การโจมตีเมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา เกิดขึ้นในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน รวมถึงเมืองดนีโปร เมืองอูมาน โดยในส่วนของเมืองอูมาน ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนกลางของยูเครน มีรายงานว่า พบขีปนาวุธตกใส่บริเวณที่พักอาศัยของพลเรือนที่มีประมาณ 109 คน และพบอะพาร์ตเมนต์ 27 หลังพังเสียหายยับเยิน และเกิดไฟลุกไหม้
เจ้าหน้าที่กู้ภัยระดมกำลังเพื่อควบคุมเพลิงไหม้ อีกส่วนหนึ่งปีนป่ายกองเศษหินที่คุกกรุ่น และหามร่างผู้เสียชีวิตขึ้นเปล ท่ามกลางความโศกเศร้าของประชาชนที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น ขณะยืนมองเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน
จนถึงตอนนี้ ที่เมืองอูมาน พบพลเรือนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 23 คน โดยในจำนวนนี้เป็นเด็ก 4 คน
ส่วนเมืองดนีโปร ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน พบขีปนาวุธตกใส่โรงเก็บเครื่องบิน และวัสดุก่อสร้าง จนทำให้เกิดไฟลุกไหม้บนพื้นที่กว่า 400 ตารางเมตร
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ในเมืองแห่งนี้มีขีปนาวุธลูกหนึ่งตกที่บ้าน ของหญิงวัย 31 ปี และเด็ก 2 ขวบ ส่งผลให้ทั้งสองคนเสียชีวิตภายในบ้านพักของตนเอง
ล่าสุด ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซนเลนสกี ของยูเครน ได้ออกมาแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของแม่และเด็กที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ พร้อมทั้งประณามการโจมตีของรัสเซีย
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ช่วงเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา มีเสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศรอบใหม่ดังขึ้นทั่วพื้นที่ทางตะวันออก รวมถึงตอนใต้ และบางส่วนของพื้นที่ทางตอนกลางของยูเครน
ขณะที่ รัฐบาลยูเครนเปิดเผยว่า กองทัพอากาศของยูเครน สามารถยิงสกัดขีปนาวุธรัสเซียได้เกือบทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม รัสเซียอ้างว่า เป้าหมายการโจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ คือ ที่ตั้งของกองทหารสำรองของยูเครน เพื่อป้องกันไม่ให้ทหารเหล่านี้บุกไปถึงแนวหน้า และอ้างว่า ฝ่ายของตนเองโจมตีสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี การระดมโจมตีด้วยขีปนาวุธของรัสเซียเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืนเป็นครั้งแรก นับแต่ต้นเดือนมีนาคม
โดยก่อนหน้านี้ รัสเซียได้ระดมโจมตียูเครนเกือบทุกสัปดาห์ตลอดช่วงฤดูหนาว แต่ต่อมาพบว่า ความถี่ของการโจมตีจากรัสเซียได้ลดลงในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่มาถึง ชาติตะวันตกชี้ว่า การโจมตีที่เบาบางลงของรัสเซีย เป็นเพราะคลังขีปนาวุธของรัสเซียกำลังจะหมดลง