ล่าสุดวันนี้ 28 ก.พ. ประธานาธิบดีของเบลารุส ซึ่งเป็นพันธมิตรคนสนิทของประธานาธิบดีปูติน ได้เดินทางเยือนจีนเพื่อเข้าพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง
ขณะที่สถานการณ์การสู้รบในยูเครนยังคงเป็นไปอย่างดุเดือด โดยการต่อสู้หนัก ๆ อยู่ที่เมืองบัคมุตในแคว้นโดเนตสก์ ทางภาคตะวันออกของยูเครน
สถาบันเพื่อการศึกษาสงครามหรือ ISW รายงานว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา รัสเซียและยูเครนปะทะกันอย่างหนักถึง 9 จุด ตลอดพื้นที่ของภูมิภาคดอนบาส จะเห็นได้ว่าจุดที่ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างหนักคือ เมืองบัคมุต
โดยเมื่อคืนวานนี้ โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีของยูเครนออกมาระบุว่า สถานการณ์การสู้รบที่เมืองบัคมุตกำลังยากลำบากมากขึ้นเรื่อย ๆ
เพราะทหารรัสเซียกำลังทำลายสถานที่ที่ทหารยูเครนจะใช้เป็นฐานที่มั่นทิ้ง ทำให้ทหารยูเครนไม่สามารถหาที่กำบังเพื่อตั้งแนวรับได้
ขณะเดียวกัน โอเล็กซานเดอร์ เซียร์สกี ผู้บังคับบัญชาแนวรบเมืองบัคมุตระบุว่า ตอนนี้การสู้รบในพื้นที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด เนื่องจากรัสเซียได้ส่งกลุ่มแวกเนอร์ที่ได้รับการฝึกมาเป็นอย่างดี หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มที่ชำนาญที่สุดมาต่อสู้กับยูเครน
โดยตอนนี้ทหารยูเครนกำลังพยายามป้องกันไม่ให้รัสเซียเข้าถึงพื้นที่ในเมืองบัคมุตได้ เนื่องจากกองกำลังรัสเซียค่อยๆ รุกคืบไปทางเหนือและตะวันตกของเมืองในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อตีวงล้อมทหารยูเครน
นอกจากนี้ สำนักข่าวอาร์ไอเอ (RIA) ของรัสเซีย ยังได้เผยแพร่ภาพวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่า รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางอากาศโจมตีเมืองบัคมุตด้วยขีปนาวุธ โดยใช้เครื่องบิน รบซุคฮอย ซู-25 (Su-25) ซึ่งเป็นภาพที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยในสนามรบ
ขณะเดียวกัน อิกอร์ คิริลลอฟ ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันอาวุธกัมมันตภาพรังสี อาวุธเคมี และอาวุธชีวภาพของรัสเซีย ได้ออกมาแถลงเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ กำลังเตรียมยั่วยุรัสเซียด้วยการใช้สารพิษในพื้นที่ที่มีปฏิบัติการพิเศษทางการทหาร พร้อมกำชับว่าถ้าสหรัฐฯ ทำจริง รัสเซียจะหาตัวผู้กระทำความผิดและนำมาลงโทษให้ได้
นอกจากสงครามยูเครนจะสร้างผลกระทบในพื้นที่แล้ว ยังสร้างผลกระทบให้แก่เพื่อนบ้านของยูเครนอย่างมอลโดวาด้วย โดยตอนนี้มีความสุ่มเสี่ยงที่มอลโดวาจะกลายเป็นเป้าหมายในการโจมตีทั้งแบบจงใจและไม่จงใจของรัสเซีย
สังเกตได้จากการที่สายการบินบางรายตัดสินใจที่จะรับงับการให้บริการเที่ยวบินไปยังมอลโดวาในเดือนหน้า
วันนี้สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า วิซซ์ แอร์ (Wizz Air) สายการบินชั้นประหยัดสัญชาติฮังการี ประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคมเป็นต้นไป ทางสายการบินจะระงับเที่ยวบินทุกเที่ยวที่เดินทางไปยังกรุงคิชิเนฟ เมืองหลวงของประเทศมอลโดวา
ส่วนสาเหตุของการระงับเที่ยวบินในครั้งนี้เป็นเรื่องความปลอดภัยบนน่านฟ้า หลังจากที่เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธหลายลูกผ่านน่านฟ้าของมอลโดวาเพื่อโจมตียูเครน
โดยสายการบินวิซซ์เปิดเผยว่า จะเพิ่มเส้นทางการบินไปที่เมืองยัช ทางตะวันออกของโรมาเนียใกล้กับชายแดนมอลโดวาแทน เพื่อชดเชยการระงับเที่ยวบินที่จะเกิดขึ้น
ด้านกระทรวงโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาภูมิภาคของมอลโดวา ได้ออกมายืนยันว่า เที่ยวบินทุกเที่ยวบินที่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่รัฐบาลวางไว้ สามารถให้บริการและบินเหนือน่านฟ้าได้ตามปกติ
