“ทนายเดชา” โต้ “บุ๋ม ปนัดดา” อ้างไม่รู้เรื่องธุรกิจสามี ชี้มีภาพเคยไปโครงการพูลวิลล่า 3 ครั้ง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"ทนายเดชา" เปิดปมเงินสร้างพูลวิลล่า 45 ล้าน อ้างมีเงินมูลนิธิโอนผ่านบัญชีช่างเอ๋ ก่อนโอนกลับสามี "บุ๋ม ปนัดดา"

นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ เปิดเผยถึงกรณีข้อพิพาทระหว่างช่างเอ๋ ผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นลูกความของตน กับนายก๊อต อธิป สามีของบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี โดยระบุว่า ตนได้รับทราบปัญหาดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2568 และเคยพูดคุยกับบุ๋ม ปนัดดา โดยตรง พร้อมเตือนว่าอาจมีผู้หญิงตกเป็นผู้เสียหายในคดีฉ้อโกงรายต่อไป ซึ่งขณะนั้นบุ๋มตอบกลับว่าไม่เป็นไร เพราะตนเองมีฐานะและมีอาชีพ

ทนายเดชาเล่าว่า จุดเริ่มต้นของเรื่องเกิดจากช่างเอ๋ ซึ่งเป็นผู้รับเหมาและเพื่อนสนิทของนายก๊อต เนื่องจากเป็นนักยิงปืนด้วยกัน  

 

บุ๋ม ปนัดดา ช่างภาพพีพีทีวี
“ทนายเดชา” โต้ “บุ๋ม ปนัดดา” อ้างไม่รู้เรื่องธุรกิจสามี ชี้มีภาพเคยไปโครงการพูลวิลล่า 3 ครั้ง

ได้รับการชักชวนให้ร่วมลงทุนเปิดบริษัทเพื่อทำธุรกิจขายพูลวิลล่าในพื้นที่ ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต บนที่ดินจำนวน 2 แปลง ซึ่งมีชื่อบุ๋ม ปนัดดา เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และมีการกู้เงินจากธนาคาร

โดยข้อตกลงทางธุรกิจแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ค่าจ้างก่อสร้างประมาณ 7-9 ล้านบาทต่อหลัง และการแบ่งผลกำไรจากการขายพูลวิลล่า หากขายได้ในราคาประมาณ 18-21 ล้านบาท จะมีการแบ่งผลประโยชน์ในสัดส่วน 60 ต่อ 40

ทนายเดชาอ้างว่า บุ๋ม ปนัดดา รับรู้เกี่ยวกับโครงการดังกล่าวมาตลอด โดยมีภาพถ่ายเป็นหลักฐานว่าเคยเดินทางไปยังโครงการพูลวิลล่าถึง 3 ครั้ง จึงตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่บุ๋มออกมาไลฟ์ร้องไห้และระบุว่าไม่ทราบเรื่อง เนื่องจากมองว่าการก่อสร้างบนที่ดินจำเป็นต้องได้รับความยินยอมและมีลายเซ็นจากเจ้าของที่ดิน

นอกจากนี้ ทนายเดชายังกล่าวถึงกรณีที่บุ๋มตั้งข้อกล่าวหาว่าช่างเอ๋ร่วมมือกับนายก๊อตนำเงินมูลนิธิไปใช้ในทางมิชอบ โดยระบุว่า หากเชื่อว่าทั้งสองคนร่วมกันกระทำผิด ก็ควรดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมตั้งคำถามว่าหากไม่มีการดำเนินคดี จะทำให้เกิดข้อสงสัยเรื่องการแบ่งหน้าที่กันกระทำหรือไม่

