นักเคลื่อนไหวทั่วโลก เรียกร้องให้ยุติใช้พลังงานถ่านหิน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมได้ออกมาประท้วงต่อต้านการใช้พลังงานถ่านหิน หลังรัฐบาลเยอรมนีอนุมัติให้รื้อถอนหมู่บ้านร้างแห่งหนึ่งทางตะวันตกของเยอรมนีเพื่อขยายเหมืองถ่านหิน

โดยการใช้พลังงานถ่านหินเป็นเรื่องที่นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมและนักวิทยาศาสตร์ออกมาแสดงความกังวลอย่างหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับโลก และออกมาเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ยุติการใช้พลังงานถ่านหินอย่า งต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ขณะที่ ‘เกรตา ธุนเบิร์ก’ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมการประท้วงด้วยเช่นกัน ซึ่งเธอได้ถูกตำรวจควบคุมตัวออกจากการประท้วงไปเมื่อวานนี้

ภาพประท้วงการใช้พลังงานถ่านหินและต่อต้านการรื้อถอนหมู่บ้านลูทเซรัท (Luetzerath) เพื่อขยายเหมืองถ่านหิน ในรัฐนอร์ทไรน์ เวสท์ฟอลเลิน ทางตะวันตกของเยอรมนีเมื่อวานนี้

เกรตาและบรรดาผู้ประท้วงได้เดินขบวนประท้วงพร้อมถือป้ายที่เรียกร้องให้ยุติการใช้ถ่านหิน และเรียกร้องความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศ

มีรายงานว่าเกรตาและบรรดาผู้ประท้วงได้ถูกควบคุมตัวออกไปขณะเข้าร่วมการประท้วงต่อต้านการใช้พลังงานถ่านหิน ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่เธอถูกควบคุมไประหว่างการประท้วง

อย่างไรก็ตาม เกรตาไม่มีท่าทีขัดขืนแต่อย่างใด และไม่ได้แสดงความกังวลใดๆ ออกมา หลังมีภาพที่เธอยกนิ้วโป้งและยิ้มให้กับกล้อง ขณะที่นั่งอยู่ในรถตู้ของตำรวจ

ด้านโฆษกตำรวจของเมืองอาเคน (Aachen) ระบุว่าได้นำตัวเกรตาและผู้ประท้วงคนอื่นๆ ออกมาเนื่องจากบริเวณนั้นเป็นพื้นที่อันตรายและเพื่อให้ทุกคนยืนยันตัวตนเท่านั้น

ล่าสุด ตำรวจเยอรมนีเปิดเผยว่าได้ปล่อยตัวเกรตาและผู้ประท้วงคนอื่นๆ โดยไม่มีการตั้งข้อหาใดๆ

การประท้วงต่อต้านการขยายเหมืองนี้ดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วหลังรัฐบาลเยอรมนีกับบริษัทด้านพลังงาน RWE ตกลงที่จะรื้อถอนหมู่บ้านลูทเซรัทเพื่อขยายเหมืองลิกไนต์ โดยระบุว่าพลังงานถ่านหินจะช่วยแก้ปัญหาด้านวิกฤตพลังงานที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้ได้

นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมราว 6,000 คนออกมาปักหลักชุมนุมกันที่เหมืองแห่งนี้เพื่อต่อต้านการขยายเหมืองและต่อต้านการใช้พลังงานถ่านหิน ซึ่งจะก่อมลพิษให้แก่โลกเป็นจำนวนมาก

โดยเกรตา ธันเบิร์ก ได้เดินทางมาเข้าร่วมการประท้วงและกล่าวสุนทรพจน์ตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

เกรตา ระบุว่าการที่มีผู้คนมารวมตัวประท้วงกันเยอะขนาดนี้เป็นสัญญาณหนึ่งของความหวังที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ และการต่อสู้ของพวกเขายังไม่สิ้นสุด ตราบใดที่การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ยังคงอยู่

