ผ่านมาแล้วเกือบ 2 สัปดาห์ นับตั้งแต่เกิดเหตุขบวนรถไฟขนส่งสารเคมีอันตราย "ไวนิลคลอไรด์" 50 ตู้ ตกรางจนไฟลุกท่วมในเมืองอีสต์ปาเลสไตน์ รัฐโอไฮโอ ซึ่งแม้จะไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ทางการได้สั่งอพยพประชาชนและเผาทำลายซากรถไฟเหล่านี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระเบิดรุนแรง
ชาวบ้านได้รับอนุญาตให้กลับเข้าพื้นที่ตั้งแต่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่บางส่วนก็ยังหวาดผวา เพราะเกรงว่าสารเคมีอันตรายจะตกค้างในอากาศและแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยขณะนี้ พบปลาตายเกลื่อนแม่น้ำแล้วอย่างน้อย 3,500 ตัว
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าสัตว์อื่น ๆ เช่น ไก่ สุนัขจิ้งจอก รวมถึงสัตว์ที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ ล้มป่วยและตาย ส่วนชาวบ้านบางคนก็เริ่มมีอาการปวดศีรษะ แสบตา และเจ็บคอ
ไมค์ ดีไวน์ ผู้ว่าการรัฐโอไฮโอ ยืนยันว่า คุณภาพอากาศและน้ำในเมืองอีสต์ปาเลสไตน์ยังอยู่ในระดับที่ปลอดภัย แต่แนะนำให้ประชาชนดื่มน้ำขวดไปก่อนในช่วงนี้ พร้อมกันนี้ ทางการยังรับปากว่าจะเร่งกำจัดดินปนเปื้อน ออกจากจุดเกิดเหตุ
อย่างไรก็ตาม โลกโซเชียลยังไม่ปักใจเชื่อ และมีการตั้งคำถามว่าเมืองแห่งนี้ปลอดภัยสำหรับการอยู่อาศัยตามที่ทางการกล่าวอ้างหรือไม่ โดยภาพกลุ่มควันพิษที่ลอยปกคลุมเมืองหลังภารกิจเผาทำลายซากรถไฟถูกแชร์กันอย่างต่อเนื่อง และชาวเน็ตบางส่วนเชื่อว่า ทางการปกปิดข้อมูลบางส่วนไว้
สำหรับสารไวนิลคลอไรด์ เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ ซึ่งหากได้รับสารดังกล่าวเป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับ แต่หากได้รับสารเคมีปริมาณมากในระยะสั้น อาจทำให้ง่วงซึม คลื่นไส้ ปวดศีรษะ แสบร้อน
ภาพจาก AFP, Reuters