ยูเครน ปฏิเสธส่งกองกำลังโจมตีรัสเซีย ผู้ก่อเหตุยอมรับเอง


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สงครามในยูเครนกำลังจะเข้าสู่เดือนที่ 16 นอกจากการสู้รบอย่างหนักหน่วงระหว่างทั้งสองฝ่ายที่เมืองบัคมุตในแคว้นโดเนตสก์แล้ว ตอนนี้มีสัญญาณว่าการสู้รบอาจขยายขอบเขตเข้าไปยังแผ่นดินรัสเซียด้วย หลังมีรายงานว่ายูเครนใช้วิธีก่อวินาศกรรมเพื่อตัดกำลังโจมตีของรัสเซีย ในแคว้นเบลโกรอด ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซีย

ภาพเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในแคว้นเบลโกรอดของรัสเซีย ที่ถูกนำมาเผยแพร่ผ่านช่องเทเลแกรมแจ้งข่าวสารของแคว้น

ภาพที่ถูกนำมาเผยแพร่มีทั้งภาพอาคารที่ถูกอ้างว่าเป็นคลังสินค้ากำลังเกิดเพลิงลุกไหม้และควันดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน รวมถึงภาพถ่ายที่เผยให้เห็นกลุ่มควันเหนืออาคารของหน่วยงานความมั่นคงกลางหรือ FSB ประจำแคว้นเบลโกรอด นี่เป็นเพียงภาพส่วนหนึ่งจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่ทางการรัสเซียอ้างว่าเป็นฝีมือของยูเครน

รัสเซียเตือนตะวันตก ไม่ควรส่งเครื่องบิน F-16 ให้ยูเครน

“โจ ไบเดน” จะไม่จัดส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 ให้ยูเครน

แคว้นเบลโกรอดอยู่ตรงไหน เหตุใดที่นี่จึงตกเป็นเป้าโจมตี

แคว้นเบลโกรอดเป็นแคว้นที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซีย ติดกับชายแดนด้านเหนือของยูเครน อยู่ห่างจากแคว้นคาร์คีฟของยูเครนเพียง 25 ไมล์ หรือราว 40 กิโลเมตร สามารถนั่งรถยนต์ข้ามไปโดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น

แคว้นเบลโกรอดเป็นพื้นที่สำคัญทางยุทธศาสตร์สำหรับรัสเซียเพื่อเข้ารุกรานยูเครน  ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ภาพถ่ายทางดาวเทียมของแม็กซาร์เทคโนโลยี บริษัทผู้ให้บริการภาพถ่ายทางดาวเทียมสัญชาติสหรัฐฯ เผยให้เห็นว่า เบลโกรอดคือหนึ่งในพื้นที่ที่รัสเซียประจำกองกำลังประชิดยูเครน ก่อนจะส่งทหารเข้าไปยังแคว้นคาร์คีฟ รวมถึงพื้นที่ทางตอนเหนือของยูเครนในช่วงเฟสแรกของการรุกราน

นอกจากนี้ ภาพถ่ายทางดาวเทียมของสหรัฐฯ ยังชี้ให้เห็นด้วยว่า รัสเซียได้ลงทุนสร้างโครงสร้างทางการทหารหลายแห่งเอาไว้ที่แคว้นเบลโกรอด

คาดว่าที่นี่อาจถูกใช้เป็นพื้นที่สนับสนุนกิจกรรมทางการทหารของรัสเซียระหว่างที่เข้ารุกรานยูเครนตลอด 15 เดือนที่ผ่านมาด้วย

อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แคว้นเบลโกรอดของรัสเซียถูกโจมตี  ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 1 เมษายนปีที่แล้ว คลังน้ำมันแห่งหนึ่งในแคว้นเบลโกรอดถูกโจมตีทางอากาศจนทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ ก่อนที่จะมีเหตุการณ์ในทำนองเดียวกันเกิดขึ้นตามมาอีกหลายครั้ง

แม้ว่าแคว้นเบลโกรอดจะถูกโจมตีหลายครั้งตลอด 16 เดือนที่การรุกรานยูเครนดำเนินอยู่ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ทางการของรัสเซียออกมาพูดแบบหนักแน่นชัดเจนว่าเป็นฝีมือของกลุ่มกองกำลังยูเครนที่ถูกส่งเข้ามายังแผ่นดินรัสเซีย

วยาเชสลาฟ กลาดคอฟ ผู้ว่าการแคว้นเบลโกรอด ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวานนี้ ( 22 พ.ค.)ว่า เหตุความไม่สงบและเหตุวินาศกรรมที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของทหารยูเครนที่ลอบเข้ามาผ่านบริเวณชายแดน  ตอนนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บแล้วอย่างน้อย 8 ราย ขณะที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยต้องอพยพออกจากพื้นที่เป็นการชั่วคราว

