พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. สั่งตำรวจไซเบอร์ บก.สอท.4 และ บก.สอท.3 เข้าจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จำนวน 5 ราย ทั้งกลุ่มบัญชีม้าที่ทำหน้าที่กดเงิน และผู้ควบคุมบัญชีม้า หลังเฝ้ารอถอนเงินสดทันทีเมื่อผู้เสียหายถูกหลอกลวงให้โอนเงิน ก่อนนำไปซื้อทองคำแท่งเพื่อแปรสภาพทรัพย์สินส่งต่อให้เครือข่าย
หลังมีผู้เสียหายถูกคนร้ายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ส่งข้อความแจ้งผู้เสียหายว่าต้องเปลี่ยนหม้อมิเตอร์ไฟฟ้า
และจะได้รับเงินประกันหม้อไฟฟ้าเก่าคืน ผู้เสียหายหลงเชื่อทำตามขั้นตอน สุดท้ายพบว่าเงินถูกโอนออกจากบัญชี รวมทั้งสิ้น 1,965,400 บาท
ต่อมา พ.ต.อ.ชินพันธ์ พราหมณ์พันธุ์ รอง ผบก.สอท.4 นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจออกสืบสวน พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดและเส้นทางการเงิน พบว่าเงินของผู้เสียหายทั้งหมดถูกโอนออกไปยัง 2 บัญชี ได้แก่ บัญชีชื่อนายโนด จำนวน 1,495,700 บาท และบัญชีชื่อนายจิรพล จำนวน 469,700 บาท
จากพฤติการณ์พบว่า นายโนดได้นำเงินจำนวนกว่า 1.4 ล้านบาท ไปซื้อทองคำแท่งน้ำหนักกว่า 22 บาท ที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านถนนบางนา-ตราด โดยมีนายวัชระคอยติดตามและสั่งการอยู่ใกล้ชิด ส่วน นายจิรพล ได้นำเงินสดจำนวนกว่า 460,000 บาท ไปถอนจากธนาคารแห่งหนึ่งย่านบางนา โดยมีนายบุญธรรมคอยติดตามประกบและสั่งการ
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 4 รายได้สำเร็จ ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมดรวม 5 ราย
โดยนายบุญธรรม อายุ 44 ปี ทำหน้าที่ผู้ควบคุมบัญชีม้า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามสะกดรอยตั้งแต่พื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร จากนั้นได้เฝ้าสังเกตการณ์ พบว่านายบุญธรรมได้นัดหมายกับนางลัดดาวัลย์ อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นบัญชีม้าที่กำลังนั่งรอเงินที่ถูกหลอกลวงจากผู้เสียหายโอนเข้าบัญชี
กระทั่งเมื่อมีผู้ถูกหลอกลวงโอนเงินเข้ามา ทั้ง 2 รายจึงพากันไปถอนเงินจากธนาคารภายในห้างสรรพสินค้าดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุม และสามารถตรวจยึดเงินสดของกลางได้จำนวน 720,000 บาท พร้อมสมุดบัญชีธนาคารจำนวน 1 เล่ม
จากการสอบถามเบื้องต้น นางลัดดาวัลย์อ้างว่าตนเองเดือดร้อนเรื่องเงิน จึงค้นหางานทำในเฟซบุ๊ก จนพบเพจที่อ้างว่ามีงานเสริมรายได้ดี จึงได้สมัคร โดยเพจดังกล่าวแจ้งว่าตนเองต้องใช้บัญชีธนาคารรับเงินจากลูกค้าที่ซื้อขายเสื้อผ้า และเมื่อได้รับแจ้งจากทางเพจว่าลูกค้าโอนเงินค่าเสื้อผ้าเข้ามาที่บัญชี ตนเองจะต้องเบิกถอนเงินสดมอบให้แก่บุคคลที่ทางเพจให้ไปตามประกบ แลกกับค่าจ้างครั้งละ 5,000 บาท โดยตนเองเพิ่งทราบว่าเป็นเงินจากเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม
เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในข้อหา “ตัวการร่วมในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน” “ตัวการร่วมในการกระทำความผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” “สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน” และ “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อกิจการของตนหรือที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาฐานอื่น” ก่อนส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลและติดตามจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม พร้อมเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินไปยังผู้รับผลประโยชน์ที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป