สหรัฐฯ เคยได้ชื่อว่าเป็นดินแดนในฝันของใครหลายคนที่ต้องการเปลี่ยนชีวิตของตัวเอง ซึ่งเป็นแนวคิดของ “ความฝันอเมริกัน” หรือ “อเมริกันดรีม” ที่เชื่อกันว่าที่นี่คือดินแดนแห่งโอกาสและเสรีภาพ
และในเวลาหลังการสร้างชาติเพียง 200 กว่าปี ปัจจุบันสหรัฐฯ กลายเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มีตลาดความมั่งคั่งใหญ่ที่สุดในโลก คิดเป็นสัดส่วน 32% ของความมั่งคั่งทั่วโลก และมีมหาเศรษฐีพำนักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก คือ 36% ของเศรษฐีเงินดอลลาร์ทั่วโลก
นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกายังเป็นที่ตั้งของตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก 2 แห่ง ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก และแนสแด็ก รวมทั้งเป็นที่ตั้งของบริษัท 9 แห่งที่ติด 10 อันดับบริษัทใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อพิจารณาจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
ยิ่งไปกว่านั้น แค่ความมั่งคั่งในมหานครนิวยอร์กเพียงแห่งเดียวก็เหนือกว่าประเทศในกลุ่ม G20 ส่วนใหญ่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้นในปี 2023 นี้ หลังมีรายงานว่า เศรษฐีในสหรัฐฯ กำลังแสวงหาโอกาสที่ดีกว่าเดิมในต่างประเทศในอัตราที่ไม่เคยมีมาก่อน
รายงานความมั่งคั่งสหรัฐฯ (USA Wealth Report) โดยบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนเพื่อย้ายถิ่นฐาน Henley & Partners ร่วมกับบริษัทข้อมูลความมั่งคั่ง New World Wealth ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังสูญเสียความน่าดึงดูดใจในหมู่เศรษฐีจากนอกประเทศที่ต้องการย้ายถิ่นฐาน และเศรษฐีในประเทศเอง ก็มีแนวโน้มย้ายออกจากประเทศเพิ่มขึ้น
รายงานความมั่งคั่งสหรัฐฯ พิจารณาความมั่งคั่งของสหรัฐฯ อย่างครบถ้วนรอบด้าน ได้แก่ เทรนด์ในหมู่ผู้มีความมั่งคั่งระดับสูง ข้อมูลสถิติความมั่งคั่งของเมือง รูปแบบการย้ายถิ่นฐานของเศรษฐี รวมถึงปัจจัยขับเคลื่อนหลักและผู้สร้างความมั่งคั่ง
จากข้อมูลดังกล่าวได้ข้อสรุปออกมาว่า เศรษฐีทั่วโลกไหลเข้าอเมริกาลดลงอย่างชัดเจนในปี 2022 ที่ผ่านมา เหลือเพียง 1,500 คนเท่านั้น ถือว่าลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงปี 2013-2019 ที่เศรษฐีทั่วโลกไหลเข้าสหรัฐฯ 6,400-10,800 คนต่อปี
ส่วนการไหลออกของผู้มีความมั่งคั่งระดับสูงนั้น เมห์ดี คาดีรี หัวหน้าประจำภูมิภาคอเมริกาเหนือของ Henley & Partners เปิดเผยว่า มีนักลงทุนอเมริกันเข้ามาสอบถามข้อมูลการย้ายถิ่นฐานมากเป็นประวัติการณ์ในปี 2022 โดยพุ่งขึ้น 447% จากปี 2019
บริษัทยังบอกด้วยว่า ปีที่แล้วนับเป็นครั้งแรกที่นักลงทุนอเมริกันสมัครเข้าร่วมโครงการลงทุนเพื่อย้ายถิ่นฐานและขอสัญชาติมากที่สุดเมื่อเทียบกับนักลงทุนสัญชาติอื่นทั่วโลก
เจฟฟ์ ดี. ออปไดก์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน และผู้เขียนบทความเกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคล ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูง ความไม่สงบทางสังคมและการเมือง และชนชั้นกลางที่ลดลงอย่างรวดเร็ว กำลังทำให้ชาวอเมริกันผู้มั่งคั่งย้ายถิ่นฐานหรือสละสัญชาติมากเป็นประวัติการณ์
“ในท้ายที่สุดแล้ว ชนชั้นผู้บริโภคใหม่ที่กำลังเติบโตขึ้นในประเทศนอกซีกโลกตะวันตกจะมีจำนวนมากกว่าผู้บริโภคในโลกตะวันตกถึง 3 พันล้านคนหรือมากกว่านั้น” ออปไดก์กล่าว
เขาเสริมว่า “ความฝันแบบอเมริกันกำลังสิ้นมนต์ขลังในบ้านเกิด แต่กำลังเกิดใหม่ในชนชั้นผู้บริโภคที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และการเข้าถึงคนกลุ่มนี้อาจหมายความว่าคุณต้องก้าวออกจากดินแดนสหรัฐฯ และพาครอบครัวไปตั้งรกรากที่อื่น"
รายงานยังเผยให้เห็นว่า ในสหรัฐฯ กำลังมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของผู้มีความมั่งคั่งระดับสูง โดยเมืองต่าง ๆ เช่น ออสติน สกอตส์เดล กรีนิช และไมอามี กำลังมีเศรษฐีเพิ่มขึ้น ในขณะที่เมืองใหญ่ที่มั่งคั่งอยู่แต่เดิมอย่างลอสแอนเจลิส ชิคาโก และมหานครนิวยอร์ก กลับมีเศรษฐีลดลง
ปัจจุบัน มหานครนิวยอร์กครองตำแหน่งเมืองที่มั่งคั่งที่สุดในสหรัฐอเมริกาและในโลก โดยมีเศรษฐี 340,000 คน ตามมาด้วยเขตอ่าวซานฟรานซิสโก 285,000 คน, ลอสแอนเจลิส 205,400 คน, ชิคาโก 124,000 คน และฮิวสตัน 98,500 คน
เรียบเรียงจาก Henley Global
ภาพจาก AFP