แฉปมค้างค่าก่อสร้าง 2.7 ล้าน อ้างถูกปลอมลายเซ็นปิดบริษัท

สำหรับปัญหาการก่อสร้างพูลวิลล่าที่ จ.ภูเก็ต ทนายเดชาเปิดเผยว่า ช่างเอ๋ถูกค้างชำระค่าก่อสร้างงวดสุดท้ายประมาณ 2.7 ล้านบาท และไม่สามารถติดต่อนายก๊อตได้ ก่อนจะพบว่าบริษัทที่ร่วมกันดำเนินธุรกิจถูกปิดกิจการไปแล้ว โดยที่ช่างเอ๋ไม่ทราบเรื่อง

ทนายเดชาอ้างว่า มีการปลอมลายเซ็นของช่างเอ๋ รวมถึงปลอมแปลงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการปิดบริษัท ซึ่งลูกความมีพยานหลักฐานในประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่าการปิดบริษัทต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย มีมติของผู้ถือหุ้นและแจ้งผู้เกี่ยวข้อง แต่ช่างเอ๋กลับไม่เคยรับทราบเรื่องดังกล่าว

ภายหลังไม่สามารถเรียกเก็บค่าก่อสร้างงวดสุดท้ายได้ ช่างเอ๋จึงต้องการเข้าไปเก็บทรัพย์สินภายในไซต์ก่อสร้าง แต่กลับไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ โดยอ้างว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนายก๊อตและมูลนิธิเข้าไปปิดกั้นพื้นที่ รวมถึงมีการทุบทำลายสิ่งก่อสร้างบางส่วน ซึ่งช่างเอ๋ได้เข้าแจ้งความไว้แล้ว

นอกจากนี้ ยังอ้างว่าภายหลังมีการนำป้ายมูลนิธิไปติดตั้งภายในโครงการ พร้อมระบุว่าที่ดินและทรัพย์สินดังกล่าวกลายเป็นทรัพย์สินของมูลนิธิแล้ว

ตั้งข้อสังเกตเส้นทางเงิน 45 ล้าน โอนผ่านบัญชีช่างเอ๋ก่อนโอนกลับ

ทนายเดชาเปิดเผยอีกว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับโครงการพูลวิลล่า พบว่ามีเงินหมุนเวียนรวมประมาณ 45 ล้านบาท โดยอ้างว่ามีการโอนเงินจากบัญชีมูลนิธิฯ บัญชีส่วนตัวของบุ๋ม ปนัดดา และบัญชีของนายก๊อต เข้าสู่บัญชีของช่างเอ๋ ก่อนที่ช่างเอ๋จะโอนเงินบางส่วนกลับไปยังบัญชีของนายก๊อต

ทั้งนี้ ช่างเอ๋ให้ข้อมูลว่า นายก๊อตเป็นผู้สั่งให้โอนเงินกลับ โดยอ้างว่าจะนำเรื่องไปปรึกษาคณะกรรมการก่อนดำเนินการก่อสร้างต่อ

เมื่อถามว่าเหตุใดช่างเอ๋จึงยอมรับเงินจำนวนมากและโอนกลับไป ทั้งที่การก่อสร้างยังไม่เริ่มต้น ทนายเดชาอธิบายว่า เป็นเพราะช่างเอ๋มีความไว้วางใจนายก๊อต เนื่องจากเป็นเพื่อนสนิทกัน

อย่างไรก็ตาม การมีเงินจำนวนมากหมุนเวียนผ่านบัญชีทำให้ช่างเอ๋ได้รับผลกระทบ โดยถูกกรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีย้อนหลังกว่า 1 ล้านบาท แม้ก่อนหน้านี้นายก๊อตจะเคยรับปากว่าจะช่วยเหลือหากเกิดปัญหาด้านภาษีก็ตาม

ช่างเอ๋เจอคดีบุกรุกป่าสงวน 109 ไร่ อ้างถูกใช้ให้หารถไถที่ดิน

ทนายเดชายังเปิดเผยถึงอีกหนึ่งปัญหาของช่างเอ๋ คือการถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนจำนวน 109 ไร่ ในพื้นที่ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งเดิมมีแนวคิดจะพัฒนาเป็นสนามวิ่งเทรล

