เรียกได้ว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่งภัยพิบัติที่จะถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ สำหรับเหตุแผ่นดินไหวในตุรกีที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยความรุนแรงอยู่ที่ 7.8 แมกนิจูด หรือรุนแรงเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ของประเทศ นับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลมา
จุดศูนย์กลางการสั่นสะเทือนอยู่ใกล้กับเมืองกาซีอันเตป (Gaziantep) บริเวณตอนใต้ของประเทศ ใกล้กับชายแดนซีเรีย และสะเทือนไปถึงเลบานอน ซีเรีย อิสราเอล ไซปรัส และกรีซ
ด่วน! ตุรกีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขนาด 7.8 สะเทือนไกลถึงกรีซ
ล่าสุด ณ เวลา 14.00 น. ของวันที่ 7 ก.พ. มีรายงานพบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4,800 รายในตุรกีและซีเรีย และคาดว่าตัวเลขจะยังคงพุ่งสูงมากกว่านี้อีก
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า แผ่นดินไหว เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก เมื่อมันไปชน เสียดสี หรือซ้อนกัน และตุรกีได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวได้ง่ายที่สุดในโลก ก็เพราะว่ามันตั้งอยู่บนแผ่นเปลือกโลกอนาโตเลียน (Anatolian Plate)
แผ่นเปลือกโลกดังกล่าวอยู่ติดกับรอยเลื่อน (Fault) ที่สำคัญ 2 แห่ง คือ รอยเลื่อนอนาโตเลียเหนือ ซึ่งทอดตัวจากตุรกีตะวันตกไปตะวันออก และรอยเลื่อนอนาโตเลียตะวันออก ในพื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ รวมถึงอยู่ใกล้กับแผ่นเปลือกโลกยูเรเซีย แอฟริกา และอาราเบีย
สำหรับเหตุแผ่นดินไหวล่าสุดนี้ แมทธิว คัปปุชชี นักอุตุนิยมวิทยาซึ่งทำงานให้กับสื่อดัง Washington Post รายงานว่า เกิดขึ้นบริเวณรอยเลื่อนอนาโตเลียตะวันออก จากการเสียดสีกันระหว่างแผ่นเปลือกโลกอนาโตเลีย กับแผ่นเปลือกโลกอาราเบีย
โดยสรุปแล้วก็คือ ตำแหน่งที่ตั้งของประเทศตุรกีนั้นอยู่ในจุดที่พร้อมจะเกิดแผ่นดินไหวได้ตลอดเวลาหากมีการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก จนถึงขนาดมีคำกล่าวในตุรกีว่า “coğrafya kaderdir” ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า “ภูมิประเทศเป็นตัวกำหนดโชคชะตา”
ในช่วงประมาณ 120 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 1900 ตุรกีประสบเหตุแผ่นดินไหวที่รุนแรงเกิน 5.0 แมกนิจูดและทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้นราว 60 ครั้ง หรือเฉลี่ย 2 ปีต่อครั้ง และมีหลายครั้งที่รุนแรงในระดับที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในหลักพันถึงหลายหมื่นราย ซึ่งนิวมีเดีย พีพีทีวี ได้รวบรวมไว้ที่นี่แล้ว
แผ่นดินไหวครั้งหายนะที่สุดในตุรกี ทั้งในแง่ของระดับความรุนแรงและตัวเลขผู้เสียชีวิต คือเหตุแผ่นดินไหวเมื่อเดือน ธ.ค. ปี 1939 ที่เมืองเอร์ซินจาน (Erzincan) ทางตะวันออกของตุรกี โดยครั้งนั้นเกิดแผ่นดินไหวความรุนแรงถึง 8.0 แมกนิจูด เป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงเป็นอันดับ 1 ในประวัติศาสตร์ของประเทศ และทำให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 32,968 ราย บาดเจ็บอีกนับแสนคน และอาคารบ้านเรือนพังเสียหายมากกว่า 160,000 แห่ง
แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงรองลงมาเกิดขึ้นเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วนี้เอง โดยเกิดขึ้นที่เมืองอิซมิต (Izmit) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ห่างจากกรุงอิสตันบูลไปราว 100 กิโลเมตรเท่านั้น แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในเดือน ส.ค. 1999 ด้วยความรุนแรง 7.6 แมกนิจูด มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 17,127 ราย บาดเจ็บมากกว่า 40,000 คน
ถัดมาคือภัยพิบัติเมื่อเดือน พ.ย. 1976 ที่ภูมิภาคชาลดิรัน-มูราเดีย (Çaldıran–Muradiye) ทางตะวันออกของประเทศ ติดชายแดนอิหร่าน เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.5 แมกนิจูด จำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ระหว่าง 4,000-5,000 ราย
อีกหนึ่งแผ่นดินไหวที่รุนแรงไม่แพ้กันเกิดขึ้นในเดือน ก.พ. 1944 ช่วงเวลาคล้ายกับเหตุแผ่นดินไหวล่าสุด แต่ครั้งนั้นเกิดขึ้นที่ภูมิภาคโบลู–เกเรเด (Bolu–Gerede) ทางเหนือของประเทศ ด้วยความรุนแรง 7.5 แมกนิจูด มีผู้เสียชีวิต 3,959 ราย
ขณะที่ก่อนหน้านั้นไม่กี่เดือน ได้เกิดแผ่นดินไหวที่เมืองทอสยา-ลาดิก (Tosya-Ladik) ในเดือน ธ.ค. 1943 ด้วยความรุนแรง 7.5 แมกนิจูด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตราว 2,800-5,000 ราย
ทั้งนี้ จากตัวเลขผู้เสียชีวิตเหตุแผ่นดินไหวครั้งล่าสุดในปี 2023 นี้ องต์การอนามัยโลกประเมินว่า อาจสูงกว่าตัวเลขจณะนี้หลายเท่าตัว หรือพุ่งทะลุหลัก 20,000 ราย ซึ่งหากตัวเลขสุดท้ายออกมาตามการคาดการณ์ จะทำให้เหตุการณ์นี้เป็นแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงสุดเป็นอันดับ 2 ของประวัติศาสตร์ตุรกี ทั้งในเชิงระดับความรุนแรงและตัวเลขผู้เสียชีวิต
อย่างไรก็ดี แม้ตุรกีจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่เผชิญกับแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง แต่ตุรกีก็ไม่ได้มีความพร้อมในการรับมือกับแผ่นดินไหวในอนาคตเลยแม้แต่น้อย โดยอาคารหลายแห่งในหลายเมืองทั่วประเทศ ไม่ได้สร้างขึ้นตามมาตรฐานความปลอดภัยจากแผ่นดินไหว บ้านหลายหลังสร้างโดยไม่มีการควบคุมดูแลและใช้วัสดุก่อสร้างคุณภาพต่ำ แม้จะมีกฎหมายบังคับใช้ก็ตาม
ภาพจาก AFP