ภาพผู้ต้องสงสัยเป็นภาพที่ถูกบันทึกไว้ได้โดยกล้องวงจรปิด ซึ่งสำนักงานนายอำเภอลอสแองเจลิสเคาน์ตี ระบุว่า ยังไม่ทราบชื่อ และ อยู่ในระหว่างติดตามจับกุมตัว หลังเกิดเหตุกราดยิงที่สถานที่เต้นรำระหว่างงานฉลองเทศกาลตรุษจีน ใจกลางเมืองมอนเทอเรย์ พาร์ค ใกล้ๆกับเมืองลอสแองเจลิส เมื่อวานนี้ ( วันอาทิตย์)
เจ้าหน้าที่ระบุว่าข้อมูลที่ได้รับจากพยานในเหตุการณ์ทำให้เชื่อว่าผู้ต้องสงสัยก่อเหตุน่าจะเป็นชายเชื้อสายเอเชียอายุระหว่าง 30 - 50 ปี ซึ่งขณะนี้ยังเป็นบุคคลอันตรายเนื่องจากมีอาวุธ
เหตุยิงกราดเกิดขึ้นประมาณ 22.00 น.ของวันเสาร์ ที่ Star Ballroom Dance Studio ซึ่งเป็นห้องเต้นรำแบบบอลรูม ใกล้กับถนนใจกลางเมืองมอนเทอเรย์ พาร์ค (Monterey Park) ที่เตรียมจัดงานฉลองเทศกาลตรุษจีน
ตำรวจที่รุดถึงจุดเกิดเหตุระบุว่า ผู้คน “วิ่งออกมาจากจุดเกิดเหตุพร้อมกับเสียงกรีดร้อง” เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 10 คน เป็นชาย 5 คน และหญิง 5 คน และผู้บาดเจ็บอีก 10 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นอาการสาหัส ภาพข่าวจากสื่อท้องถิ่นเผยให้เห็นผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่อยู่ในช่วงวัยกลางคน
นอกจากนี้ ทางการกำลังสืบสวนเพิ่มเติมว่าเหตุยิงกราดที่ ไลไล บอลรูม (Lai Lai Ballroom) คลับเต้นรำอีกแห่งในเมืองอัลฮัมบรา (Alhambra) ซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองมอนเทอเรย์ พาร์ค ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์
โดยทางการเชื่อว่าทั้งสองเหตุการณ์อาจมีความเชื่อมโยงกัน โดยเหตุการณ์ในเมืองอัลฮัมบรานั้น ผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่าชายเชื้อสายเอเชีย เดินเข้ามาที่คลับพร้อมกับปืน แต่ไม่มีใครถูกยิงและคนร้ายหลบหนีไปได้เช่นกัน
ด้านทำเนียบขาว ระบุว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้รับทราบเรื่องเหตุยิงกราดนี้แล้ว และได้สั่งการให้ทางเอฟบีไอช่วยเหลือด้านการสืบสวนเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ไบเดนยังสั่งการให้ทำเนียบขาวและหน่วยงานของรัฐลดธงครึ่งเสา เพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต
ขณะที่ นางกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรมเช่นนี้ พร้อทั้งระบุว่าปัญหาความรุนแรงจากอาวุธปืนควรต้องยุติได้แล้ว
ด้าน กัน ไวโอเลนซ์ อาร์ไคฟ์ (Gun Violence Archive) องค์กรไม่แสวงหากำไรที่ติดตามเหตุความรุนแรงจากปืนในสหรัฐฯ ระบุว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุกราดยิงครั้งที่ 33 ในปีนี้ และเป็นเหตุสังหารหมู่ด้วยอาวุธปืนครั้งที่ 5 และมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด นับตั้งแต่เหตุคนร้ายบุกเข้าไปกราดยิงภายในโรงเรียนที่เมืองยูวัลดี รัฐเท็กซัส เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 21 คน
ส่วนเหตุยิงกราดเลวร้ายที่สุดเฉพาะในรัฐแคลิฟอร์เนีย เกิดขึ้น มื่อปี 1984 ที่ร้านแมคโดนัลด์ส ในซานดิเอโก ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 21 คนเช่นกัน
“ธนกร” ปัดสั่ง ตร.ขับรถนำขบวนนักท่องเที่ยวจีน ยินดีให้ตรวจสอบ
“วิว” กุลวุฒิ โค่นมือ 1 โลก คว้าแชมป์ อินเดีย โอเพ่น
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันแล้วว่า ศพที่พบในรถตู้ต้องสงสัยสีขาว ซึ่งถูกหน่วยสวาต (SWAT) ปิดล้อมนานหลายชั่วโมง คือ ผู้ก่อเหตุกราดยิง ทราบชื่อคือนาย ฮู เกิ่น เจิ่น (Huu Can Tran) วัย 72 ปี ซึ่งอพยพมาจากจีน
ขณะนี้ ไม่พบว่ามีผู้ต้องสงสัยอื่นๆ เพิ่มเติม และยังไม่ทราบแรงจูงใจในการก่อเหตุ รวมถึงจำนวนปืนที่ใช้ก่อเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ตรวจพบปืนกึ่งอัตโนมัติและปืนพกอย่างละกระบอก และกำลังตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและสุขภาพจิตของคนร้าย
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมว่า คนร้ายเคยมาใช้บริการที่ห้องเต้นรำดังกล่าว และยังพบกับอดีตภรรยาที่นี่ด้วย ก่อนที่ทั้งสองจะหย่าร้างกันในปี 2005
เหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ สร้างความหวาดกลัวให้กับชุมชนชาวเอเชีย ซึ่งมักตกเป็นเป้าการโจมตีและประทุษร้าย นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 ขณะที่ทางการท้องถิ่นสั่งยกเลิกกิจกรรมฉลองเทศกาลตรุษจีนทั้งหมดในวันอาทิตย์ โดยชาวเมืองจำนวนหนึ่งมารวมตัวกันตั้งจุดไว้อาลัย และร่วมรำลึกถึงเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า
แต่อีกหลายพื้นที่ อาทิ นครนิวยอร์ก ก็ยังมีการจัดงานตรุษจีนตามปกติ ผู้ร่วมงานส่วนใหญ่มองว่านิวยอร์กยังเป็นเมืองที่ค่อนข้างปลอดภัย และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อยตลอดทั้งงาน