ปิดฉากประชุม G7 ช่วยยูเครน คว่ำบาตรรัสเซีย


โดย PPTV Online

เผยแพร่




การประชุม G7 ที่จัดขึ้นในเมืองฮิโรชิมะปิดฉากลงแล้ว โดยที่ไฮไลท์ของงานในวันสุดท้ายคือ การที่โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนเดินทางไปร่วมประชุมในฐานะแขกรับเชิญพิเศษด้วย G7 สิ้นสุดลงโดยที่นานาชาติพร้อมใจกันคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่ม รวมถึงออกมาตรการที่จะสนับสนุนยูเครน

โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนเดินทางจากนครเจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบียหลังเสร็จสิ้นการประชุม Arab Summit บินตรงไปยังประเทศญี่ปุ่น ผู้นำยูเครนเดินทางถึงเมืองฮิโรชิมะเวลาบ่ายสองตามเวลาท้องถิ่นของวันเสาร์ที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา

จากนั้นในวันอาทิตย์ วันสุดท้ายของการประชุม เซเลนสกีร่วมวางดอกไม้เพื่อไว้อาลัยให้แก่เหยื่อผู้เสียชีวิตจากการทิ้งระเบิดปรมาณูในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง  พิธีจัดขึ้นแบบเรียบง่ายที่อนุสรณ์สถานสวนสันติภาพเมืองฮิโรชิมะ โดยมีนายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นร่วมพิธีด้วย

ได้คุ้มเสียหรือไม่? ทำไมรัสเซียต้องการยึดเมืองเล็ก ๆ อย่าง “บัคมุต”

การประชุม G7 เริ่มขึ้นแล้ว สงครามยูเครนเป็นวาระสำคัญ

จากนั้นเซเลนสกีเข้าร่วมการประชุมที่จัดขึ้นในโรงแรม Grand Prince ที่ตั้งอยู่ในเมืองฮิโรชิมะ  การประชุมแบ่งเป็นรอบที่เซเลนสกีต้องประชุมกับผู้นำประเทศของชาติสมาชิก G7 ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และญี่ปุ่น

ส่วนการประชุมอีกรอบเป็นการประชุมกับชาติที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมในปีนี้ ได้แก่ เกาหลีใต้ อินเดีย บราซิล อินโดนีเซีย และเวียดนามเป็นต้น ซึ่งรายงานระบุว่า เซเลนสกีจะได้พูดคุยกับผู้นำของแต่ละชาติแบบตัวต่อตัว

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าการประชุมจะไม่ได้เป็นไปตามแผน เพราะมีรายงานจาก ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิลระบุว่า ตัวเขาไม่ได้พูดคุยกับประธานาธิบดีเซเลนสกี เนื่องจากกำหนดการที่ล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนด

รวมถึงยืนยันจุดยืนของตนว่า ไม่ต้องการให้สงครามเย็นระหว่างสหรัฐฯ และจีน ปะทุขึ้น รวมถึงไม่ต้องการให้บราซิลถูกบีบให้เลือกข้างและกลายเป็นหมากทางการเมืองของชาติมหาอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

แต่เดิมแล้วการประชุม G7 เป็นการประชุมเพื่อเศรษฐกิจ แต่ในปีนี้ วาระใหญ่กลับกลายเป็นสงครามระหว่างยูเครนและรัสเซีย ในภาพรวมมีความคืบหน้าหลายนโยบายที่ชาติสมาชิกให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนยูเครนและคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่ม

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศความช่วยเหลือทางการทหารแก่ยูเครนรอบใหม่มูลค่า 375 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 13,000 ล้านบาท รวมถึงสหรัฐฯ ยังจะจัดหาอาวุธและเครื่องกระสุนเพิ่มให้ยูเครนด้วย

แต่ความช่วยเหลือสำคัญที่สุดในเวลานี้เห็นจะเป็น การที่สหรัฐฯ จะช่วยยูเครนฝึกฝนนักบินให้ใช้งานเครื่องบินรบเอฟ-16 ได้ ซึ่งเครื่องบินรุ่นดังกล่าวเป็นยุทโธปกรณ์ที่ยูเครนร้องขอมานาน แม้ผู้นำสหรัฐฯ จะยังไม่ได้กล่าวตรงๆ ว่าสหรัฐฯ จะมอบเครื่องบินเอฟ-16 ให้ แต่หลายฝ่ายมองว่า โครงการฝึกฝนนี้จะเป็นการปูทางไปสู่การมอบยุทโธปกรณ์ในอนาคต

