"ยูเครน" บุกเคอร์ซอนตะวันออก คาดเตรียมเริ่มโต้กลับรัสเซีย


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สงครามยูเครนดำเนินมาครบ 14 เดือนเต็ม ตอนนี้การต่อสู้ระหว่างทั้งสองฝ่ายยังคงดุเดือด โดยเฉพาะที่เมืองบัคมุตและอัฟดีฟกาในแคว้นโดเนตสก์ ซึ่งกองกำลังหลักของรัสเซียที่รบอยู่ในสองแนวรบนี้ คือ กลุ่มนักรบรับจ้างแวกเนอร์

ในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา เราได้ยินชื่อและบทบาทของกลุ่มนักรบรับจ้างแวกเนอร์มากขึ้น จากการทำสงครามที่โหดร้ายและทารุณ เนื่องจากกองกำลังบางส่วนเป็นนักโทษและได้รับการฝึกเฉพาะทางเพื่อทำภารกิจต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย

อย่างไรก็ดี นอกจากนักโทษแล้ว ล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ลูกชายของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลรัสเซีย ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มแวกเนอร์เพื่อทำสงครามในยูเครนด้วย

เอกสารลับที่ถูกอ้างเป็นข้อมูลข่าวกรองสหรัฐฯ คาดสงครามยูเครน-รัสเซีย มีแนวโน้มยืดเยื้อตลอดปี

“กรุณา บัวคำศรี” บินลัดฟ้า ประชิดชายแดน ยูเครน-รัสเซีย

วันนี้ 24 เม.ย. สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่านิโคไล เปสคอฟ ลูกชายของดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย วัย 33 ปี อ้างว่า ตัวเขาได้เข้าร่วมกับกลุ่มนักรบรับจ้างแวกเนอร์เพื่อทำสงครามในยูเครนนานเกือบ 6 เดือน โดยทำหน้าที่เป็นพลทหารปืนใหญ่

ข้อมูลดังกล่าวมาจากคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ในโซโลเวียฟไลฟ์ สำนักข่าวออนไลน์ของวลาดิเมียร์ โซโลเวียฟ ผู้ประกาศข่าวชื่อดังของรัสเซีย โดยคลิปวิดีโอนี้ก็ได้ถูกนำไปออกอากาศในช่องรัสเซียอะดีน (Russia 1) ด้วยเช่นกัน

นิโคไลได้ระบุถึงสาเหตุที่เข้าร่วมกับกลุ่มแวกเนอร์ว่าเป็นหน้าที่และเขาไม่สามารถนั่งเฉยๆ มองเพื่อนร่วมทีมลงไปเสี่ยงชีวิตในสนามรบได้

นอกจากนี้ ลูกชายของโฆษกรัฐบาลรัสเซียยังเปิดเผยว่า เขาเข้าร่วมกับกลุ่มแวกเนอร์ได้ด้วยความช่วยเหลือของพ่อ โดยเขาได้ใช้ข้อมูลและบัตรต่างๆ ที่เป็นของปลอม เพื่อปกปิดข้อมูลของตนเอง เนื่องจากไม่ต้องการให้ใครทราบว่าเขาคือลูกชายของโฆษกรัฐบาลรัสเซีย

นิโคไล เปสคอฟ เป็นหนึ่งในลูกของชนชั้นนำรัสเซีย ที่เคยใช้ชีวิตในวัยเด็กอยู่ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ก่อนที่จะกลับมาทำงานในรัสเซียในฐานะนักข่าวของสำนักข่าวรัสเซียทูเดย์ ก่อนที่จะเขาจะเข้าร่วมกับกลุ่มแวกเนอร์

ด้วยประวัติส่วนตัวและเส้นสายในรัฐบาลรัสเซียเช่นนี้ ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าสิ่งที่นิโคไล เปสคอฟ เปิดเผยออกมาเป็นเรื่องจริงไม่

เพราะเป็นเรื่องยากมากที่บรรดาลูกชายของชนชั้นนำของรัสเซีย จะเข้าร่วมกับกองกำลังนี้และเข้าไปรบในพื้นที่สงครามที่อันตราย เพราะโดยปกติแล้วลูกชายของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลรัสเซีย มักจะเดินทางไปต่างประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร

หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า การออกมาเปิดตัวของลูกชายโฆษกรัฐบาลรัสเซีย อาจเป็นโฆษณาชวนเชื่อประเภทหนึ่ง เพราะเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกับที่ทางการรัสเซียปล่อยคลิปโฆษณาชวนให้ชายชาวรัสเซียเข้ามาเกณฑ์ทหาร เพื่อเข้าไปทำสงครามในยูเครน

ในขณะที่ทางรัสเซียมีข่าวออกมาว่าลูกชายของโฆษกรัฐบาลไปเข้าร่วมกับกลุ่มนักรบแวกเนอร์ และกองทัพรัสเซียกำลังเกณฑ์ทหารรอบใหม่ ทางยูเครนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ซ้อมปฏิบัติการโต้กลับในฤดูใบไม้ผลิอย่างต่อเนื่อง

ตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญจากชาติตะวันตกเริ่มประเมินไปในทิศทางเดียวกันว่า การโต้กลับในฤดูใบไม้ผลิกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในเร็วๆ นี้ หลังจากเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยูเครนประสบความสำเร็จในเปิดแนวรบใหม่ในแคว้นเคอร์ซอน

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สถาบันเพื่อการศึกษาสงครามหรือ ISW เปิดเผยว่า ทหารยูเครนสามารถเปิดแนวรบใหม่ใกล้เมืองโอเลชกี ทางด้านตะวันออกของแคว้นเคอร์ซอนสำเร็จ พร้อมกับสร้างเส้นทางขนส่งเสบียงเชื่อมต่อแนวรบในแคว้นเคอร์ซอนตะวันตกมายังแนวรบนี้เรียบร้อยแล้ว

ด้วยเหตุนี้ ทำให้กองทัพรัสเซียต้องถอนกำลังไปทางด้านหลังแม่น้ำคอนกาแทน เพื่อปกป้องเมืองโอเลชกีที่รัสเซียครอบครองมานานกว่า 1 ปี

การปรากฏตัวของกองทัพยูเครนในพื้นที่ด้านตะวันออกของแคว้นเคอร์ซอน ไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับกองทัพรัสเซีย เนื่องจากเป็นสัญญาณว่าการตั้งแนวรับของกองทัพรัสเซียกำลังอ่อนแอลงจากเดิม

สอดคล้องกับการวิเคราะห์ของบล็อกเกอร์ทหารสายโปรรัสเซียที่ระบุว่า กองกำลังยูเครนสามารถยกพลขึ้นบกทางฝั่งตะวันออกของแคว้นเคอร์ซอนได้ เนื่องจากรัสเซียยิงปืนใหญ่โจมตีสกัดการยกพลช้า ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้อำนาจแบบรวมศูนย์ของกองทัพรัสเซีย ที่ต้องรอการตัดสินใจและอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ จากส่วนกลาง

นักวิเคราะห์เชื่อว่าทหารยูเครนอาจไปถึงพื้นที่ทางตะวันออกของแคว้นเคอร์ซอนตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากไวซ์กราด 24 สำนักข่าวออนไลน์ที่รวบรวมข่าวสารในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก ได้ทวิตภาพวิดีโอที่ทางการยูเครนถ่ายเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา

ภาพวิดีโอดังกล่าวเป็นภาพที่แสดงให้เห็นพาหนะขนกำลังพลของยูเครน กำลังเทียบท่าอยู่ในพื้นที่ทางปีกตะวันออกของแคว้นเคอร์ซอน และเริ่มตั้งฐานที่มั่นในบริเวณดังกล่าว