ผู้ว่าการแคว้นเบลโกรอดกล่าวเสริมว่า ตอนนี้ทางการรัสเซียได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาปราบปรามและเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับกำชับประชาชนว่าห้ามกลับเข้าไปในพื้นที่ขณะที่กองทัพรัสเซียปฏิบัติการกวาดล้างผู้ก่อความไม่สงบโดยเด็ดขาด

หลังจากถูกผู้ว่าการแคว้นเบลโกรอดกล่าวหาว่าเป็นผู้ส่งกองกำลังไปก่อวินาศกรรมบนแผ่นดินรัสเซีย ทางการยูเครนได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวในแทบจะทันที  มิคาอิโล โปลโดยัค ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครน ได้ออกมาทวิตข้อความว่า ยูเครนไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งหมดเป็นฝีมือของกลุ่มกองกำลังต่อต้านผู้นำรัสเซียในประเทศ ยูเครนเป็นเพียงผู้ที่เฝ้าดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและถอดบทเรียนเท่านั้น

ด้านสำนักงานข่าวกรองของยูเครนก็ออกมายืนยันว่า เหตุการณ์ความไม่สงบในแคว้นเบลโกรอดเป็นฝีมือของกองกำลังแบ่งแยกดินแดนในประเทศรัสเซียเอง ทางการยูเครนไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย

ในขณะที่รัสเซียและยูเครนกำลังแถลงตอบโต้กันว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุในแคว้นเบลโกรอด ล่าสุดมีกลุ่มบุคคลที่ออกมาแสดงความรับผิดชอบและอ้างว่าเป็นผู้ก่อเหตุวินาศกรรมในพื้นที่แล้ว  ชายปริศนากลุ่มนี้ที่เรียกตัวเองว่าเป็นกลุ่มกองกำลังเสรีภาพรัสเซียได้ออกมาเผยแพร่วิดีโอ พร้อมระบุว่าพวกเขาเป็นชาวรัสเซียที่ลุกขึ้นมาต่อต้านปูติน เพราะอยากให้ลูกหลานมีอนาคตที่ดีและอิสระภาพ ไม่ใช่เป็นเพียงบ่อเงินบ่อทองให้ผู้นำรัสเซียผลาญเล่น

นอกจากกลุ่มกองกำลังเสรีภาพรัสเซีย (Freedom for Russia Legion) แล้ว ยังมีอีกกองกำลังอีกลุ่มที่มีชื่อว่ารัสเซียอาสา (Russian Volunteer Corps : RCV) ที่ออกมาอ้างว่าได้ก่อเหตุในเบลโกรอดเช่นกัน กลุ่มกองกำลังเสรีภาพรัสเซียและกลุ่มกองกำลังรัสเซียอาสาคือใคร มีบทบาทอย่างไรต่อการเมืองภายในรัสเซีย

เริ่มที่กลุ่มแรก กองกำลังเสรีภาพรัสเซีย กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่อ้างว่าเป็นฝั่งตรงข้ามของรัฐบาลรัสเซียและมีเป้าหมายเพื่อปลดปล่อยรัสเซียออกจากระบอบการปกครองของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน  สำนักข่าวมอสโกไทม์ระบุว่า กองกำลังนี้เป็นกองกำลังกึ่งทหารของชาวรัสเซีย ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมปี 2022 หรือไม่กี่วันหลังรัสเซียเข้ารุกรานยูเครน โดยในช่วงแรกของการก่อตั้งมีสมาชิกมากถึงหลักร้อยคน มีฐานที่มั่นหลักและฝึกฝนการสู้รบอยู่ในแผ่นดินยูเครน

แม้ว่าจะอาศัยอยู่ในแผ่นดินยูเครนและฝึกฝนการต่อสู้กับกองกำลังยูเครน แต่กลุ่มกองกำลังเสรีภาพรัสเซียไม่เคยอ้างตนเองว่าเป็นกองกำลังยูเครน และสู้รบด้วยธงของกลุ่มไม่ใช้ธงของยูเครน

ส่วนกลุ่มที่สอง กลุ่มกองกำลังรัสเซียอาสา กลุ่มนี้เป็นกลุ่มกองกำลังกึ่งทหารของชาวรัสเซียสายชาตินิยมขวาตกขอบ ก่อตั้งเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2022 โดยเดนิส นิคิติน ชาวรัสเซียที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นนีโอนาซี  สมาชิกส่วนใหญ่เป็นกลุ่มต่อต้านประธานาธิบดีปูติน และอ้างว่าอยู่ภายใต้อาณัติของกองทัพยูเครน อย่างไรก็ดี ทางการยูเครนยืนยันว่ากองกำลังรัสเซียอาสาเป็นกองกำลังอิสระและยูเครนไม่ได้ควบคุมกองกำลังนี้

