นักธุรกิจหนุ่ม ถูกมิจฉาชีพหลอกโหลดแอปฯ ก่อนล็อกมือถือ ดูดเงิน 4.5 ล้าน ใน 10 นาที


โดย PPTV Online

เผยแพร่




นักธุรกิจหนุ่มถูกมิจฉาชีพอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากกระทรวงพาณิชย์ หลอกให้กดลิงก์ดาวโหลดและติดตั้งแอปพลิเคชั่น แต่ปรากฏว่าโดนล็อกหน้าจอมือถือราว 10 นาที และถูกดูดเงินจากบัญชีธนาคาร แถมยังเป็นหนี้บัตรเครดิตอีก รวมกว่า 4.5 ล้านบาท

แบงก์ชาติ พบแอปฯฝังมัลแวร์ ดูดเงินเหยื่อ ไม่ใช่ “สายชาร์จปลอม”

เตือนภัย! ระวังโปรไฟล์สาวหน้าตาดีหลอกโหลดแอปฯ ปลอม

หนุ่มนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.65 มีบุคคลอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากกระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ติดต่อมาให้อัปเดตข้อมูล เพื่อให้สะดวกต่อการทำธุรกรรมออนไลน์กับธนาคาร จากนั้นมิจฉาชีพก็ได้ส่งข้อมูลส่วนตัว ที่เป็นข้อมูลเดียวกันกับในสารบบของกระทรวงพาณิชย์ จนทำให้หลงเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริง จึงตัดสินใจทำตาม โดยมิจฉาชีพได้ส่งลิงก์มาให้กดติดตั้งในโทรศัพท์มือถือ

ต่อมาก็มีข้อความส่งมาจากธนาคารว่ามีการโอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากธนาคาร 3.9 ล้านบาท และมียอดตัดบัตรเครดิตอีก 650,000 บาท รวมเป็นเงินกว่า 4.5 ล้านบาท ภายในเวลา 10 นาที

"ซึ่งพอผมดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นลงมาเสร็จปุ๊ปเนี่ย ทำการติดตั้งเสร็จเท่านั้นแหละครับ หน้าจอถูกล็อก แล้วทีนี้ประมาณภายใน 10 นาทีเนี่ย ระหว่างถูกล็อกเนี่ย เค้าบอกว่ามันเป็นขั้นตอนในการยืนยันตัวตน ที่ต้องรอประมาณ 10 นาทีเพื่อส่งรหัสมาให้ ระหว่างนั้นแหละครับก็คือว่า เงิน ก็ค่อย ๆ ทยอยออกไปจากบัญชี ซึ่งรวมกันทั้งหมดก็ ประมาณ 4.5 ล้านบาท"  ผู้เสียหายกล่าว

โดยหลังจากนั้นผู้เสียหายได้ติดต่อธนาคารเพื่อระงับธุรกรรมการ แต่ทางธนาคารอ้างว่าต้องไปลงบันทึกประจำวันกับตำรวจก่อน จนมิจฉาชีพดูดเงินออกไปจนบัญชีเหลือยอดเงินเพียง 131 บาท เท่ากับเสียเงินไป แถมยังต้องเป็นหนี้บัตรเครดิตอีกด้วย

“จริงๆ พูดตรงๆนะ ผมไม่ได้หวังจะได้เงินคืนหรอก เพราะรู้สึกว่ามันก็คงไปหมดแล้วแหละ เพราะว่าพวกนี้เวลาได้ไป เขาก็คงเอาไปเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ พวกดิจิทัลหรือว่าอะไรไปหมดละ แต่เราหวังให้มันมีการเปลี่ยนแปลงอ่ะครับ คือว่า ทุกวันนี้เทคโนโลยีมันไปไวไง มิจฉาชีพก็ไปไวพอๆกับเทคโนโลยี แต่กระบวนการ การทำงานของเจ้าหน้าที่ หรือว่าของธนาคารเองเนี่ย หรือกระบวนการของกฎหมายเอง มันไม่ได้เร็วตามเทคโนโลยี หรือว่ากระบวนการของพวกมิจฉาชีพ ที่มันเกิดขึ้นไง มันทำให้แบบ ผมมองว่ามันเป็นช่องว่าง ที่พอทำแล้ว ยังไงก็จับเขาไม่ทัน คืออยากให้มันมี  มาตรการอะไรสักอย่างออกมาเพื่อจะรองรับ พวกนี้ให้มันแบบ เหมาะกับยุคสมัย” ผู้เสียหายกล่าว

ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ตั้งข้อสังเกตว่า ข้อมูลของผู้เสียหายที่มิจฉาชีพมี เป็นข้อมูลเชิงลึกที่แจ้งไว้กับกระทรวงพาณิชย์ จึงจะประสานไปยังกระทรวงพาณิชย์ว่าทำไมข้อมูลของประชาชน จึงหลุดรอดออกไปได้

ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย จะต้องไปกำหนดให้ธนาคารต่าง ๆ สามารถระงับธุรกรรมของมิจฉาชีพให้รวดเร็วทันเวลา ถือเป็นการช่วยเหลือและป้องกันภัยให้กับประชาชนอีกทาง

 

 

 

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP สังคม

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