การเข้าถึงพื้นที่ด้านตะวันออกของแคว้นเคอร์ซอนได้ เป็นสัญญาณหนึ่งของการเริ่มปฏิบัติการโต้กลับในฤดูใบไม้ผลิของยูเครน เพราะก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์เคยประเมินว่า ถ้ายูเครนจะโต้กลับในฤดูใบไม้ผลิ หนึ่งในเป้าหมายคือ การบุกฝ่าเส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างรัสเซียและคาบสมุทรไครเมีย อย่างพื้นที่ปีกตะวันออกของแคว้นเคอร์ซอน ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อยูเครนสามารถเดินทางข้ามแม่น้ำดนีเปอร์มาจากฝั่งเคอร์ซอนตะวันตกได้

หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าแผนของยูเครนหลังจากนี้คือ ยึดคืนพื้นที่ในแคว้นเคอร์ซอนตะวันออก ตั้งแต่บริเวณริมแม่น้ำดนีเปอร์ไปจนถึงชายฝั่งทะเลดำโดยเฉพาะบริเวณที่ติดกับคาบสมุทรไครเมีย

หากยูเครนทำเช่นนั้นได้จริงจะเป็นการตัดกำลังทหารรัสเซียส่วนใหญ่ในเคอร์ซอน และแยกกองกำลัง รวมถึงตัดเส้นทางขนส่งเสบียงของรัสเซียในแคว้นไครเมียออกจากกองกำลังในภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งจะทำให้บุกพื้นที่อื่นๆ ง่ายขึ้น

หลังจากที่ทาง ISW ได้เปิดเผยข้อมูลว่ากองทัพยูเครนไปถึงพื้นที่เคอร์ซอนตะวันออก ทางสำนักข่าวของยูเครนได้ไปสอบถามนาตาเลีย ฮูเมนยุก โฆษกกองบัญชาการทางใต้ของยูเครนว่า การโต้กลับในฤดูใบไม้ผลิของยูเครนกำลังเกิดขึ้นแล้วหรือไม่

แต่นาตาเลียไม่ได้ตอบคำถามเรื่องนี้แต่อย่างใด พร้อมระบุเพียงสั้นๆ ว่า ขอให้ทุกคนอดทนรอไปก่อน เนื่องจากยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ในขณะนี้ และให้คำมั่นว่าจะชี้แจงเรื่องนี้ในภายหลัง หากได้รับการอนุญาตจากทางการยูเครน

 ด้านวลาดิเมียร์ ซัลโด ผู้ดูแลเขตเคอร์ซอนตะวันออก ที่แต่งตั้งโดยรัฐบาลรัสเซียระบุเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า กองกำลังยูเครนไม่ได้มาตั้งฐานที่มั่นทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำดนีเปอร์ตามที่หลายฝ่ายกล่าวอ้าง

ส่วนเรื่องภาพวิดีโอที่มีทหารยูเครนอยู่บริเวณด้านตะวันออกของแคว้นเคอร์ซอน อาจเป็นช่วงที่ทหารยูเครนข้ามมายังเขตของรัสเซีย ก่อนที่จะถอยกลับไปหลังจากถูกโจมตี

แม้จะมีข่าวการตั้งฐานทัพของทหารยูเครนในพื้นที่ปีกตะวันออกของแคว้นเคอร์ซอน ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญญาณของการโต้กลับในฤดูใบไม้ผลิออกมา แต่นักวิเคราะห์มองว่ายูเครนยังไม่พร้อมโจมตีรัสเซียเต็มรูปแบบ

เนื่องจากยูเครนยังต้องการอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ รวมถึงกระสุนปืนอยู่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ช่วยให้ยูเครนสามารถยึดพื้นที่คืนมาจากรัสเซียได้

ทำให้วันนี้สหภาพยุโรป ได้เปิดการประชุมรัฐมนตรีเพื่อหารือเรื่องการส่งอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อช่วยเหลือยูเครนอีกครั้ง

เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา รัฐมนตรีต่างประเทศของชาติสมาชิกสหภาพยุโรปได้เปิดวงประชุมที่ประเทศลักเซมเบิร์ก เพื่อหารือร่วมกันเรื่องการส่งมอบอาวุธและกระสุนให้ยูเครนเพิ่มเติมตามคำขอของประธานาธิบดียูเครน