อีกสิ่งที่ชาติสมาชิก G7 แสดงการสนับสนุนยูเครนคือการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย  ในตอนแรกสหราชอาณาจักรระบุว่า จะมุ่งเป้าการคว่ำบาตรครั้งใหม่ไปที่อุตสาหกรรมเพชรของรัสเซีย นานาชาติเห็นด้วยกับมาตรการนี้และให้คำมั่นว่า ทุกชาติจะทำงานร่วมกันเพื่อตรวจตราว่า เพชรที่มาจากเหมืองของรัสเซียจะไม่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก ซึ่งในขั้นตอนนี้ทาง G7 ระบุว่าพวกเขาจะใช้เทคโนโลยีการตรวจสอบย้อนกลับด้วย

นอกจากนั้นทาง G7 ยังประกาศเพิ่มรายชื่อบุคคลและบริษัทของรัสเซียที่ถูกคว่ำบาตร รวมถึงยังประกาศอายัดทรัพย์สินของบุคคลและองค์กรอีกกว่า 100 รายชื่อที่เกี่ยวข้องกับกองทัพรัสเซีย ในภาพรวมแต่ละชาติสมาชิก G7 มีรายชื่อคว่ำบาตรเป็นของตนเอง

ส่วนในประเด็นอื่นๆ นอกจากสงครามยูเครน G7 ยังพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ อาวุธนิวเคลียร์ ไปจนถึงการเพิ่มบทบาทของ AI ในการพัฒนาเศรษฐกิจ 

อย่างไรก็ตามเนื้อหาของการประชุมถูกบดบังด้วยข่าวใหญ่ที่เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ว่า เมืองบัคมุตแตกและตกอยู่ในการยึดครองของรัสเซียแล้ว

ข่าวที่ว่าส่งผลให้ในช่วงของการแถลงผลการประชุมต่อสื่อมวลชน มีสื่อจากหลายสำนักถามถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองบัคมุต

ซึ่งในตอนแรกประธานาธิบดีเซเลนสกีตอบสื่อแบบกำกวมว่า บัคมุตเหลืออยู่เพียงในใจของยูเครน ส่งผลให้หลายฝ่ายตีความกันไปต่างๆ นานา

จนในที่สุดผู้นำยูเครนต้องออกมากล่าวอีกครั้ง ยืนยันว่า รัสเซียยังไม่ได้ยึดเมืองบัคมุต และคำกล่าวนี้ไม่อาจตีความเป็นอื่นได้อีก

ข้อกังขาว่าเมืองบัคมุตถูกรัสเซียยึดครองอย่างสมบูรณ์แล้วจริงหรือไม่เกิดขึ้นหลังกลุ่มแวกเนอร์เผยแพร่ภาพที่พวกเขาอ้างว่า สามารถยึดครองพื้นที่ทางตะวันออกของเมืองได้แล้ว  ภาพดังกล่าวฉายให้เห็นทหารแวกเนอร์โบกสะบัดธงชาติรัสเซียเหนือซากปรักหักพังของอาคาร

ตามมาด้วยภาพของเยฟเกนี ปริโกซิน ผู้นำกลุ่มแวกเนอร์ถือธงชาติรัสเซียกล่าวกับกล้องว่า พวกเขายึดเมืองบัคมุตได้แล้ว

วิดีโอถูกบันทึกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ก่อนจะเผยแพร่เป็นข่าวใหญ่ในวันอาทิตย์ ฝ่ายกองทัพยูเครนออกมาตอบโต้ เซอร์ฮี เชเรวัตยี โฆษกกองทัพยูเครนประจำภูมิภาคทางตะวันออกซึ่งเมืองบัคมุตเป็นหนึ่งในสมรภูมิระบุว่า การต่อสู้ระหว่างยูเครนและรัสเซียในเมืองบัคมุตยังคงดำเนินอยู่ และยูเครนยังคงยึดพื้นที่บางส่วนของบัคมุตไว้ ฉะนั้นแล้วคำกล่าวอ้างที่ว่ารัสเซียยึดเมืองบัคมุตได้อย่างสมบูรณ์จึงไม่ถูกต้อง สอดคล้องกับคำกล่าวของกระทรวงกลาโหมยูเครนที่ออกมาปฏิเสธคำกล่าวของรัสเซียเช่นกัน

