2023 ฉลองวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติ ต้อนรับปี "กระต่าย" และ "แมว"


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ขณะทั่วโลกฉลองตรุษจีนต้อนรับปี “กระต่าย” แต่สำหรับคนเวียดนาม นี่เป็นจุดเริ่มต้นของปี “แมว” ซึ่งน้อยคนนักที่จะรู้ เนื่องจากปีนักษัตรเวียดนามนั้นไม่แพร่หลายเท่า

"ตรุษจีน" ปีนี้ ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม ซึ่งบรรยากาศการเฉลิมฉลองถือว่าค่อนข้างคึกคัก ทั้งในประเทศจีน ที่เพิ่งยกเลิกมาตรการโควิดเป็นครั้งแรก รวมถึงประเทศที่มีชาวจีนโพ้นทะเลอาศัยอยู่ และประเทศที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมจีน เช่น เกาหลี สิงคโปร์ มองโกเลีย ทิเบต เวียดนาม และประเทศในทวีปเอเชีย

ตามธรรมเนียม เทศกาลตรุษจีน คือ ช่วงเวลาแห่งการไหว้บรรพบุรุษและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นช่วงที่ครอบครัวจะได้อยู่กันพร้อมหน้า และยังถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการสิ้นสุดฤดูหนาว เพื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ

“บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” อวยพรตรุษจีน 2566 ขอให้สุขสมหวังและร่ำรวยตลอดปี

สีสันคนบันเทิง สะบัดลุค “อาหมวย” รับตรุษจีน

 

โดยทุกพื้นที่จะมีการประดับประดาไฟและดอกไม้ และเต็มไปด้วยสารพัดสิ่งของตกแต่งรูปสัญลักษณ์ประจำปีนักษัตร ซึ่งปีนี้ คือ กระต่าย

สำหรับมาสคอตและโลโก้อย่างเป็นทางการของงานฉลองตรุษจีนประจำปีนี้ คือ “กระต่ายหยวนหยวน” ซึ่งถ่ายทอดสดออกไปให้เห็น 170 ประเทศทั่วโลก ผ่านทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางของจีน “ไชน่า มีเดีย กรุ๊ป” หรือ CMG

“กระต่ายหยวนหยวน” เป็นมาสคอตตัวแรกที่สร้างขึ้นจากการรวบรวมตัวเลือกที่ผู้ชมชื่นชอบ ประกอบกับการวิเคราะห์ข้อมูลงานฉลองตรุษจีนตลอด 40 ปีที่ผ่านมา จนได้ออกมาเป็นกระต่ายน้อยอวบอ้วน ขนฟูปุกปุย ดวงตากลมโต น่ารักน่าเอ็นดู ตามลักษณะกระต่ายขาวของจีน

ชาวจีนเชื่อว่า กระต่ายเป็นตัวแทนของความสง่างาม ความเฉลียวฉลาด ความเมตตากรุณา ความอุดมสมบูรณ์ ความสุข และความโชคดี มักถูกนำไปเชื่อมโยงกับดวงจันทร์ ตามความเชื่อโบราณว่าบนดวงจันทร์ มีกระต่ายอาศัยอยู่

ซึ่งในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา มีปีเถาะหรือปีกระต่ายไปแล้วทั้งสิ้น 8 ครั้ง คือ ปี 1927, 1939, 1951, 1963, 1975, 1987, 1999 และ 2011

อย่างไรก็ตาม สำหรับชาวเวียดนาม และคนเชื้อสายเวียดนามในต่างแดน สัตว์ลำดับที่ 4 ใน 12 ปีนักษัตรของพวกเขา สวนทางกับกระแสหลักทั่วโลก เพราะไม่ใช่กระต่าย แต่เป็น “แมว”

ตามตำนานปฏิทินนักษัตร ซึ่งมาจากนิทานปรัมปราของจีน ระบุว่า สัตว์ต่างๆ ถูกเชิญให้มาแข่งกันข้ามแม่น้ำ เพื่อให้ได้รับการบรรจุใน 12 ลำดับปีนักษัตร โดยมีแมวและหนู ร่วมแข่งขันด้วย แต่หนูเล่นไม่ซื่อ ขัดขวางจนแมวไปไม่ถึงเส้นชัย และต้องหลุดออกจากลำดับปีนักษัตร ซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุว่าทำไม “แมวกับหนู” จึงเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาตลอด

 

แต่ตำนานของเวียดนาม จะต่างออกไปเล็กน้อย เพราะถึงแม้แมวจะถูกหนูกลั่นแกล้ง แต่สุดท้ายมันก็ข้ามแม่น้ำสำเร็จ และเข้าเส้นชัยแซงกระต่ายไปได้ ปีนักษัตรของชาวเวียดนามจึงเป็นแมว แทนที่จะเป็นกระต่าย