หลายฝ่ายตั้งคำถามว่าเหตุใดทั้งกองกำลังสองกลุ่มจึงเลือกก่อเหตุวินาศกรรมในเวลานี้และการก่อวินาศกรรมจะส่งผลอย่างไรต่ออนาคตและรูปแบบของสงครามยูเครนหลังจากนี้

สำนักข่าวอ้างคำให้สัมภาษณ์ของดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียที่ระบุว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นเป็นเป้าหมายของยูเครนที่จะเบี่ยงเบนความสนใจของสาธารณชนและโลก ออกจากการต่อสู้ในเมืองบัคมุต รวมถึงลดแรงปะทะจากสังคมหากยูเครนต้องเสียเมืองแห่งนี้ไป

สำหรับสถานการณ์การสู้รบในพื้นที่เมืองบัคมุตตอนนี้ ทั้งรัสเซียและยูเครนกำลังทำปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสารใส่กัน เนื่องจากฝั่งรัสเซียยืนยันว่าสามารถยึดเมืองแห่งนี้ได้ตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่ยูเครนก็ออกมาโต้กลับว่ายังไม่เสียเมืองแห่งนี้

ล่าสุด เยฟเกนี ปริโกชิน ผู้ก่อตั้งกลุ่มแวกเนอร์ กองกำลังหลักที่สู้รบในเมืองบัคมุตออกมาแถลงว่ากลุ่มแวกเนอร์สามารถยึดเมืองบัคมุตได้แล้ว โดยใช้คำว่าสามารถยึดดินแดนได้ทุกตารางนิ้วตามที่เคยให้สัญญาไว้

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมของยูเครน กล่าวว่า กองกำลังยูเครนยังคงควบคุมอาคารบางแห่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองบัคมุตเอาไว้ได้

นอกจากเรื่องการสู้รบที่เมืองบัคมุต ปริโกชินยังได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องเหตุความไม่สงบในแคว้นเบลโกรอดด้วยเช่นกัน โดยระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหมายความว่าปฏิบัติการพิเศษทางการทหารกำลังกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบแล้ว ขณะเดียวกันก็ตำหนิกระทรวงกลาโหมรัสเซียที่ไม่ยอมปกป้องชายแดนของประเทศ

การก่อวินาศกรรมในแคว้นเบลโกรอดและการเสียเมืองบัคมุตเกิดขึ้นในวันที่ปฏิบัติการโต้กลับฤดูใบไม้ผลิของยูเครนยังไม่เริ่มขึ้น เนื่องด้วยความไม่พร้อมในหลายๆ ด้าน จนหลายฝ่ายมองว่ายูเครนเริ่มเสียเปรียบรัสเซียอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายเชื่อว่ายูเครนอาจได้พื้นที่เหล่านี้คืนในภายหลัง หลังจากที่มีสัญญาณออกมาว่าชาติพันธมิตรตะวันตกอาจส่งเครื่องบินรบสมัยใหม่ให้กับยูเครน  คำถามคือเหตุใดยูเครนจึงต้องการเครื่องบินรบรุ่นใหม่

ดมิโทร คูเลบา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน เคยออกมาให้คำตอบเรื่องนี้ไว้ใน Foreign Policy วารสารด้านการต่างประเทศ โดยเขียนเป็นบทความระบุเหตุผลไว้ 5 ข้อ คือ

ข้อแรก เครื่องบินรบรุ่นใหม่จะช่วยเสริมสมรรถนะการป้องกันภัยทางอากาศของยูเครน ทำให้สามารถปกป้องประชาชนและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของยูเครนได้ตลอดเวลา เนื่องจากรัสเซียมักโจมตีทางอากาศใส่ยูเครนในเวลากลางคืน

ข้อสอง เครื่องบินรบรุ่นใหม่จะสนับสนุนการรบภาคพื้นดินของยูเครนได้ เนื่องจากการโต้กลับจะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อฝ่ายรุกสามารถครองน่านฟ้า เพื่อเป็นหูเป็นตาให้กองทัพภาคพื้นดิน ก่อนจะย้ำว่านี่คือหลักนิยมของนาโต

ข้อสาม เครื่องบินรบรุ่นใหม่จะช่วยให้ยูเครนรับประกันการเดินเรือขนส่งธัญพืชในทะเลดำโดยไม่ต้องพึ่งพารัสเซีย หากมีอุปสรรคหรืออันตรายต่อการเดินเรือ ยูเครนจะสามารถจัดการได้ทันที

