หลังเกิดเหตุทีมสืบสวนของสวีเดน เดนมาร์ก และเยอรมนีได้ทำงานร่วมกันอย่างหนัก เพื่อหาตัวผู้อยู่เบื้องหลังล่าสุดนิวยอร์กไทม์ส สื่อดังของสหรัฐฯ รายงานอ้างอิงข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯว่า ผู้ที่ลงมือคือกลุ่มผู้สนับสนุนยูเครนกลุ่มหนึ่ง
นิวยอร์กไทมส์ สื่อใหญ่ของสหรัฐฯ รายงานข่าวอ้างอิงข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ว่า คนที่ก่อวินาศกรรมท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม 1 และ 2 เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว คือกลุ่มผู้สนับสนุนยูเครนที่มีสมาชิกทั้งชาวยูเครนและรัสเซีย
อย่างไรก็ ดีรายงานดังกล่าวระบุว่า ไม่พบหลักฐานว่าประธานาธิบดีเซเลนสกีหรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลยูเครนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุวินาศกรรมดังกล่าว
รายงานชิ้นนี้ของนิวยอร์กไทม์ถือว่าเป็นข้อมูลที่สวนทางกับรายงานข่าวเชิงสอบสวนของ ซีย์มัวร์ เฮิร์ช นักข่าวและนักหนังสือพิมพ์อิสระ ชาวอเมริกัน ซึ่งตีพิมพ์บทความเมื่อเดือนที่แล้ว
โดยรายงานของ เฮิร์ช ระบุว่าผู้อยู่เบื้องหลังการก่อวินาศกรรมท่อนอร์ดสตรีมคือรัฐบาลสหรัฐฯ กับนอร์เวย์ มีจุดประสงค์เพื่อขัดขวางไม่ให้รัสเซียส่งก๊าซมาขายให้กับเยอรมนีและสหภาพยุโรปได้
เฮิร์ช อ้างด้วยว่าทีมประดาน้ำของกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้นำระเบิดไปวางไว้ที่ท่อตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้วก่อนจะจุดชนวนระเบิดในเดือนกันยายนหรืออีก 3 เดือนถัดมา และเขาอยากให้องค์การสหประชาชาติเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้
นอร์ดสตรีมเป็นโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียไปยังเยอรมนี และก่อนหน้าที่จะเกิดสงครามยูเครน ร้อยละ 40 ของพลังงานในยุโรปพึ่งพาก๊าซที่ส่งผ่านท่อเหล่านี้
ท่อนอร์ดสตรีม 1 เริ่มเปิดใช้งานในปี 2011 มีความยาวมากถึง 1,222 กิโลเมตร ส่วนท่อนอร์ดสตรีม 2 สร้างเสร็จในปี 2021 แต่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน มีความยาว 1,234 กิโลเมตร ลากยาวเคียงคู่กันไปในทะเลบอลติก
เมื่อปลายเดือนกันยายนปีที่แล้ว มีรายงานพบการรั่วไหลและการระเบิดของท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีมทั้ง 1 และ 2 รวม 4 จุดภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายฝ่ายชี้ว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นการก่อวินาศกรรมไม่ใช่อุบัติเหตุ
หลังเกิดเหตุการณ์ สวีเดน เดนมาร์ก และเยอรมนี รวมถึงรัฐสภายุโรป ก็ได้ตั้งทีมขึ้นมาสอบสวนทันที 6 เดือนผ่านไปข้อมูลที่ได้จากการสอบสวนมี 3 ประเด็นที่สำคัญคือ
อย่างแรกคือ พบร่องรอยของการใช้วัตถุระเบิดและร่องรอยการจุดชนวนระเบิด
อย่างที่ 2 คือ พบรอยรั่วซึ่งมีความยาวถึง 8 เมตรบริเวณท่อส่งก๊าซที่ถูกโจมตี และมีเพียงวัตถุระเบิดเท่านั้นที่สามารถทำให้เกิดรอยรั่วขนาดเท่านี้ได้
และสุดท้ายคือ วัตถุระเบิดที่นำมาใช้ต้องมีน้ำหนักเกินกว่า 1,000 ปอนด์หรือ 453 กิโลกรัมขึ้นไป และต้องเป็นวัตถุระเบิดเกรดที่ใช้ในกองทัพเท่านั้น