เจ้าหน้าที่ปราบจลาจลจึงต้องเข้ามาขับไล่ผู้ประท้วงออกไป เพื่อทำการรื้อถอนหมู่บ้านและเคลียร์พื้นที่สำหรับการขยายเหมือง

แม้ว่าเมื่อวันเสาร์ทางการเยอรมนีจะสามารถขับไล่ผู้ประท้วงออกไปได้และปิดกั้นพื้นที่ไว้แล้ว แต่บรรดานักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมก็ยังคงเดินหน้าทำการประท้วงอย่างต่อเนื่องโดยปักหลักอยู่รอบๆ บริเวณนั้น

ทั้งนี้หมู่บ้านลูทเซรัทกลายเป็นสัญลักษณ์สำหรับการต่อสู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากตลอดระยะเวลาหลายสิบปี หมู่บ้านหลายสิบแห่งได้ถูกทำลายไปเพื่อขยายเหมืองถ่านหินลิกไนต์แห่งนี้

บริษัทพลังงาน RWE ได้วางแผนมานานแล้วที่จะขยายเหมืองลิกไนต์ในรัฐนอร์ทไลน์ เวสท์ฟอลเลินให้ใหญ่ขึ้น ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากลิกไนต์เป็นถ่านหินที่ก่อให้เกิดมลพิษมากที่สุด

โดยในปี 2013 ศาลเยอรมนีได้อนุญาตให้บริษัทแห่งนี้สามารถขยายเหมืองได้ แม้จะต้องรื้อถอนหมู่บ้านใกล้เคียงก็ตาม มีบ้านเหลืออยู่ไม่กี่หลังในหมู่บ้านลูทเซรัท ผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมถูกย้ายออกไปนานแล้วเพื่อเคลียร์พื้นที่สำหรับทำเหมือง

จนกระทั่งเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว นักเคลื่อนไหวมากถึง 300 คนย้ายเข้ามาปักหลักในหมู่บ้านร้างแห่งนี้ เพื่อขัดขวางแผนการขยายการทำเหมืองในพื้นที่

 

อย่างไรก็ดี ตุลาคมปี 2022 รัฐบาลเยอรมนีได้ทำข้อตกลงกับบริษัท RWE ที่สามารถรื้อถอนหมู่บ้านลูทเซรัทเพียงแห่งเดียว แลกกับการรักษาไม่ให้หมู่บ้าน 5 แห่งถูกทำลาย  นอกจากนี้บริษัท RWE ตกลงที่จะดำเนินการเลิกการใช้ถ่านหินภายในปี 2030 จากเดิมที่จะยกเลิกใช้ภายในปี 2038

ทำให้รัฐบาลเยอรมนีมองว่าเป็นข้อตกลงที่สมเหตุสมผล และยังกล่าวอีกว่านี่เป็นการดำเนินการเพื่อบรรเทาวิกฤตพลังงาน ขณะเดียวกันรัฐบาลจะเร่งการลงทุนระยะยาวในพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ และจัดหาก๊าซทดแทนจากตะวันออกกลางไปพร้อมๆ กัน

อย่างไรก็ตาม นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมคัดค้านข้อตกลงดังกล่าวอย่างรุนแรง เพราะการรื้อถอนหมู่บ้านแห่งนี้จะส่งผลให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก และมองว่าเยอรมนีควรสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนแทนการใช้พลังงานถ่านหิน

การใช้พลังงานถ่านหินเป็นประเด็นที่นักเคลื่อนไหวทั่วโลกออกมาเรียกร้องให้ยุติการใช้อย่างเร่งด่วนมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงที่ส่งผลกระทบต่อโลกอย่างรุนแรง

ถ่านหินเป็นหนึ่งในเชื้อเพลิงฟอสซิลที่เกิดจากซากพืชที่ทับถมกันก่อนถูกบีบอัดให้จมลงใต้พื้นโลกภายใต้ความร้อนและความดันที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นระยะเวลาหลายร้อยปี