แม้เหตุผลที่แท้จริง จะไม่มีระบุไว้แน่ชัด แต่มีคนวิเคราะห์ไว้หลายทฤษฎี ทฤษฎีแรก คือ อาจเป็นความสับสนและคลาดเคลื่อน จากการออกเสียงคำว่า “กระต่าย” และ “แมว” ที่คล้ายคลึงกันในภาษาเวียดนาม จนสุดท้าย “แมว” กลายมาเป็นสัตว์ประจำปีนักษัตร

อีกทฤษฎีหนึ่งที่ถูกพูดถึง คือ สภาพอากาศในเวียดนามอบอุ่นกว่าจีน ทำให้หนูขยายพันธุ์และเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ของชาวนา

ประเทศเกษตรกรรมอย่างเวียดนาม จึงเลือก “แมว” ที่เป็นศัตรูตามธรรมชาติของหนู เป็นสัตว์ประจำปีนักษัตรแทน เพราะเชื่อว่า แมวจะเป็นตัวช่วยในฤดูเก็บเกี่ยว ทำให้พืชผลอุดมสมบูรณ์ และทำให้ฝนตกได้

นอกจากนี้ ยังมีทฤษฎีเรื่องความสมดุล เนื่องจากชาวเวียดนามมองว่า หนู และกระต่าย อยู่ในประเภทสัตว์ฟันแทะ (Rodent) เหมือนกัน จึงควรเลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ส่วนแมวเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะหักล้างกับปีจอ หรือสุนัขได้ หากนำมาอยู่ใน 12 ปี นักษัตร ก็จะสะท้อนถึงความสมดุลระหว่างพลังหยินและหยางในจักรวาล

แต่ถ้ามองในเชิงวัฒนธรรม ในอดีต ช่วงที่ชาวจีนเข้ามาปกครองเวียดนาม พวกเขาใช้นโยบายกลืนชาติ บังคับให้ชาวเวียดนามแต่งกายแบบจีน และใช้ภาษาจีนเป็นภาษาราชการ จนชาวเวียดนามสูญเสียวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของตนไป

นักวิชาการหลายคนจึงเชื่อว่า การที่ปฏิทินนักษัตรของเวียดนามต่างกับของจีน อาจเป็นความพยายามเล็ก ๆ ของชาวเวียด ที่ต้องการจะหลุดพ้นจากการครอบงำทางวัฒนธรรมจากจีน

ตามปกติ ชาวเวียดนามเรียกวัน ตรุษญวน หรือวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติว่า เต๊ด เหวียน ด่าน (Tet Nguyen Dan) ที่มีความหมายว่า อรุณรุ่งของปีใหม่ ก้าวแรกของฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งจะเฉลิมฉลองกันเป็นเวลานานถึง 16 วัน เริ่มตั้งแต่ 21 ม.ค. – 5 ก.พ.

โดย “วันเต๊ด” นั้นก็คือวันเดียวกับวันตรุษจีน มีจุดร่วมที่เด่นชัด คือ การรวมตัวกันของสมาชิกในครอบครัว เพื่อแสดงความเคารพและรำลึกถึงบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว แต่ก็มีความต่างในแง่รายละเอียดพิธีกรรมต่างๆ ซึ่งจุดที่เป็นเอกลักษณ์เหล่านี้ บ่อยครั้งมักถูกบดบังโดยอิทธิพลของวัฒนธรรมจีน

อย่างที่ออสเตรเลีย ซึ่งมีคนเชื้อสายเวียดนามอาศัยอยู่กว่า 330,000 คน บริษัทห้างร้านและองค์กรต่าง ๆ พร้อมใจกันประดับตกแต่งด้วยรูปสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ตามปีนักษัตรจีน จนทำให้ชุมชนชาวเวียดนามที่นี่รู้สึกไร้ตัวตน

ส่วนงานฉลองซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่นครซิดนีย์ ก็ใช้ชื่องานว่า “Chinese New Year Festival” มาตั้งแต่ปี 1996 จนกระทั่งในปี 2020 สภานครซิดนีย์ ยอมฟังเสียงของชาวเวียดนามในพื้นที่ และตัดสินใจเปลี่ยนชื่องานเป็น “Sydney Lunar Festival” เพื่อให้วัฒนธรรมอื่น ๆ ได้มีส่วนร่วมด้วย

แม้ในภาพรวมปีนี้ รูปปั้นและของประดับตกแต่งรูปแมว จะยังไม่ได้มีพื้นที่มากเท่ากับกระต่าย แต่แรงผลักดันเล็ก ๆ ของชุมชนชาวเวียดนามก็ไม่สูญเปล่า และนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของพวกเขาไว้

วันตรุษจีน 2566 นี้ ใส่สีแดงไหนดี? เสริมเฮง เตรียมรับอั่งเปาซองโต!

“หม้อทอดไร้น้ำมัน” ใครว่าไม่จำเป็นต้องทำความสะอาด เสี่ยงเกิดโรค-ไฟไหม้

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