ด้านโจเซฟ บอเรลล์ ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงของอียู ระบุว่า ตอนนี้ชาติสมาชิกบางชาติยังมีความเห็นขัดแย้งกันในเรื่องการส่งมอบอาวุธและกระสุนให้ยูเครนเพิ่มเติม แต่คาดว่าที่ประชุมจะบรรลุข้อตกลงได้ในเร็วๆ นี้

ก่อนที่เขาจะย้ำอย่างหนักแน่นว่า ทุกชาติสมาชิกเข้าใจเป็นอย่างดีว่าปัญหาการขาดแคลนเครื่องกระสุนปืนของยูเครนเป็นปัญหาเร่งด่วน และขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจได้ว่าสหภาพยุโรปไม่ได้นิ่งเฉยกับปัญหาและทำทุกทางเพื่อให้ข้อตกลงนี้สมบูรณ์โดยเร็ว

นอกจากประเด็นการสู้รบในยูเครนแล้ว เมื่อวานนี้มีอีกหนึ่งประเด็นเผ็ดร้อนเกิดขึ้น หลังจากเอกอัครทูตจีนประจำฝรั่งเศส ได้ไปให้สัมภาษณ์เชิงตั้งคำถามถึงเรื่องอธิปไตยของรัฐที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของอดีตสหภาพโซเวียต จนกลายเป็นดราม่าใหญ่ในยุโรป

ย้อนกลับไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลู ช่าเหย่ เอกอัครราชทูตจีนประจำฝรั่งเศสได้ให้สัมภาษณ์กับรายการข่าวจากช่อง LCI ของฝรั่งเศส โดยพูดในทำนองว่า ประเทศต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตนั้นไม่มีอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง

คำพูดเต็มๆ ของทูตจีนประจำฝรั่งเศสรายนี้คือ “ประเทศอดีตสหภาพโซเวียตเหล่านี้ไม่มีสถานะที่แท้จริงตามกฎหมายระหว่างประเทศ เนื่องจากไม่มีข้อตกลงระหว่างประเทศที่รับรองอธิปไตยของประเทศเหล่านี้”

หลังเกิดเรื่องดังกล่าว บรรดาผู้นำจากชาติอดีตสหภาพโซเวียตโดยเฉพาะรัฐบอลติก เช่น เอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย ได้ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างหนัก พร้อมกับเรียกร้องให้ทางการจีนออกมาชี้แจงเรื่องนี้

ขณะที่ผู้แทนรัฐสภายุโรปกว่า 80 คนได้ออกมาเรียกร้องให้แคทเธอรีน โคลอนนา รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส ขึ้นทะเบียนให้หลู ช่าเหย่ มีสถานะเป็น “บุคคลไม่พึงปรารถนา” (persona non grata) เพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อคำพูดที่ได้พูดออกมา

หากหลู ช่าเหย่ ได้รับสถานะ “บุคคลไม่พึงปรารถนา” จะทำให้เขาไม่สามารถเข้า-ออก หรือพำนักในประเทศฝรั่งเศสได้อีกต่อไป ซึ่งการประกาศสถานะเช่นนี้ ถือเป็นรูปแบบการตำหนิโทษที่ประเทศใดประเทศหนึ่งที่รุนแรงมาก

ขณะเดียวกัน แกเบรียลิอุส แลนดส์เบอร์กิส รัฐมนตรีต่างประเทศของลิทัวเนีย หนึ่งในประเทศรัฐบอลติก ก็ได้พูดย้ำและตำหนินักการทูตจีนรายดังกล่าวอีกครั้งว่า คำพูดดังกล่าวเป็นคำพูดที่ไม่สามารถยอมรับได้ และได้เรียกผู้แทนของจีนในลิทัวเนียเข้าชี้แจงเรื่องดังกล่าวแล้ว

ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนได้ส่งเหมา หนิง โฆษกประจำกระทรวงออกมาชี้แจงเรื่องนี้เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา โดยเธอระบุว่าจุดยืนของทางการจีนคือ เคารพอำนาจอธิปไตยของรัฐอดีตสหภาพโซเวียตทุกรัฐ ซึ่งเป็นไปตามความที่ระบุไว้ในกฎบัตรแห่งสหประชาชาติ

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