ข้อสี่ การให้เครื่องบินรบรุ่นใหม่จะทำให้ยูเครนมีประสบการณ์มากขึ้นและแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับสหรัฐฯ เพื่อให้รับมือกับกองทัพอากาศรัสเซียได้ หากสหรัฐฯ ต้องต่อสู้ด้วยในอนาคต

ข้อสุดท้าย การให้เครื่องบินรบรุ่นใหม่กับรัสเซียจะเป็นหลักประกันและเป็นเครื่องมือป้องปรามรัสเซียไม่ให้ขยายขอบเขตการรุกรานไปยังประเทศอื่นๆ ในยุโรป

ก่อนที่รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครนจะปิดท้ายบทความของตนเองว่าการให้เครื่องบินรบ F-16 จะทำให้ยูเครนชนะเร็วขึ้น ปกป้องชีวิตคนได้มากขึ้น รวมถึงประหยัดทรัพยากรและยุทโธปกรณ์ต่างๆ ในสนามรบมากขึ้น

แม้ว่าในทางทฤษฎี เครื่องบินรบรุ่นใหม่สัญชาติตะวันตกจะมีประโยชน์ต่อยูเครนในสนามรบ แต่ในทางปฏิบัติ การจะได้เครื่องบินเหล่านี้มาบินเหนือน่านฟ้ายูเครนเป็นสิ่งที่ท้าทายกว่ามาก

แบรด เลนดอน นักข่าวอาวุโสด้านการทหารของสำนักข่าว CNN วิเคราะห์ว่าหากยูเครนได้รับเครื่องบินรบ F-16 แม้อาจสร้างความได้เปรียบ แต่ก็อาจต้องเจอปัญหาสำคัญหลายข้อ ซึ่งนี่เป็นโจทย์ที่ทั้งยูเครนและชาติตะวันตกต้องหาคำตอบให้ได้

ข้อแรก ยูเครนอาจต้องเผชิญกับปัญหาไม่มีคนซ่อมเครื่องบินรบอย่าง F-16 เลนดอน ระบุว่าความยากหลังจากยูเครนได้เครื่องบินรบ F-16 มา คือการบำรุงรักษา

เนื่องจากการฝึกวิศวกรดูแลเครื่องบินใช้เวลานานกว่าการฝึกนักบินหลายเท่า ข้อมูลจากศูนย์บริการงานวิจัยสภาคองเกรสระบุว่า การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี และการดูแลเครื่องบิน F-16 ต้องการเวลาค่อนข้างมาก โดยหากบิน 1 ชั่วโมง วิศวกรต้องใช้เวลาซ่อมบำรุงถึง 16 ชั่วโมง

ข้อสอง ยูเครนจะหาลานบินให้กับเครื่องบินรบสัญชาติตะวันตกอย่างไร และจะทำอย่างไรไม่ให้รัสเซียโจมตีเครื่องบินเหล่านี้ได้ เลนดอนระบุว่า เครื่องบิน F-16 จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพหากวิ่งบนรันเวย์ที่ยาวและไม่ขรุขระ

นอกจากนี้ ถึงจะแก้ปัญหาเรื่องรันเวย์ด้วยการปูทางใหม่และขยายรันเวย์เพิ่ม แต่รัสเซียก็จะสามารถตรวจจับความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนนี้ได้ และสามารถใช้อาวุธโจมตีเพื่อขัดขวางการขึ้นบินของเครื่องบิน F-16  ดังนั้น ปัญหาข้อสองจึงนำมาสู่ปัญหาข้อที่สามว่า ยูเครนจะต้องมีอาวุธที่มีประสิทธิภาพพอที่จะโจมตีเครื่องบินรบหลักของรัสเซียอย่างซุคฮอย ซู-25 หรือ มิโคยาน มิก-31

อย่างไรก็ดี ยูเครนไม่มีอาวุธเหล่านี้และต้องพึ่งพาการนำเข้าจากตะวันตก ซึ่งอาวุธเหล่านี้มีราคาสูงมาก เช่น ขีปนาวุธชนิดจากอากาศสู่อากาศขั้นสูงระดับพิสัยกลาง (AMRAAM) มีราคาสูงถึง 40 ล้านบาทต่อหัวและต้องใช้เวลาผลิตนานถึง 2 ปี

ปัญหาเหล่านี้จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญสำหรับทั้งยูเครนและพันธมิตรชาติตะวันตก และการประกาศจัดตั้งพันธมิตรเครื่องบินรบสัญชาติตะวันตกจึงอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