หลังรัสเซียอ้างว่ายึดพื้นที่เพื่อตีวงล้อมยูเครนได้มากขึ้นและเผยแพร่ภาพความเสียหายออกมา ส่วนการโจมตีทางอากาศหนักๆ ยังไม่เกิดขึ้นนับตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากที่จีนได้ออกโรงประกาศจุดยืนด้านสันติภาพ
อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความพยายามในการหาทางยุติสงคราม เมื่อคืนที่ผ่านมาประธานาธิบดีปูตินออกมาวิจารณ์นาโตและชาติตะวันตกอย่างหนักว่ากำลังทำลายรัสเซีย
เมื่อคืนนี้ (26 ก.พ.) วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวของรัสเซียวัน (Russia 1) เกี่ยวกับสงครามในยูเครนว่า ตอนนี้ชาติสมาชิกนาโตกำลังเข้ามามีส่วนร่วมในสงครามยูเครนผ่านการบริจาคอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ให้แก่ยูเครน
โดยผู้นำรัสเซียระบุว่า การกระทำเช่นนี้ของชาติตะวันตกเป็นไปเพื่อจุดประสงค์เดียวคือ เพื่อทำลายรัสเซีย
นอกจากนี้ ผู้นำรัสเซียยังได้กล่าวเสริมว่า ชาติตะวันตกมีแผนที่จะทำลายรัสเซียอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมารัสเซียไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ เพราะต้องการที่จะสร้างความร่วมมือร่วมอันดีกับชาติตะวันตก
หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า การออกมาพูดแบบนี้ของผู้นำรัสเซีย คือ ความพยายามในการส่งสัญญานบางอย่างหรือไม่ เพราะเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกับวันที่จีนออกมาเสนอจุดยืนเรื่องการยุติสงครามยูเครน
ถึงแม้หลายชาติตะวันตกจะมีคำถามเกี่ยวกับแผนของจีนว่าไม่ได้นำไปสู่สันติภาพที่แท้จริง เพราะไม่มีการพูดถึงเรื่องการถอนทหารรัสเซียออกจากยูเครน รวมถึงจีนยังได้ส่งนักการทูตระดับสูงอย่างหวัง อี้ เดินทางไปกระชับมิตรกับรัสเซียด้วย
อย่างไรก็ตาม ชาติตะวันตกบางชาติก็ไม่ได้ปฎิเสธจุดยืนของจีนโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะฝรั่งเศส เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ โดยระบุว่าการที่จีนออกมาแสดงจุดยืนเรื่องสันติภาพถือเป็นเรื่องที่ดี แต่สันติภาพจะเกิดขึ้นได้จริง ๆ ก็ต่อเมื่อรัสเซียหยุดรุกรานยูเครน
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีมาครงของฝรั่งเศส ก็เปิดเผยว่ามีแผนจะเดินทางเยือนจีนในช่วงเดือนเมษายนนี้เช่นกัน และ ผู้นำฝรั่งเศสประกาศว่าจะเดินทางเยือนจีนในอีกสองเดือนข้างหน้า
ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวออกมาจากฝั่งผู้นำเบลารุส ซึ่งเป็นพันธมิตรและผู้สนับสนุนคนสำคัญของประธานาธิบดีปูตินว่ากำลังจะเดินทางไปเยือนจีน ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ จีน และรัสเซีย
ฮัว ชุนอิ๋ง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนได้ออกมายืนยันว่า อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ประธานาธิบดีเบลารุส จะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งของจีนในวันพรุ่งนี้จนถึงวันพฤหัสบดีที่ 2 มีนาคม แต่ไม่ได้ระบุว่าวาระสำคัญในการเยือนแต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน สำนักข่าววอยซ์ ออฟ อเมริกา หรือ วีโอเอ (VOA) รายงานโดยอ้างข้อมูลจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่ระบุว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง อาจเดินทางไปเยือนกรุงมอสโกของรัสเซียในสัปดาห์หน้า
การเดินทางเยือนจีนของผู้นำเบลารุส ซึ่งเป็นคนสนิทของผู้นำรัสเซียสร้างความกังวลอย่างมากให้หลายฝ่าย โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่กำลังติดตามพฤติกรรมของจีนอย่างใกล้ชิด หลังจากที่มีรายงานว่าบริษัทของจีนกำลังเตรียมทดสอบโดรนให้กองทัพรัสเซีย
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว CNN รายงานว่าสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) มีข้อมูลข่าวกรองที่เชื่อได้ว่าจีนกำลังพิจารณาเรื่องการสนับสนุนอาวุธให้แก่รัสเซียอยู่
สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของไมเคิล แมคคอล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน ประธานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศที่ระบุว่าจีนกำลังเตรียมส่งโดรน 100 ลำให้รัสเซีย รวมถึงอาวุธหนักอื่น ๆ ด้วย โดยที่ไม่ได้ระบุว่าอาวุธหนักดังกล่าวคืออะไร
อย่างไรก็ดี เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้ทางสภาความมั่นคง ยังไม่เห็นหลักฐานว่าจีนส่งอาวุธให้รัสเซีย แต่ก็จะไม่ตัดความเป็นไปได้ดังกล่าวออกไป