โดยกล่าวอ้างว่า นายก๊อตเป็นผู้ให้ช่างเอ๋ประสานหาคนขับรถแทรกเตอร์และบริษัทรับจ้างปรับพื้นที่ ก่อนเกิดปัญหาการบุกรุกป่าสงวน และมีการซัดทอดมาถึงช่างเอ๋จนถูกดำเนินคดี

ทนายเดชาระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่ดินอีกแปลงหนึ่งซึ่งสามีของบุ๋มเคยถูกดำเนินคดีมาก่อน แต่เรื่องดังกล่าวได้ข้อยุติไปแล้ว

สำหรับช่างเอ๋ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีด้วยตนเอง โดยขณะนี้เสียค่าทนายความและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับคดีไปแล้วกว่า 200,000 บาท และอ้างว่านายก๊อตไม่เคยเข้ามาช่วยเหลือตามที่รับปากไว้

ยันช่างเอ๋ไม่เกี่ยวเงิน 50 ล้าน สร้างมูลนิธิปทุมธานี

ส่วนกรณีเงินประมาณ 50 ล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างของมูลนิธิใน จ.ปทุมธานี ทนายเดชายืนยันว่า ช่างเอ๋ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับงานก่อสร้างดังกล่าว โดยเคยเพียงจัดทำใบเสนอราคาให้นายก๊อตพิจารณา แต่ไม่ได้รับเลือกให้ดำเนินโครงการ

พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า บริษัทใดเป็นผู้รับผิดชอบงานก่อสร้าง และกระบวนการอนุมัติใช้เงินมูลนิธิเป็นไปตามขั้นตอนหรือไม่

ทนายเดชายังกล่าวอ้างว่า จากการตรวจสอบรายชื่อคณะกรรมการมูลนิธิ พบว่ามีบุคคลที่เป็นสื่อมวลชนสายอาชญากรรมร่วมเป็นกรรมการ แต่ไม่ต้องการเปิดเผยรายชื่อ เนื่องจากอาจกระทบต่อบุคคลและองค์กรสื่อหลายแห่ง

ทั้งนี้ มองว่าการนำเงินออกจากบัญชีมูลนิธิควรผ่านกระบวนการพิจารณาและมีเอกสารชี้แจงวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรมการโอนเงินครั้งละไม่เกิน 2 ล้านบาท ว่าอาจมีเจตนาหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. หรือไม่

ทนายเดชาชี้เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน-ฟอกเงิน ตั้งคำถามใครคือ The Last Boss

เมื่อถามว่าพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเข้าข่ายความผิดทางกฎหมายใดบ้าง ทนายเดชาระบุว่า หากมีการนำเงินบริจาคที่ประชาชนมอบให้เพื่อช่วยเหลือสังคมไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน โดยต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานประกอบ

พร้อมยกกรณีคดีเกี่ยวกับการนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์มาเปรียบเทียบ โดยมองว่าประเด็นสำคัญอยู่ที่การตรวจสอบเส้นทางการเงินและการพิสูจน์ว่าเงินถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด

ทนายเดชายังตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของประธานมูลนิธิ โดยมองว่าในฐานะผู้มีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานและบัญชีของมูลนิธิ ควรสามารถชี้แจงธุรกรรมทางการเงินที่เกิดขึ้นได้

พร้อมทิ้งท้ายด้วยคำถามว่า ใครคือ "The Last Boss" ตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังการนำเงินบริจาคไปใช้ ท่ามกลางข้อกล่าวหาหลายประเด็นและการที่นายก๊อตยังไม่ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยตนเอง

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นคำกล่าวอ้างและข้อสังเกตของทนายเดชาและลูกความ ซึ่งยังต้องมีการตรวจสอบพยานหลักฐานและรับฟังคำชี้แจงจากบุคคลที่ถูกพาดพิง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงครบทุกด้าน

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