อาเหม็ด เยเนอร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งตุรกี เปิดเผยว่า ผลการนับคะแนนการเลือกตั้งประธานาธิบดีตุรกีอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า เรเซป เทย์ยิป แอร์โดอัน ประธานาธิบดีตุรกีคนปัจจุบัน ได้คะแนนเสียงมากเป็นอันดับหนึ่ง โดยได้คะแนนไปทั้งสิ้นร้อยละ 49.51
ส่วน “เคมัล คิลิกดาโรกลู” จากพรรคสาธารณรัฐประชาชน (CHP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของตุรกี ได้คะแนนเสียงร้อยละ 44.88 และซีนัน โอกัน ผู้สมัครจากพรรคชาตินิยมตามมาเป็นอันดับสามได้เสียงสนับสนุนประมาณร้อยละ 5.17
ทั้งนี้ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งตุรกี บอกว่า ผลการนับคะแนนเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ไม่มีผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใดได้คะแนนถึงเกณฑ์ร้อยละ 50 ทำให้คณะกรรมการมีมติให้จัดการเลือกตั้งรอบที่สอง ในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองของตุรกี ที่ต้องจัดการลงคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบที่สอง
ขณะที่ผลการประเมินจัดการเลือกตั้งของตุรกีในรอบนี้ แม้ผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งจากยุโรปจะให้คะแนนการจัดการเลือกตั้งในภาพรวมของตุรกีอยู่ในเชิงบวก แต่ก็ระบุว่าพบเห็นข้อผิดพลาดเกิดขึ้นในขั้นตอนระหว่างการนับคะแนนด้วย
เจน ปีเตอร์สัน หัวหน้าภารกิจสังเกตการณ์ขององค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (OSCE) เปิดเผยว่า จากการประเมินโดยทั่วไปแล้วพบว่า ตุรกีมีการบริหารจัดการเลือกตั้งที่ดี และได้รับการประเมินในเชิงบวก แต่ว่าพวกเขาพบเห็นข้อผิดพลาดบางอย่างเกิดขึ้นในขั้นตอนระหว่างการนับคะแนน แต่ไม่ได้มีการลงลึกในรายละเอียดว่าสิ่งนั้นคืออะไร
ส่วน ไมเคิล จอร์จ ผู้ประสานงานพิเศษของ OSCE เปิดเผยว่า จากการสังเกตการณ์ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีตัวเลือกที่เป็นทางเลือกทางการเมืองจริงและมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งค่อนข้างสูง แต่ก็พบว่า ฝั่งที่ถือครองอำนาจมีความได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงยังมีการรายงานข่าวของสื่อที่สอดแทรกอคติ ทำให้เขามองว่าตัวเลือกในทางการเมืองที่แท้จริงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งถูกจำกัดในสนามการแข่งขันที่ไม่มีความเสมอภาค
นอกจากนี้ไมเคิล จอร์จ ยังระบุเพิ่มเติมว่า การเลือกตั้งในตุรกีครั้งนี้มีการจำกัดเสรีภาพขั้นพื้นฐานในชุมนุม รวมถึงขัดขวางการมีส่วนร่วมของนักการเมือง และพรรคการเมืองฝ่ายค้านบางพรรค รวมถึงภาคประชาสังคมและสื่ออิสระด้วย
ขณะที่การรณรงค์หาเสียงการเลือกตั้งประธานาธิบดีตุรกีมีลักษณะเฉพาะ คือ มีการแบ่งขั้วรุนแรง และใช้ทรัพยากรการบริหารในทิศทางที่ผิดในการสร้างแรงกดดัน และการข่มขู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกิดขึ้นกับพรรคฝ่ายค้าน
นอกจากนี้ ผู้ประสานงานพิเศษของ OSCE ระบุด้วยว่า ในทางเทคนิคแล้ว ฝ่ายบริหารการเลือกตั้ง ได้จัดการเลือกตั้งอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ขาดความโปร่งใส และขาดการสื่อสาร รวมถึงมีข้อกังวลในเรื่องของความเป็นอิสระอยู่
การจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบที่ 2 ที่จะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้ จะมีการนำชื่อของผู้ท้าชิงที่มีคะแนนมากสุดสองอันดับแรกมาให้ประชาชนลงคะแนนโหวต ซึ่งผลการเลือกตั้งรอบแรกปรากฏว่า แอร์โดอัน ผู้นำตุรกีคนปัจจุบัน และคิลิกดาโรกลู ตัวเต็งจากฝ่ายค้านได้เข้ารอบไปสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีในรอบที่สอง
