ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ เปิดเผยผ่านรายการ “เปิดโต๊ะข่าว” พีพีทีวี ว่า ตนเองรู้เรื่องเงินของมูลนิธิของ “บุ๋ม ปนัดดา” มานานแล้ว โดยก่อนหน้านี้ได้ให้นายเอ๋ ช่างรับเหมาที่มีปัญหากัน ไปแจ้งความไว้ตั้งแต่ 12 ส.ค.
ทนายเดชา ยืนยันว่า นายเอ๋ ไม่ได้เป็นผู้สมรู้ร่วมคิด หรือมีส่วนในการร่วมกันฟอกเงินที่ได้จากมูลนิธิฯอย่างแน่นอน เป็นเพียงผู้รับจ้างทำพูลวิลล่าที่จังหวัดภูเก็ต ส่วนการโอนเงินผ่านบัญชีนายเอ๋นั้น ก็มองว่าเป็นเรื่องปกติเพราะทำธุรกิจร่วมกันก็ต้องมีบัญชีโอนเงินกันอยู่แล้ว
โดยเงินที่ถูกโอนมาจากบัญชี ”องค์กรทำดี โดย บุ๋ม ปนัดดา“ โอนจากต้นทางเข้าบัญชีนายเอ๋เท่าไหร่ นายเอ๋ก็คืนให้กับ ก๊อต สามีบุ๋มทั้งหมด รวมประมาณ 29-30 ล้านบาท ไม่มีส่วนต่างเงินทอน ส่วนเหตุผลในการโอนคืนนั้น เป็นเพราะทางก๊อต อ้างว่าจะส่งไปให้กรรมการมูลนิธิฯตรวจสอบก่อน
ส่วนที่บุ๋ม ปนัดดา อ้างว่า โอนเงินไปให้นายเอ๋ เพื่อนำไปก่อสร้างมูลนิธิที่จังหวัดปทุมธานี ซึ่งข้อมูลขัดแย้งกับนายเอ๋ที่บอกว่า ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างมูลนิธิเลย เป็นเพียงผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างพูลวิลล่านั้น
ทนายเดชามองว่า เป็นไปไม่ได้ที่ บุ๋ม ปนัดดาจะเข้าใจผิด เธอรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเงินดังกล่าว โอนไปใช้สร้างพูลวิลล่า ซึ่งตนเองมีภาพหลักฐานว่าบุ๋ม เคยลงพื้นที่ไปพูลวิลล่าถึง3ครั้งด้วย ส่วนข้อสงสัยว่าจะถูกสามีหลอกหรือไม่ก็เชื่อว่า บุ๋มเป็นคนฉลาด ไม่น่าจะถูกหลอก ก่อนหน้านี้ยังเคยคุยกับตัวเองอยู่เลยว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ที่จะออกจากมูลนิธิจะต้องผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียด
อีกทั้งไทม์ไลน์ในการสร้างมูลนิธิกับเส้นเงินที่โอนออกจาก บัญชีองค์กรทำดีนั้น ไม่สอดคล้องกัน มูลนิธิองค์กรทำดีสร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2567 แต่น่าแปลกที่ยังมีเส้นเงินโอนออกจากบัญชีไปจ่ายค่าก่อสร้างช่วงปี 2569 อยู่เลย
ทนายเดชา ยังบอกอีกว่า คนใกล้ตัวของบุ๋ม ปนัดดา ติดต่อหาออยศรี ขอให้ชะลอแจ้งความ แต่ทางออยศรีไม่ยอม และจะเดินหน้าต่อ ขณะเดียวกันทนายเดชาฝากบอก “บู๋ม ปนัดดา” ว่า “ชื่อมูลนิธิของน้องคือองค์กรทำความดี ความดีจะคุ้มครองน้องเอง ถ้าน้องดีจริงน้องไม่ต้องกลัว อะไรบุ๋มว่าดีพี่ก็ว่าดี”