ตลอดจนรัฐบาลเสียใจกับการตัดสินใจดังกล่าวของสายการบิน แต่รัฐบาลจะใช้ทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อทำให้สายการบินวิซซ์ แอร์ และสายการบินต้นทุนต่ำเจ้าต่างๆ กลับมาให้บริการในมอลโดวาได้โดยเร็วที่สุด
มอลโดวาเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในยุโรปตะวันออก มีประชากรราว 2,600,000 คน มีพรมแดนติดกับประเทศโรมาเนียและแคว้นโอเดสซาของยูเครน
ที่นี่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต ก่อนจะประกาศเอกราชในเวลาที่ไล่เลี่ยกับยูเครนในปี 1991
อย่างไรก็ดี ด้วยสภาพภูมิศาสตร์และปัญหาภายใน โดยเฉพาะที่แคว้นทรานส์นีสเตรีย และกาเกาเซีย ซึ่งเป็นเขตการปกครองตนเองที่มีรัสเซียหนุนหลัง อาจดึงดูดให้รัสเซียต้องการยึดอำนาจรัฐบาลมอลโดวา เพื่อทำสงครามด้านตะวันตกเฉียงใต้กับยูเครน
โดยทรานส์นีสเตรียเป็นพื้นที่ที่อยู่ทางภาคตะวันออกของมอลโดวาใกล้กับชายแดนยูเครน
ปัจจุบันที่นี่มีประชากรอาศัยอยู่ราว 470,000 คน ซึ่งมีเชื้อสายรัสเซีย ยูเครน และมอลโดวา และถูกปกครองโดยกลุ่มแบ่งแยกดินแดนสายโปรโซเวียต-รัสเซียมาตั้งแต่ปี 1992 และตอนนี้มีกองกำลังรักษาสันติภาพของรัสเซียประจำการอยู่ราว 1,500 นาย
ส่วนแคว้นกาเกาเซีย หรือ เขตการปกครองตนเองกาเกาเซีย ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศมอลโดวาติดกับแคว้นโอเดสซาของยูเครน มีพื้นที่ราว 1,832 ตารางกิโลเมตร มีประชากรราว 160,000 คน
เมื่อดูจากสภาพทางภูมิศาสตร์แล้ว หลายฝ่ายประเมินว่ามีความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะใช้กองกำลังของตนเองในแคว้นทรานส์นีสเตรียและกาเกาเซีย เข้ารุกรานแคว้นโอเดสซาและแคว้นมิโคลายิฟของยูเครน หากทำรัฐประหารรัฐบาลมอลโดวาสำเร็จ
อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีสัญญาณว่ารัสเซียอาจแทรกแซงกิจการภายในของมอลโดวา เพราะย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนปีที่แล้ว เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียเคยให้สัมภาษณ์ว่า รัสเซียมีความพร้อมที่จะทำ “ทุกทาง” เพื่อปกป้องสิทธิและเสรีภาพของคนที่พูดภาษารัสเซียทั้งที่อยู่ในแคว้นทรานส์นีสเตรีย และกาเกาเซีย
ล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย ได้ออกมาพูดเกี่ยวกับเรื่องแคว้นทรานนีสเตรียอีกครั้งว่า รัฐบาลรัสเซียกำลังกังวลสถานการณ์ที่นั่นและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะกำลังมีผู้ยั่วยุจากภายนอกที่อาจทำให้สถานการณ์รุนแรง
นอกจากความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในมอลโดวา ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านทางตอนใต้ของยูเครน ล่าสุดเพื่อนบ้านทางตอนเหนืออย่างเบลารุส ก็มีความเคลื่อนไหวสำคัญออกมา หลังจากที่ประธานาธิบดีของเบลารุสเดินทางไปเยือนจีน ท่ามกลางสถานการณ์ในสนามรบและสนามการเมืองระหว่างประเทศที่กำลังรุนแรง
โดยการเดินทางเยือนจีนของประธานาธิบดีลูคาเชนโก มีขึ้นหลังจากทั้งสองผู้นำเห็นพ้องที่จะยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมในทุกสถานการณ์” ในระหว่างการประชุมนอกรอบระหว่างทั้งสองประเทศ
ที่การประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ประเทศอุซเบกิสถาน เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาคาดว่าผู้นำเบลารุสจะเดินทางถึงประเทศจีนคืนนี้ตามเวลาบ้านเรา
แม้ว่าเบลารุสจะยังไม่เข้าร่วมสงครามโดยตรง แต่ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามในฐานะที่เป็นจุดที่รัสเซียใช้ประจำกำลัง
ถ้าย้อนกลับไปในวันที่รัสเซียบุกยูเครนเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ผู้นำเบลารุสคือผู้ที่อนุญาตให้รัสเซียยกทัพผ่านชายแดนเบลารุส เพื่อจะเข้าประชิดกรุงเคียฟเมืองหลวงของยูเครน หลังจากที่ทั้งสองประเทศอ้างก่อนหน้านั้นว่าใช้กำลังซ้อมรบประจำปีร่วมกัน
โดยเมื่อวานนี้ก่อนที่จะเดินทางไปเยือนจีน ผู้นำเบลารุสได้ออกแถลงว่า เมื่อร่วมมือกับรัสเซีย ทั้งสองชาติจะสามารถผลิตอาวุธได้ทุกประเภท แม้จะถูกชาติตะวันตกคว่ำบาตรอยู่ก็ตาม