ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา นักชีววิทยาทางทะเลในฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และ ตูนิเซีย ได้ค้นพบรังของเต่าหัวค้อนบนชายหาดของแต่ละประเทศในจำนวนที่มากขึ้นหลายเท่าตัว เมื่อเทียบกับตัวเลขเมื่อเทียบกับช่วงปี 1990 ถึงปี 2012 ที่ช่วงเวลานั้นพบรังของเต่าหัวค้อนเฉลี่ยไม่เกิน 3 รัง ต่อปี
แต่เมื่อปีที่แล้ววารสารวิทยาศาสตร์ ที่มีชื่อว่า “Global Ecology and Conservation” ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ผลการศึกษาเมื่อปี 2020 ที่พบว่าประเทศเหล่านี้ได้พบรังเต้าหัวค้อนมากถึง 84 รัง
อานา ไลเรีย (Ana Liria) นักชีวิทยาและประธานหญิงของ “เอดีเอส ไบโอไดเวอร์ซิดัด” (ADS Biodiversidad) องค์กรเอกชนที่ให้ความช่วยเหลือเต่าบาดเจ็บ ระบุว่า แนวโน้มที่เกิดขึ้นนี้อาจแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในการะบวนการหาที่อยู่อาศัยของเต่าหัวค้อน โดยสาเหตุหลักอาจเกิดจากโลกร้อน
โดย ไลเรีย อธิบายว่า เต่าหัวค้อนจะเลือกที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่อุณหภูมิสูง รวมถึงทะเลเดิเตอร์เรเนียนด้วย เพราะแม้ว่าโดยส่วนใหญ่แล้วเต่าหัวค้อนจะอยู่อาศัยเพียงไม่กี่ที่ ได้แก่ รัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ แต่ส่วนใหญ่แล้วแหล่งที่อยู่อาศัยของพวกมันจะอยู่ที่รัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ หมู่เกาะเคปเวิร์ด โอมาน โมซัมบิก และรัฐเวสเทิร์น ออสเตรลียของประเทศออสเตรเลีย โดยเต่าหัวค้อนจะกลับไปยังแหล่งกำเนิดของตัวเองทุกๆ 2-3 ปี เพื่อวางไข่
แต่ด้วยอุณหภภูมิในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สูงขึ้น 1.3 องศาเซลเซียส ระหว่างปี 1982 ถึงปี 2019 ทำให้พื้นที่ดังกล่าวมีความเหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของเต่าหัวค้อนมากขึ้น
อย่าไรก็ตาม ไลเรีย ระบุว่า เต่าหัวค้อนมีอายุขัยยืนยาวได้ถึง 100 ปี ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าพวกมันมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาต่างๆ อยู่แล้ว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเฝ้าสังเกตุเต่าชนิดนี้ในระยะเวลาที่ยาวนานกว่าการศึกษาก่อนๆ ด้วย