"มูลนิธิองค์กรทำดี" จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2565 โดย นางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นผู้ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิองค์กรทำดี ต่อนายทะเบียนมูลนิธิกรุงเทพมหานคร มีใจความสำคัญตามข้อบังคับของมูลนิธิ ดังนี้
โดยบระบุวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ คือ 1.เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ยากจน กำพร้า หรือพิการ และรวมถึงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนด้วยเหตุต่าง ๆ ทั้งเหตุส่วนตัว อุบัติเหตุ การเจ็บไข้ได้ป่วย รวมไปถึงภัยพิบัติธรรมชาติทุกรูปแบบ
2.เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนการสอน และอุปกรณ์อื่น ๆ 3.เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ขาดแคลนเครื่องมือ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับใช้รักษาประชาชน 4.ดำเนินการหรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลเพื่อการกุศล และองค์กรสาธารณประโยชน์เพื่อสาธารณประโยชน์ และ 5.ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด
โดยทุนทรัพย์ของมูลนิธิมีทุนเริ่มแรก คือ เงินสด จำนวน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ทั้งนี้ มูลนิธิอาจได้มาซึ่งทรัพย์สินโดยวิธีต่อไปนี้ 1.เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้ยกให้โดยพินัยกรรมหรือนิติกรรมอื่นๆ โดยมิได้มีเงื่อนไขผูกพันให้มูลนิธิต้องรับผิดชอบในหนี้สินหรือภาระติดพันอื่นใด 2.เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้ 3.ดอกผลซึ่งเกิดจากทรัพย์สินของมูลนิธิ 4.รายได้อันเกิดจากการจัดกิจกรรมของมูลนิธิ และ 5.รายได้อื่นจากการดำเนินกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ
และอีกจุดที่น่าสนใจคือ หมวดการเงินของมูลนิธิ โดยข้อ 31.ประธานกรรมการมูลนิธิ หรือรองประธานกรรมการมูลนิธีในกรณีทำหน้าที่แทนมีอำนาจสั่งจ่ายเงินได้คราวละไม่เกิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่าจำนวนดังกล่าว ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการมูลนิธิโดยเสียงข้างมาก เว้นแต่กรณีจำเป็นและเร่งด่วนให้อยู่ในดุลยพินิจของประธานกรรมการมูลนิธิที่จะอนุมัติให้จ่ายได้ แล้วต้องรายงานให้คณะกรรมการมูลนิธิทราบในการประชุมคราวต่อไป
ข้อ 32. เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดได้ครั้งละไม่เกิน 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน)
ข้อ 33. เงินสดของมูลนิธิ หรือเอกสารสิทธิ ต้องนำไปฝากไว้กับธนาคาร หรือสถาบันการเงินอื่นใดที่รัฐบาลให้การค้ำประกัน หรือซื้อพันธบัตรรัฐบาล แล้วแต่คณะกรรมการมูลนิธิเห็นสมสมควร
ข้อ 34. การสั่งจ่ายเงินของมูลนิธิโดยเช็ค จะต้องมีลายมือชื่อของประธานกรรมการมูลนิธิ หรือผู้ทำการแทนกับเลขานุการหรือเหรัญญิก ลงนามทุกครั้ง จึงจะเบิกจ่ายได้
ข้อ 35. การใช้จ่ายเงินตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ รวมทั้งค่าใช้จ่ายประจำสำนักงาน ให้จ่ายเพียงดอกผลอันเกิดจากทรัพย์สินที่เป็นทุนของมูลนิธิ และเงินที่ผู้บริจาคมิได้แสดงเจตนาให้เป็นเงินสมทบทุนโดยเฉพาะและรายได้อันเกิดจากการจัดกิจกรรมของมูลนิธิหรือรายได้อื่นจากการดำเนินกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ของค์ของ
ข้อ 36. ให้คณะกรรมการมูลนิธิวางระเบียบเกี่ยวกับการเงิน บัญชี และทรัพย์สินของมูลนิธิ ตลอดจนกำหนดอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ เกี่ยวกับการรับและจ่ายเงิน ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
ข้อ 37. ให้คณะกรรมการมูลนิธิจัดทำรายงานสถานะการเงินของมูลนิธิในรอบระยะเวลาบัญชีที่ผ่านมาเสนอต่อที่ประชุมในการประชุมสามัญประจำปี
นอกจากนั้นใน ข้อ 43. ยังระบุชัดเจนว่า มูลนิธิต้องไม่ดำเนินการหาผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน หรือเพื่อบุคคลใด นอกจากเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธินั้นเอง
และอีกประเด็นที่น่าสนใจคือ กรณีการเลิกมูลนิธิ โดยข้อ 39 ระบุว่า ถ้ามูลนิธิต้องเลิกล้มไปโดยมติของคณะกรรมการหรือโดยเหตุผลใดก็ตาม ทรัพย์สินทั้งหมดของมูลนิธิที่เหลืออยู่ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่ สภากาชาดไทย