ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งติด บริเวณพรมแดนตุรกี และซีเรีย เพิ่มขึ้นเป็น 21,000 คนแล้ว โดยในจำนวนนี้อยู่ที่ตุรกีอย่างน้อย 17,674 คน และที่ซีเรียอีกอย่างน้อย 3,377 คน ท่ามกลางความพยายามของเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ระดมกำลังกันเร่งทำงานแข่งกับเวลาในการค้นหาผู้รอดชีวิตที่อาจจะยังคงติดอยู่ภายใต้ซากปรักหักพัง
แม้ว่าความหวังจะริบหรี่ลงทุกขณะหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้วกว่า 100 ชั่วโมง นับตั้งแต่เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง ระดับ 7.8 และระดับ 7.5
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่ก็ยังมีข่าวดีหลังทีมกู้ภัยตุรกี ประสบความสำเร็จในการช่วยชีวิตหญิงวัย 48 ปีรายหนึ่ง จากใต้ซากอาคารในเมืองฮาเทย์ ได้สำเร็จ
เช่นเดียวกับ เด็กหญิงชาวซีเรีย รายหนึ่ง ที่ได้รับการช่วยเหลือจากอาสาสมัครจากกลุ่มหมวกขาวในซีเรีย ออกมาจากซากปรักหักพังใกล้เมืองอิดลิบ
ส่วนทารกเพศหญิงที่ลืมตาดูโลกใต้ซากอาคารถล่ม ทางตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรีย ซึ่งได้รับการช่วยเหลือออกมาในสภาพที่ยังมีสายสะดือติดอยู่กับรกของแม่ กำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล และอาการทรงตัว
หนูน้อย ซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวในครอบครัว ได้รับการตั้งชื่อว่า “อายา” (Aya) ซึ่งมีความหมายในภาษาอาหรับว่า “ปาฏิหารย์”
ส่วนผู้คนบนสื่อสังคมออนไลน์ที่ทราบข่าว ต่างพากันแสดงความจำนงขออุปการะทารกน้อยรายนี้
อย่างไรก็ตาม ความพยายามของเจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 100,000 นายบนภาคพื้นดิน ต้องเผชิญกับอุปสรรคด้านโลจิสติกส์หลายประการ อาทิ การขาดแคลนพาหนะและถนนที่พังเสียหาย
ส่วนสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัดกำลังเป็นภัยคุกคามผู้รอดชีวิตหลายหมื่นคน ซึ่งต้องหลบภัยในที่พักพิงชั่วคราวเป็นคืนที่ 4 หลังจาก
กลายเป็นคนไร้บ้าน บางส่วนประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มและอาหาร
ขณะที่ ความช่วยเหลือและการบรรเทาทุกข์จากนานาประเทศยังคงหลั่งไหลมายังพื้นที่ประสบภัยในตุรกีและซีเรียอย่างต่อเนื่อง โดยนาคารโลกหรือเวิลด์ แบงก์ ให้คำมั่นว่าจะมอบความช่วยเหลือทางการเงินให้กับตุรกี จำนวน 1,780 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 59,000 ล้านบาท รวมถึง การจัดหาเงินทุนเร่งด่วน สำหรับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานขึ้นใหม่ และเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว
ก่อนหน้านี้ ขบวนรถบรรทุก 6 คันซึ่งขนสิ่งของบรรเทาทุกข์จากสหประชาชาติหรือยูเอ็นได้ข้ามพรมแดน ณ จุดผ่านแดน บับ อัล-ฮาวา ของเมืองอิดลิบ ระเบียงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเพียงแห่งเดียวระหว่างตุรกีและซีเรีย เพื่อส่งมอบเต็นท์ที่พัก และสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ประสบภัย
ด้าน นายอันโตนิโอ กูร์เตอเรส เลขาธิการสหประชาชาติ ให้คำมั่นว่าจะส่งมอบความช่วยเหลือเพิ่มเติม พร้อมเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ อนุญาตให้ส่งเสบียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ข้ามจุดผ่านแดนได้มากกว่า 1 แห่ง พร้อมกับเตือนว่าหายนะทั้งหมดของภัยพิบัติครั้งนี้กำลังเปิดเผยออกมาต่อหน้าต่อตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในซีเรีย ซึ่งเผชิญสงครามกลางเมืองยืดเยื้อตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ขณะที่ ดอกเตอร์ ฮานส์ คลูจ ผู้อำนวยการ องค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำภูมิภาคยุโรป เตือนว่า อาจเกิดภัยพิบัติด้านมนุษยธรรมครั้งที่ 2 ได้ เว้นแต่ผู้รอดชีวิตจะสามารถเข้าถึงที่พักพิง อาหาร น้ำและยารักษาโรคได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า ชุมชนในซีเรีย อาศัยน้ำจากอ่างเก็บน้ำบนที่สูง ซึ่งได้รับความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือน จึงจำเป็นต้องหาแหล่งน้ำใหม่ มิฉะนั้นอาจจะต้องรับมือกับการระบาดของเชื้ออหิวาตกโรค ซึ่งเป็นปัญหาที่เผชิญอยู่เดิมก่อนเกิดเหตุแผ่นดินไหว