จนทำให้ซากพืชเหล่านั้นกลายเป็นถ่านหิน โดยลิกไนต์ถือเป็นถ่านหินชนิดหนึ่งที่มีคุณภาพต่ำให้ความร้อนได้ไม่สูงนัก แต่เพียงพอสำหรับนำไปใช้ผลิตทั้งพลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อน

พลังงานถ่านหินเป็นพลังงานที่มนุษย์ใช้กันมานานหลายศตวรรษและใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นทรัพยากรที่กระจายอยู่ทั่วโลก และมีปริมาณมาก สามารถผลิตได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องมีปัจจัยจากสภาพอากาศอย่างลมหรือฝน รวมถึงมีต้นทุนต่ำและมีราคาถูก

อย่างไรก็ตาม พลังงานถ่านหินกลับเป็นพลังงานที่ทำร้ายโลกมากที่สุด เนื่องจากการเผาไหม้ของถ่านหินจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้กับโลกจำนวนมาก ในปี 2021 ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มาจากการเผาไหม้ของถ่านหินคิดเป็นราวร้อยละ 40 ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมด ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 15.3 พันล้านตัน

นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดสารพิษที่ปนเปื้อนในอากาศ พื้นดิน และแหล่งน้ำซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต อีกทั้งการขุดเจาะเหมืองยังทำให้ระบบนิเวศถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง

ภัยพิบัติรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลกก็เป็นหนึ่งผลกระทบรุนแรงที่แสดงให้เห็นถึงอันตรายจากการเผาไหม้ของถ่านหินสิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้บรรดานักสิ่งแวดล้อมหรือนักวิทยาศาสตร์ออกมาแสดงความกังวลอย่างหนักถึงผลกระทบที่อันตรายของการใช้พลังงานงานถ่านหินต่อโลก และเรียกร้องให้ชาติต่างๆ ลดการใช้พลังงานถ่านหินอย่างจริงจัง

โดยภายใต้ข้อตกลงปารีสปี 2015 ที่ประเทศต่างๆ ต้องจำกัดอุณภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาฯ และได้กำหนดมาตรการหลายอย่างเพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ขณะที่สหภาพยุโรปก็ตั้งเป้าที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายในปี 2050 เยอรมนีเป็นหนึ่งในประเทศเหล่านั้นที่ตั้งเป้าจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และหันไปพึ่งพาพลังงานสะอาด รัฐบาลเยอรมนีได้มีนโยบายที่จะลดการใช้พลังงานถ่านหิน โดยการปิดเครื่องโรงงานไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมดภายในปี 2038 แม้จะต้องยอมจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้เกี่ยวข้องจำนวน 4 หมื่นล้านยูโร หรือราว 1.44 ล้านล้านบาท ปัจจุบันเยอรมนีใช้พลังงานถ่านหิน 1 ใน 3 ของการผลิตพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด

ขณะที่ในปี 2021 การผลิตถ่านหินลิกไนต์ในเยอรมนีคิดเป็นร้อยละ 46 ของลิกไนต์ทั้งหมดที่ผลิตในสหภาพยุโรป

อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมา เยอรมนีได้กลับมาเปิดเครื่องโรงงานไฟฟ้าถ่านหินอีกครั้งหลังประเทศเผชิญการขาดแคลนพลังงานอย่างหนักจากสงครามในยูเครน ทำให้เกิดเสียงวิพากษณ์วิจารณ์ตามมาว่าเยอรมนีไม่หนักแน่นพอที่จะทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ แม้ว่าทางรัฐบาลจะระบุว่าจะเปิดเป็นการชั่วคราวเท่านั้น

การอนุมัติขยายเหมืองในครั้งนี้ยิ่งทำให้บรรดานักเคลื่อนไหวไม่พอใจและโต้แย้งว่าการเผาถ่านหินจะทำลายความพยายามของเยอรมนีที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สำเร็จภายในปี 2050

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