โดยฝั่งของ แอร์โดอัน มั่นใจว่าตัวเขาจะได้รับชัยชนะในการลงคะแนนเลือกตั้งรอบที่สองนี้ เพราะผลการเลือกตั้งรอบแรก ดูเหมือนว่า กลุ่มพรรคพันธมิตรของแอร์โดอัน ซึ่งรวมถึงพรรค AK ของเขา และพรรคพันธมิตรชาตินิยม จะได้รับเสียงข้างมากในรัฐสภาทั้งหมด 321 ที่นั่ง จาก 600 ที่นั่ง
ส่วน คิลิกดาโรกลู ก็มั่นใจว่า พรรคฝ่ายค้านจะได้รับชนะในการเลือกตั้งรอบ 2 เนื่องยังคาดหวังว่ายังคงได้ประโยชน์จากความโกรธแค้นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่พอใจผลงานของแอร์โดอันในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำมานานกว่า 1 ปี รวมถึงเรื่องของการรับมือแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ล่าช้า และพบการทุจริตในโครงการการก่อสร้างจำนวนมาก ทำให้อาคารไม่ได้มาตรฐานและไม่แข็งแรงพอในการรับแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว จนเกิดความสูญเสียจำนวนมาก
การเลือกตั้งในครั้งนี้จึงเป็นความหวังของประชาชนชาวตุรกีจำนวนหนึ่งที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง
อย่างหญิงชาวตุรกี ซึ่งรอดชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรายนี้ บอกว่าตุรกีกำลังมุ่งหน้าไปสู่ความมืดมิดและหายนะ ดังนั้นเธอต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขต่างๆ ต้องการความยุติธรรม และความเท่าเทียมสำหรับอนาคตของประเทศ เพราะสถานการณ์ในประเทศไม่ค่อยสู้ดีนักและเธอก็มีลูก ดังนั้น
เธอและลูกควรได้รับในสิ่งที่สมควรจะได้รับ ขณะที่ผู้รอดชีวิตจากแผ่นดินไหวอีกคนหนึ่ง ที่แม้สูญเสียลูกสาว และหลานจากเหตุแผ่นดินไหว แต่เขายังคงเชียร์แอร์โดอัน และไม่พอใจกับผลการเลือกตั้งที่ไม่จบในรอบแรก
เช่นเดียวกับชาวซีเรีย ที่ต่างแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายเกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีตุรกี เพราะการเลือกตั้งของตุรกีจะส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่อซีเรียและพวกเขาหวังว่าการเลือกตั้งของตุรกีจะทำให้สถานการณ์ในซีเรียดีขึ้น
ทั้งนี้ความเห็นของชาวซีเรีย ก็มีทั้งกลุ่มผู้สนับสนุน และต่อต้านแอร์โดอัน โดยชาวซีเรียบอกว่า แม้ว่าการเลือกตั้งของตุรกีเป็นกิจการภายในของตุรกี แต่ว่าในฐานะชาวซีเรียพวกเขาให้ความสนใจต่อตัวผู้สมัครชิงประธานาธิบดีตุรกี เพราะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปกครองภายใต้แอร์โดอัน ซึ่งปัจจุบันชาวซีเรียต้องการให้ฝ่ายค้านได้รับชัยชนะ และเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ใช้กับซีเรีย เช่นการปราบปรามต่อสู้กับการก่อการร้าย
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของรัสเซียต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้ ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลเครมลิน ระบุว่า รัสเซียคาดหวังว่าจะร่วมมือกับตุรกีต่อไป และกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไม่ว่าใครจะเป็นผู้ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งในครั้งนี้ พร้อมย้ำว่ารัสเซียจะเคารพการตัดสินใจของชาวตุรกี
การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้ บางส่วนมองว่า ถ้า แอร์โดอัน ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรสำคัญที่สุดของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน คว้าชัยชนะได้ก็จะถือเป็นข่าวดีสำหรับรัสเซียเอง และอาจสร้างความหนักใจให้กับฝั่งของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ รวมถึงผู้นำชาติตะวันตก และชาติตะวันออกกลางที่มีปัญหาด้านความสัมพันธ์กับแอร์โดอัน