นอกจากท่าทีของจีนที่กำลังสร้างความสงสัยให้หลายฝ่ายแล้ว ล่าสุดมีอีกชาติหนึ่งที่อาจเข้ามามีบทบาทในความขัดแย้งในยูเครน คือ ซาอุดีอาระเบีย
เจ้าชายไฟซอล บิน ฟาร์ฮาน อัล ซาอุด รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบียได้เดินทางไปเยือนกรุงเคียฟเมืองหลวงของยูเครน
นี่ถือเป็นการเดินทางเยือนของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ทศวรรษ นับตั้งแต่ที่ทั้งสองประเทศสถาปนาความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการเมื่อปี 1993
ในการเยือนครั้งนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุฯ ได้ลงนามโครงการความร่วมมือด้านมนุษยธรรมร่วมกับยูเครนมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,500 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือชาวยูเครนที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม
หลังจากนั้น เจ้าชายไฟซอลได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ระบุว่าซาอุดีอาระเบียยินดีจะสนับสนุนทุกวิธีที่จะนำไปสู่การลดระดับความขัดแย้ง
ขณะเดียวกันก็ย้ำว่าปัญหาต่างๆ ควรยุติด้วยการเจรจาทางการทูตตามกรอบของกฎบัตรสหประชาชาติ เพื่อเคารพบูรณภาพทางดินแดนของประเทศต่างๆ
หลายฝ่ายให้ความสำคัญกับการมาเยือนของรัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบียในครั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบียให้การสนับสนุนยูเครนแบบไม่ได้เปิดเผยชัดเจน และพยายามวางตัวเป็นกลาง
นักวิเคราะห์มองว่า ปัจจัยหนึ่งที่อาจทำให้ซาอุดีอาระเบียตัดสินใจทำเช่นนี้ เป็นเพราะท่าทีของอิหร่าน ซึ่งเป็นศัตรูสำคัญของซาอุฯ กำลังมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับรัสเซียมากขึ้นผ่านการส่งโดรนพลีชีพชาเฮด-136 จะเห็นได้ว่าทั้งจีนและซาอุฯ พูดถึงแผนสันติภาพ ในความเป็นจริง ยูเครนเคยเสนอแผนสันติภาพต่อที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติเมื่อ 21 กันยายนปีที่แล้ว
โดยเสนอให้ประชาคมโลกพิจารณาสิ่งที่เขาเรียกว่า “สูตรสันติภาพ” หรือ Peace Formula พูดถึงสิ่งที่ต้องทำ 4 ข้อ เพื่อให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนในยูเครนและภูมิภาค
ขั้นตอนแรกของสูตรสันติภาพหรือ Peace Formula ที่ผู้นำยูเครนเสนอคือ การลงโทษผู้กระทำผิดการลงโทษอย่างเที่ยงธรรมสำคัญอย่างไร การลงโทษอย่างเที่ยงธรรมคือขั้นตอนแรกของการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน เพราะหากผู้กระทำไม่ถูกลงโทษ มีแนวโน้มสูงที่ผู้กระทำจะก่ออาชญากรรมซ้ำ การลงโทษอย่างเที่ยงธรรมจึงคือ การรักษา Rule of Law หรือหลักนิติธรรม
ส่วนขั้นตอนที่ 2 คือการขอหลักประกันว่า สิทธิและชีวิตของชาวยูเครนจะได้รับการปกป้อง
ขั้นตอนที่ 3 ผู้นำยูเครนขอให้รัสเซียเคารพเส้นเขตแดนของยูเครนที่ได้รับการรับรองตามกฏหมายระหว่างประเทศ
ขั้นตอนที่ 4 คือ ยูเครนต้องได้รับหลักประกันความมั่นคง เพื่อป้องกันการถูกรุกรานในอนาคต
อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายมองว่าโลกอาจยังไม่ได้เห็นแผนสันติภาพหรือสูตรสันติภาพในเร็ววันนี้ เนื่องจากความต้องการของทั้งสองฝ่ายไม่ตรงกัน
โดยเฉพาะเรื่องบูรณภาพทางดินแดน ที่ยูเครนยืนยันว่ารัสเซียจะต้องถอนทหารออกไป ขณะที่รัสเซียก็ยืนยันว่า ถ้าต้องการเจรจาสันติภาพ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการยอมรับว่าแคว้นไครเมีย เคอร์ซอน ซาโปริซเซีย โดเนตสก์ และลูฮันสก์ เป็นของรัสเซีย
ขณะที่มีการพูดถึงเรื่องการเจรจาสันติภาพในระดับผู้นำ การต่อสู้ในพื้นที่ยังคงเป็นอย่างดุเดือด โดยเฉพาะที่เมืองบัคมุตที่รัสเซียโจมตีอย่างต่อเนื่องมานานหลายเดือน
สำนักข่าวอาร์ไอเอ (RIA) ของรัสเซียได้เปิดเผยภาพถ่ายจากโดรนที่แสดงให้เห็นถึงความเสียหายของเมืองบัคมุตในแคว้นโดเนตสก์ หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างหนักมานานหลายเดือน
โดยสภาพของเมืองเต็มไปด้วยซากปรักหักพังของอาคาร ที่ถูกโจมตีจนเกิดเพลิงไหม้หรือถล่มลงมา จนประชาชนไม่สามารถอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวได้
ล่าสุดมีรายงานว่า รัสเซียสามารถยึดพื้นที่ในเมืองบัคมุตเพื่อโอบล้อมกองทัพยูเครนที่อยู่ในเมืองได้มากขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่แนวรบอื่นไม่มีความเคลื่อนไหวที่สำคัญ มีรายงานว่ารัสเซียเริ่มขาดแคลนยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการโจมตีเช่น โดรนจากอิหร่าน หรืออาจอยู่ในระหว่างการระดมพลเพื่อเตรียมบุกยูเครนรอบใหม่ในเร็ว ๆ นี้