แม้จะมีข้อมูลแบบนี้แล้ว แต่ทีมสืบสวนก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าใครหรือฝ่ายใดเป็นผู้ก่อเหตุโจมตี และที่ผ่านมาก็มีสื่อสหรัฐฯ รายงานเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ที่ได้รับความสนใจคือ การรายงานของ ซีย์มัวร์ เฮิร์ช ที่ระบุว่าสหรัฐฯ และนอร์เวย์อยู่เบื้องหลังการโจมตี
รวมถึงรายงานล่าสุดของนิวยอร์คไทม์เมื่อวานนี้ที่ชี้ว่า คนที่ลงมือเป็นกลุ่มโปรยูเครนโดยที่ไม่มีรัฐบาลใดๆ มีส่วนเกี่ยวข้อง
หลังรายงานข่าวของนิวยอร์คไทม์ออกมา เน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ก็แถลงว่า สหรัฐฯ ยังไม่มีความเห็นใดๆ จนผลการสืบสวนของประเทศหุ้นส่วนในยุโรปจะเสร็จสิ้น
ส่วนสถานการณ์สงครามในยูเครน ความสนใจยังอยู่ที่การสู้รบในเมืองบัคมุต เป็นเวลากว่า 6 เดือนแล้วที่รัสเซียพยายามยึดเมืองเล็กๆ ในแคว้นโดเนตสก์แห่งนี้แต่ยังไม่สำเร็จ โดยก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า ยูเครนอาจถอนกำลังออกมาเพราะไม่คุ้มกับการเสียทหารในการรบที่นี่ อย่างไรก็ตามผู้นำยูเครนประกาศอีกครั้งเมื่อคืนว่าจะไม่ยอมเสียบัคมุตอย่างเด็ดขาด
สภาพล่าสุดของเมืองบัคมุตที่พังราบคาบทั้งเมือง บ้านเรือนรวมถึงอาคารที่พักอาศัยหลายแห่งมีควันจากเพลิงไหม้ลอยขึ้นมา
โฆษกหน่วยทหารที่รบอยู่ที่นั่นพูดถึงสถานการณ์การรบล่าสุดว่า ดุเดือดและยากลำบากอย่างยิ่ง โดยรัสเซียยังระดมโจมตีมาไม่หยุดแต่พวกเขายังต้านได้และจะยังไม่หนีไปไหน
ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่ายูเครนอาจสั่งถอนทหาร เนื่องจากขณะนี้เส้นทางการลำเลียงเสบียงและอาวุธของยูเครนเข้าไปบัคมุตที่มีอยู่ 4 เส้นทางถูกรัสเซียยึดได้ 3 เส้นทางแล้ว หากไม่ถอนกำลังออกมาทหารยูเครนจะถูกปิดล้อม
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีเซเลนสกีออกมาย้ำในระหว่างการแถลงข่าวเมื่อคืนว่า ยูเครนจะไม่ถอนกำลังจากบัคมุต และจะไม่ยอมเสียดินแดนยูเครนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว
ถึงแม้บัคมุตจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ถ้ายึดได้ถ้ารัสเซียจะสามารถขยายแนวรบต่อไปที่เมืองครามาทอร์สก์และสลาเวียนสก์ สองเมืองแฝดสำคัญของแคว้นโดเนตสก์ได้ จนถึงตอนนี้รัสเซียพยายามยึดมาแล้ว 6 เดือนแต่ยังทำไม่สำเร็จเนื่องจากขาดแคลนอาวุธ
โดยเยฟเกนี ปริโกชิน ผู้ก่อตั้งกลุ่มแวกเนอร์ กลุ่มทหารรับจ้างที่ถูกใช้เป็นกำลังหลักในการรบแนวนี้ระบุว่า เขากำลังถูกขัดขาจากกระทรวงกลาโหมรัสเซียที่ไม่ยอมส่งอาวุธมาให้ตามที่ขอไปเพราะไม่อยากให้เขามีผลงาน
เยฟเกนีขู่ด้วยว่า ถ้ารัฐบาลรัสเซียไม่ส่งอาวุธมาให้ เขาจะถอนกำลังออกจากที่นี่และรัสเซียจะตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบทันที
เมื่อคืนที่ผ่านมา รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย เซอร์เก ชอยกู ซึ่งตกเป็นเป้าว่ามีความขัดแย้งกับกลุ่มแวกเนอร์ ได้ออกมาแถลงข่าวว่าจะทำทุกทางเพื่อยึดบัคมุตให้ได้เพราะที่นี่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะทำให้รัสเซียรุกคืบต่อไปได้