ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 เมืองทองธานี ความคืบหน้ากรณีคลิปอนาจารเผยแพร่ว่อนในสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก ว่าขณะนี้ทางตำรวจไซเบอร์สามารถระบุตัวตนได้หรือยังว่าเป็นคนไทยหรืออยู่ในประเทศไทย
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบของสายตรวจไซเบอร์ตั้งแต่เช้าวันเสาร์ที่ 23 พ.ค. ต่อเนื่องถึงวันอาทิตย์ มีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดระบบ AI ของทาง Meta จึงไม่ตรวจสอบหรือลบบัญชีดังกล่าวออกไป โดยทาง Meta ได้แถลงไปแล้วเมื่อวานนี้ (25 พ.ค.)
ในส่วนนี้ ทางตำรวจไซเบอร์ได้ประสานไปยังกองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ตอท.) เพื่อประสานต่อไปยัง Meta และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้ทราบว่ามีคลิปลักษณะดังกล่าว ซึ่งขัดต่อมาตรฐานชุมชน (Community Standards) ของ Meta ที่มีมาตรฐานครบทั้ง 6 หมวดหมู่ โดยเฉพาะเรื่องลามกอนาจาร ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ
จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าไม่ใช่ในประเทศไทย แต่สิ่งสำคัญที่ควรระวังคือ คนกดดูอาจยังไม่เท่าไร แต่คนที่กดแชร์อาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (5) ส่วนกรณีที่คนไทยเป็นนักแสดงและเป็นผู้เล่นเอง จะเข้าข่ายมาตรา 14 (4) ดังนั้นจึงขอเตือนว่า สิ่งที่ลามกหรือเรื่องไม่ดีอย่าไปแชร์
พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท. เปิดเผยว่า ในส่วนของข้อมูล คาดว่าภายใน 2-3 วัน ทาง Meta จะรีบส่งข้อมูลกลับมายังเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ทราบว่าคนร้ายที่เผยแพร่คลิปมาจากประเทศไทยหรือต่างประเทศ และเป็นใคร ซึ่งเชื่อว่าไม่น่าจะยาก หากได้รับข้อมูลจาก Meta แล้ว จะสามารถสืบสวนติดตามได้
สำหรับการขยายผลถึงคนที่นำคลิปจากไลฟ์สดไปเผยแพร่ต่อให้มีคนดูมากกว่าเดิมนั้น ทางตำรวจไซเบอร์กำลังขยายผลและเตรียมดำเนินคดีกับผู้ที่ไปแปะลิงก์เว็บพนันออนไลน์ด้วย ซึ่งหากเว็บพนันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ก็จะขยายผลดำเนินการต่อ จุดนี้จะเป็นการพิสูจน์เจตนาว่า คนร้ายแท้จริงแล้วทำไลฟ์สดเพื่อจุดประสงค์อะไร ซึ่งอาจไม่ได้มีเจตนาเผยแพร่คลิปอนาจารตามที่หลุดออกไป แต่อาจเป็นการสร้างกระแสให้คนเข้าไปดูจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการไลฟ์สดหรือการนำคลิปวิดีโอเดิมมาฉายซ้ำเพื่อดึงยอดผู้ชม
ทั้งนี้ อย่างที่ทราบในการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ มีการทำฟิชชิ่ง สร้างหน้าเว็บปลอมให้เข้าไปยังลิงก์ต่าง ๆ เพื่อขโมยข้อมูล จึงเชื่อว่าเป็นเจตนาของมิจฉาชีพที่ตั้งใจใช้กระแสนี้ทำให้คนเข้าไปดูจำนวนมาก เพื่อเบี่ยงไปสู่การขโมยข้อมูลและเล่นพนันออนไลน์ เชื่อว่าภายในสัปดาห์นี้จะมีความคืบหน้า หลังได้รับข้อมูลจาก Meta ซึ่งทาง Meta ยืนยันว่าจะพยายามให้ความร่วมมือและแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ทั้งการปรับปรุงอัลกอริทึมในการตรวจจับให้ดีขึ้น และจะรีบส่งข้อมูลกลับมาให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีโดยเร็ว
พล.ต.ต.นิเวศน์ เปิดเผยอีกว่า ในระหว่างที่กำลังดำเนินการ หากยังตรวจจับไม่ได้ ต้องอาศัยเบาะแสจากประชาชนและรีบแจ้งไปยังผู้ประสานงาน สำหรับวันนี้ต้องเรียนว่า ทาง Meta หรือ Facebook ที่อยู่ในสิงคโปร์ ขณะนี้มีคนไทยและอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมทำงานอยู่ด้วย จึงเชื่อว่าความร่วมมือระหว่าง Meta และประเทศไทยจะเป็นไปอย่างดีและรวดเร็ว เพียงแต่ต้องส่งข้อมูลชุดนี้ไปให้ทาง Meta พิจารณาดำเนินการ ซึ่งขณะนี้ทำงานกันค่อนข้างใกล้ชิด และเชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้น หากมีเบาะแสขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อประสานงานต่อ
ด้านพล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 เปิดเผยว่า ขอฝากประชาสัมพันธ์ในแง่กฎหมาย เพื่อป้องกันความสับสนเกี่ยวกับคลิปวิดีโอลามกในโลกออนไลน์ ซึ่งสามารถจำแนกได้ 3 ประเภท ได้แก่
1. ประสงค์แห่งการค้า เช่น OnlyFans หรือการตั้งกลุ่มเก็บเงินและโพสต์ภาพลามกอนาจาร ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 อัตราโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท
2. การนำเข้าข้อมูลลักษณะลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (4) จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งการนำเข้าลักษณะนี้อาจมีจุดประสงค์หลายรูปแบบ เช่น แนบลิงก์ดูดเงิน แปะเว็บพนัน หรือแฝงโฆษณา ผู้โพสต์ย่อมมีความผิด
3. การแชร์หรือส่งต่อข้อมูลที่เป็นความผิดตาม 2 กรณีข้างต้น หากแชร์ออกไปก็มีความผิดเท่ากับต้นโพสต์ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท
อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มุ่งจับผู้แชร์ แต่ต้องจับต้นโพสต์ที่ทำให้สังคมสับสนและวุ่นวาย ดังนั้นทางตำรวจไซเบอร์จึงกำลังประสานกับกระทรวงดีอี และ Meta รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิสูจน์ทราบว่าต้นโพสต์เป็นใครและมีจุดประสงค์อะไร นี่คือสิ่งที่เจ้าหน้าที่ยึดถือเป็นอันดับหนึ่งในการดำเนินงาน