที่คนอีก 99 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลก หาได้ เกือบ 2 เท่า
โดยเฉลี่ยแล้ว มหาเศรษฐีจะมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นวันละ 2,700 ล้านดอลลาร์ ขณะที่แรงงานอย่างน้อย 1,700 ล้านคน ขณะนี้อาศัยอยู่ในประเทศที่อัตราเงินเฟ้อกำลังเพิ่มขึ้นเร็วกว่าค่าแรง
ขณะเดียวกัน ครึ่งหนึ่งมหาเศรษฐีอาศัยอยู่ในประเทศที่ไม่มีการเก็บภาษีมรดกสำหรับผู้สืบเชื้อสายโดยตรง ทำให้คนกลุ่มนี้สามารถส่งต่อทรัพย์สินให้แก่ทายาทได้คิดเป็นมูลค่า 5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ของทวีปแอฟริกา
ออกซ์แฟมระบุด้วยว่า การเก็บภาษี 5 เปอร์เซ็นต์ กับกลุ่มคนร่ำรวยและมหาเศรษฐีของโลก อาจทำให้ได้เงินปีละ 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้คน 2 พันล้านคน พ้นจากความยากจนได้
กาบริเอลา บูเชร์ ผู้อำนวยการบริหารของออกซ์แฟม บอกกับสำนักข่าวอัลจาซีราว่า ข้อมูลในรายงานดังกล่าวน่าตกใจมาก เป็นเรื่องน่าอายที่คน 1 เปอร์เซ็นต์ในโลก หาเงินได้มากกว่าคนอีก 99 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือหาได้รวมกันถึง 2 เท่า แซงหน้าสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งในเวลานั้น อัตราส่วนยังอยู่ที่ครึ่งต่อครึ่ง เราจะเห็นว่าคนร่ำรวยสะสมความมั่งคั่งได้เร็วขึ้นท่ามกลางวิกฤตที่เรากำลังเผชิญกันทั่วโลก
ส่วนการประชุม “World Economic Forum” เริ่มขึ้นเมื่อวานนี้ ไปจนถึงวันที่ 20 มกราคมนี้ โดยมีผู้นำประเทศ 52 คน และผู้บริหารบริษัทต่างๆ เกือบ 600 คน เข้าร่วม เพื่อหารือประเด็นทางการเมืองและเศรษฐกิจที่สร้างความกังวลให้กับโลก