ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปสอบถาม น.ส.ภัทราวดี อายุ 27 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้มีพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โทรศัพท์มาอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร โดยทางแก๊งคอลเซ็นเตอร์สามารถบอกชื่อนามสกุล ที่อยู่ของผู้เสียชายได้ทั้งหมด ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ และได้บอกว่าทางสรรพากรจะจ่ายเงินภาษีคืนให้ เป็นจำนวนเงิน 17,000 บาท แต่ต้องทำในแอปพลิเคชันที่ทางแก๊งคอลเซ็นเตอร์ส่งให้ เนื่องจากไม่สามารถทำในระบบได้ และหากไม่ทำจะต้องเสียภาษีปีละแสนกว่าบาท
หลังจากนั้นผู้เสียหายได้โหลดแอปพลิเคชัน และทางแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ให้ผู้เสียหายโอนเงินมาไว้ที่บัญชีเดียวกัน ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อเพราะคิดว่าโอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง คงจะไม่มีปัญหา หลังจากนั้นพบว่าเงินในบัญชีทั้งหมดหายไป
ล่าสุดทางคุณ น.ส.ภัทราวดี ได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองเชียงราย เพื่อนำหลังฐานไปแจ้งธนาคาร แต่กับพบว่า ทางสภ.เมืองเชียงราย ไม่สามารถระบุว่าจะดำเนินคดีกับใคร เพราะมีแต่หลักฐานแชทผ่านไลน์เท่านั้นไม่มีตัวตน ทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถ นำใบแจ้งความไปยืนยันขอข้อมูลจากธนาคารได้