คู่รักจากแคลิฟอร์เนียฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 172 ล้านบาท) จากบริษัททัวร์แห่งหนึ่งในฮาวาย หลังกล่าวหาว่าบริษัทดังกล่าวทิ้งพวกตนไว้กลางทะเลขณะทัวร์ดำน้ำตื้น
เรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือน ก.ย. 2022 เอลิซาเบธ เว็บสเตอร์ และสามี อเล็กซานเดอร์ เบิร์กเคิล ได้เดินทางไปฮันนีมูนในฮาวาย โดยพวกเขาได้จองทริปดำน้ำตื้นกับบริษัททัวร์ทางเรือ Sail Maui
เราจะทำร้ายธรรมชาติอีกแค่ไหน? พบโรคใหม่ในนกทะเล เกิดจาก “ขยะพลาสติก”
ตามเอกสารของศาล ทั้งคู่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้โดยสาร 44 คนซึ่งออกเดินทางจากท่าเรือลาไฮนาในเวลา 10.00 น. เพื่อไปทัวร์ดำน้ำติ้นกลางทะเล และมีกำหนดกลับมาถึงเกาะเวลาประมาณ 15.00 น.
เอกสารระบุว่า กัปตันเรือบอกทุกคนว่า เรือจะทอดสมออยู่ที่จุดดำน้ำหนึ่งประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนจะแล่นไปยังจุดดำน้ำถัดไป อย่างไรก็ตาม กัปตันเรือไม่ได้แจ้งให้กลุ่มทราบว่าพวกเขาควรจะกลับขึ้นเรือเมื่อใด
พวกเขายังอ้างว่าไม่ได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการกลับขึ้นเรือ หรือสิ่งที่ต้องทำในกรณีฉุกเฉิน
จาเรด วอชโควิตซ์ ทนายความของทั้งคู่กล่าวว่า บริษัททัวร์ “ไม่ได้กำหนดขอบเขตสำหรับการดำน้ำตื้น” และไม่ได้แจ้งว่าใครคือไลฟ์การ์ด หรือตรวจสอบให้แน่ใจว่านักดำน้ำมีบัดดี้คอยดูแล
จนถึงจุดหนึ่ง น้ำก็เชี่ยวกรากมากขึ้นเรื่อย ๆ และทั้งคู่ก็พยายามที่จะว่ายเข้าหาเรือ อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านไปประมาณ 15 นาที ทั้งคู่พบว่าพวกเขา “ยังไปไม่ถึงเรือ”
เอกสารคำฟ้องระบุว่า “น้ำเต็มไปด้วยคลื่น และฝ่ายโจทก์เริ่มว่ายเข้าหาเรืออย่างรวดเร็วมากขึ้น ... และเมื่อเวลาประมาณ 12:20 น. หลังจากผ่านไปอีก 15 นาที (โดยประมาณ) เรือก็อยู่ห่างจากโจทก์มากกว่าเดิม”
เอกสารอ้างว่า ลูกเรือได้ทำการนับจำนวนลูกทัวร์ 3 ครั้งเพื่อให้แน่ใจว่านักท่องเที่ยวอยู่ครบ แต่จากคำบอกเล่าของผู้โดยสารคนอื่น ๆ ลูกเรือไม่ได้ขอให้พวกเขาอยู่นิ่ง ๆ ในระหว่างขั้นตอนการนับคน
เจสสิกา เฮเบิร์ต ชาวลุยเซียนาซึ่งร่วมทัวร์ดำน้ำตื้นดังกล่าวด้วย บอกว่า “มันไม่เป็นระเบียบเลย ทุกคนเอาแต่เคลื่อนไหว ดังนั้นพวกเขาจึงนับพลาดได้ง่าย”
วอชโควิตซ์กล่าวว่า “ข้อเท็จจริงของเราแสดงให้เห็นว่า พวกเขานับจำนวนลูกทัวร์ขาดไป 2 คน จากนั้นพวกเขาก็นับอีกครั้ง และยังคงขาดไป 2 คน”
เขามีข้อมูลว่า ในการนับครั้งที่ 3 ลูกเรือนับจำนวนลูกทัวร์ครบ และออกเรือเดินทางไปยังจุดดำน้ำต่อไป
เอกสารคำฟ้องระบุว่า เว็บสเตอร์และเบิร์กเคิลพยายามว่ายน้ำไปในทิศทางเดียวกับที่เรือกำลังแล่นออกไป แต่ระดับน้ำเริ่มลึกขึ้นเรื่อย ๆ
“โจทก์ตระหนักว่าเรือได้ทิ้งพวกเขาไปแล้วและไม่ได้กลับมาหาพวกเขา และพวกเขาตัดสินใจว่าทางเลือกเดียวในการเอาชีวิตรอด ณ จุดนั้นคือกลับเข้าฝั่ง” คำฟ้องระบุ
“โจทก์รู้สึกหวาดกลัวและวิตกกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการตัดสินใจนี้ เนื่องจากพวกเขาได้รับแจ้งในการบรรยายสรุปเรื่องความปลอดภัยอย่างชัดเจนว่า ห้ามว่ายน้ำไปที่เกาะเอง และแนวปะการังน้ำตื้นก็อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว”
ในที่สุดทั้งคู่ก็ว่ายกลับมาถึงฝั่งในเวลาประมาณ 13.00 น. และได้รับความช่วยเหลือจากชาวเกาะซึ่งพบว่าพวกเขาขาดน้ำและเหนื่อยล้า
เรียบเรียงจาก The Guardian
ภาพจาก AFP