สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนระบุว่าในปี 2564 จีนมีประชากร 1.41175 พันล้านคนในปี 2564 โดยมีอัตราการเกิดต่ำสุด และอัตราการตายสูงสุดตั้งแต่ปี 2519 ซึ่งมีอัตราการเติบโตของประชากรติดลบ 0.6 ต่อประชากรพันคน ลดลงจาก 0.34 ในปี 2563 นับว่าประชากรจีนลดลงในปี 2564 นับว่าเป็นครั้งแรกตั้งแต่ต้นทศวรรษที่ 1960
ประชากรจีนลดลงครั้งแรกในรอบกว่า 60 ปี ชี้การเพิ่มขึ้นของประชากรจีนมีแนวโน้มลดลงในระยะยาว
สัดส่วนประชากรสูงอายุในจีนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
อัตราการเกิดของจีนชะลอตัว เช่นเดียวกับประชากรวัยทำงาน ทำให้เกิดความกังวลว่าจะกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างแรงกดดันต่องบประมาณเพื่อสาธารณูปโภคของประเทศ
สำนักงานสถิติของจีนระบุว่าเมื่อสิ้นปี 2564 ประชากรทั้งประเทศอยู่ที่ 1,411.75 ล้านคน โดยลดลง 0.85 ล้านคนเมื่อสิ้นปี 2563 ซึ่งจำนวนประชากรลดลงครั้งแรกตั้งแต่ปี 2504
จีนได้ยกเลิกนโยบาย "บุตรคนเดียว" ในปี 2559 และในปี 2021 ยังอนุญาตให้ครอบครัวมีบุตรได้ 3 คน แต่การปรับนโยบายสนับสนุนการมีบุตรไม่สามารถเปลี่ยน "แนวโน้มของประชากร"ได้
รัฐบาลจีนกังวลอย่างมากกับแนวโน้มประชากรลดลง เพราะที่ผ่านมา ประชากรจีนส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน และเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการขยายตัวเศรษฐกิจจีนมานับสิบปี แต่ขณะนี้ประชากรวัยทำงานลดลงและจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น บรรดาผู้เชี่ยวชาญของรัฐบาลกังวลว่าจะกระทบต่อนโยบายหลักของจีนที่ต้องการผลักดันให้เศรษฐกิจใหญ่ที่สุด แซงหน้าสหรัฐและเป็นประเทศร่ำรวย ซึ่งจะทำให้เป็นประเทศที่มีแต่คนแก่ ก่อน "ร่ำรวย"