วันนี้ (20 ม.ค.) เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้รายงานเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่ชุมชน “กูรยอง (Guryong)” ในย่านกังนัม ตอนใต้ของกรุงโซล ซึ่งชุมชนนี้ได้ชื่อว่าเป็น “สลัมแห่งสุดท้ายของกรุงโซล”
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเผยว่า เหตุเพลิงไหม้สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนกว่า 60 หลังคาเรือน และประชาชนกว่า 500 คนต้องอพยพออกมา แต่เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
นักวิทย์ฯ เผย อุณหภูมิกรีนแลนด์ร้อนสุดในรอบ 1,000 ปี
ชิน ยอง-โฮ เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงกังนัม บอกว่า เพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 06.28 น. ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีหลังรับแจ้งเหตุในการเดินทางมาถึงจุดที่เกิดเพลิงไหม้
ชินบอกว่า บ้านเรือนส่วนใหญ่ในชุมชนกูรยงแห่งนี้สร้างขึ้นจากแผ่นไม้อัดไวนิล ซึ่งเป็นเชื้อนำไฟได้ดี ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังนักดับเพลิง ตำรวจ และข้าราชการรวมกว่า 800 คนมาช่วยกันในการจัดการ รวมถึงต้องมีการใช้เฮลิคอปเตอร์ 10 ลำช่วยดับเพลิงด้วย
ขณะนี้ชาวชุมชนได้ถูกอพยพไปยังศูนย์กีฬาของโรงเรียนใกล้เคียง แต่เจ้าหน้าที่มีแผนจะย้ายพวกเขาไปยังโรงแรมที่สะดวกสบายกว่า
ย่านกูรยองเป็นพื้นที่ที่ได้ชื่อว่าเป็น สลัมแห่งสุดท้ายของกรุงโซล และเป็นพื้นที่ที่ทางการเกาหลีใต้เตือนมานานแล้วว่า มีความเสี่ยงเป็นพิเศษต่อภัยพิบัติ โดยรัฐบาลกังนัมเคยระบุไว้เมื่อปี 2019 ว่า สลัมแห่งนี้ “เสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้”
เมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว ชุมชนแห่งนี้ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากอทุกภัยครั้งใหญ่ในกรุงโซล และแทบจะในทุก ๆ ปีมักเกิดเหตุไฟไหม้ เนื่องจากบ้านส่วนใหญ่ตั้งอยู่ติดกัน และทั้งหมดสร้างด้วยวัสดุที่ติดไฟได้ง่าย เมื่อเกิดเพลิง จึงลุกลามได้อย่างรวดเร็ว
ย่านกูรยองถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนในเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของเอเชีย
กูรยองเป็นส่วนหนึ่งของย่านกังนัมที่มั่งคั่ง ซึ่งเต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้า แต่ในขณะเดียวกันก็มีประชากรรายได้ต่ำอาศัยอยู่ด้วย ซึ่งคนในย่านนี้จำนวนมากอาศัยอยู่ในบ้านชั่วคราวที่คับแคบ ซึ่งสร้างจากวัสดุอย่างไม้และหลังคาสังกะสี
แม้ว่าแผนการพัฒนาพื้นที่ย่านกูรยองจะถูกพูดถึงมานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่แผนการจำนวนมากก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า เนื่องจากความไม่ลงรอยกันระหว่างหน่วยงานปกครองท้องถิ่นและการเจรจาเรื่องค่าชดเชยที่ดิน
ชุมชนกูรยองถูกสร้างขึ้นในทศวรรษที่ 1980 เพื่อเป็นที่อาศัยของผู้ที่ถูกไล่ออกจากละแวกบ้านดั้งเดิมของพวกเขา ภายใต้โครงการพัฒนาเมือง ประชาชนหลายแสนคนถูกย้ายออกจากบ้านเดิมมาอยู่ในชุมชนแออัด และเป็นที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
เรียบเรียงจาก AP
ภาพจาก AP