เจ้าหน้าที่ของประเทศตะวันตก เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 7 เดือนของการสู้รบในเมืองบัคมุตที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.ปี 2022 ทหารรัสเซียที่ได้รับบาดเจ็บและล้มตายจากสมรภูมิแห่งนี้มีจำนวนอยู่ที่ระหว่าง 20,000 ถึง 30,000 นาย
และแม้ว่าทหารรัสเซียจะเคลื่อนพลประชิดเข้าใกล้เมืองบัคมุตได้เป็นเวลาหลายเดือนแล้ว แต่เจ้าหน้าที่เหล่านี้ระบุว่ายังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าอนาคตของเมืองบัคมุตจะลงเอยอย่างไร
อย่างไรก็ตามระดับความเข้มข้นในการสู้รบเพื่อชิงเมืองบัคมุตยังถือว่าสูงเกินไปเมื่อเทียบกับความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ของพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งหากรัสเซียบุกยึดได้จริง ก็จะได้ประโยชน์เพียงเล็กน้อย แต่จะเสียหายมาก
ส่วนยูเครน การต่อสู่ที่เมืองบัคมุตนับว่าเป็นการเปิดโอกาสสำหรับการสังหารทหารรัสเซียเป็นจำนวนมาก
ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับการประเมินของ ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่ระบุเมื่องวันจันทร์ (6 มีนาคม 2566) ว่าเมืองบัคมุตมีความสำคัญในเชิงสัญลักษณ์มากกว่าประโยชน์ในด้านยุทธศาสตร์ และการสูญเสียเมืองแห่งนี้ให้กับรัสเซียแทบจะไม่สงผลใดๆ ต่อทิศทางการสู้รบ รวมทั้งไม่ช่วยให้รัสเซียได้เปรียบมากขึ้นแต่อย่างใด
ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับ นาย เซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ที่ย้ำว่าบัคมุตคือพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ซึ่งหากบุกยึดเมืองนี้เอาไว้ได้ ก็จะช่วยเปิดทางสำหรับการเคลื่อนพลเข้าสู่เมืองอื่นๆ ในแคว้นดอนบาสทางภาคตะวันออกของยูเครน
นอกจากนี้ ชอยกู ยังประเมินว่าเมื่อเดิน ก.พ. ที่ผ่านมา เพียงเดือนเดียว ยูเครนได้สูญเสียทหารไปมากกว่า 11,000 นาย พร้อมทั้งมั่นใจว่าแม้พันธมิตรชาติตะวันตกจะส่งมอบอาวุธให้ยูเครนเพิ่มมากขึ้น แต่จะไม่สงผลใดๆ ต่อการต่อสู้ในสนามรบ