อย่างไรก็ตามฝ่ายทหารแวกเนอร์ยังคงออกวิดีโอใหม่มาอย่างต่อเนื่อง จากภาพคือวิดีโอล่าสุดที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ปริโกซินยังคงยืนยันว่า ไม่มีทหารยูเครนในเมืองบัคมุตแล้ว ที่เหลืออยู่มีเพียงแค่ศพทหารเท่านั้น และยังย้ำด้วยว่า ผู้นำยูเครนพูดโกหกที่ว่าเมืองบัคมุตยังไม่แตก

บัคมุตเป็นสมรภูมิหลักระหว่างยูเครนและรัสเซียมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2022 เมืองนี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกของยูเครน โดยอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของแคว้นโดเนตสก์ และอยู่ห่างจากแคว้นลูฮันสก์เพียง 20 กิโลเมตรเท่านั้น เมืองนี้จึงมีความสำคัญเพราะหากรัสเซียยึดได้ก็จะครองพื้นที่ทางตะวันออกของยูเครนได้เพิ่ม ในขณะเดียวกันฝ่ายรัสเซียก็อ้างด้วยว่า เพื่อปลดปล่อยภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออกของยูเครน เมืองบัคมุตจึงเป็นสมรภูมิที่รัสเซียต้องเอาชนะให้ได้

สภาพของเมืองบัคมุตในตอนนี้ถูกเปรียบเทียบว่า เสมือนการสู้รบในยุคสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เพราะทหารทั้งสองฝ่ายต่างขุดสนามเพลาะประจำการตามแนวรบของตน ในขณะที่ภูมิประเทศเต็มไปด้วยโคลน

ฝ่ายรัสเซียครองพื้นที่ทางตะวันออก กองทัพหลักคือทหารแวกเนอร์ กลุ่มทหารรับจ้าง ในขณะที่กองกำลังยูเครนครองพื้นที่ทางตะวันตก

อย่างไรก็ตามจนถึงตอนนี้ ยังคงเป็นการยากที่จะประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเมืองบัคมุต เนื่องจากการสู้รับยังคงดุเดือด และเป็นพื้นที่ห่างไกล

ทั้งนี้ระหว่างการแถลงที่ G7 โวโลดิมีร์ เซเลนสกี เปรียบเทียบความเสียหายของเมืองบัคมุตว่า ไม่ต่างจากเมืองฮิโรชิมะ และตัวเขาสัญญาว่าจะฟื้นฟูเมืองขึ้นมาใหม่

นอกเหนือจากสมรภูมิในเมืองบัคมุต อีกประเด็นที่ผู้คนให้ความสนใจคือ ปฏิบัติการโต้กลับในฤดูใบไม้ผลิ หรือ Spring Counteroffensive ที่ล่วงเลยเวลามานานกว่าที่กำหนดไว้ เพราะตอนนี้ยูเครนอยู่ในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ กำลังจะเข้าสู่ฤดูร้อน

จนถึงวันนี้การโต้กลับก็ยังไม่เกิดขึ้น และฝ่ายรัสเซียเองก็ได้เตรียมพร้อมรับมือแล้ว ตัวอย่างจากภาพถ่ายดาวเทียมที่ผ่านมาแสดงให้เห็นแนวรบและกับดักมากมายตามสนามเพลาะของรัสเซีย มีปัจจัยหลายประการที่ทำให้การโต้กลับล่าช้า เช่น อาวุธสนับสนุนจากพันธมิตรชาติตะวันตกที่ยังไม่เพียงพอ หรือจะเป็นสภาพอากาศ เนื่องจากผืนดินยังคงเต็มไปด้วยโคลนจากการละลายของหิมะที่ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งข้อนี้มีเหตุผลจากการที่ฤดูใบไม้ผลิของยูเครนยังคงมีอากาศเย็นและฝนตกประปราย ส่วนปัจจัยสุดท้ายมาจากการฝึกฝนที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จสิ้น

อย่างไรก็ตามคำยืนยันจากผู้นำยูเครนระหว่างการแถลงข่าวในการประชุม G7 ประธานาธิบดีเซเลนสกียืนยันว่า รัสเซียจะสัมผัสได้ทันทีหากยูเครนเปิดฉากโต้กลับ และเป็นไปได้ว่าภาพดังกล่าวอาจเกิดขึ้นในฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึงนี้

 

 

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