เหลือออกซิเจน 60 ชั่วโมง เท่านั้น! เร่งค้นหาเรือดำน้ำพาชม "ไททานิก"


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สิ่งที่น่ากังวลที่สุด ออกซิเจน เหลือใช้งานประมาณ 60 ชั่วโมงเท่านั้น! สหรัฐฯ-แคนาดา เร่งค้นหาเรือดำน้ำพาชมไททานิก ใต้ทะเลลึกสูญหาย

มีรายงานว่าเรือดำน้ำ "ไททัน"  ของบริษัท “โอเชียนเกท เอ็กพิดิชันส์” (OceanGate Expeditions)  ซึ่งเป็นบริษัทนำเที่ยวเอกชนของแคนาดาที่พานักท่องเที่ยวชมซากเรือไททานิกขาดการติดต่อ ระหว่างดำดิ่งใต้ทะเลลึก เรือดำน้ำลำเล็กนี้ ได้พาลูกเรือออกเดินทางในเวลา 04.00 นาฬิกา ของวันอาทิตย์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ออกจากเมืองเซนต์ จอห์น รัฐนิวฟันด์แลนด์ ทางตะวันออกของแคนาดา จากนั้นขาดการติดต่อไป หลังดำลงไปได้ราว 1 ชั่วโมง 45 นาที

"ชลน่าน" ยัน ไม่มีสูตรพลิกขั้ว เป็นพรรคอันดับ 1 เชื่อคุมเสียง ส.ส.โหวต ปธ.สภาฯ ได้  

"เพื่อไทย" แจงแซตหลุด เหตุ ส.ส.เข้าใจคลาดเคลื่อน  

 
 

ภายในเรือดำน้ำลำดังกล่าวมีกัปตันและผู้โดยสารอยู่ในเรือดำน้ำรวม 5 คน โดยหนึ่งในผู้โดยสารคือ ฮามิช ฮาร์ดิง (Hamish Harding) มหาเศรษฐีชาวอังกฤษวัย 58 ปี ซึ่งโพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า เขาจะเข้าร่วมปฏิบัติการกู้ซากเรือไททานิก จากนั้นไม่ได้มีการโพสต์ใดๆ เพิ่มเติม  

หลังเกิดเหตุ ทางบริษัทเจ้าของเรือดำน้ำลำนี้ ออกแถลงการณ์สั้นๆ โดยระบุว่า บริษัทพร้อมดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือทุกคนที่อยู่บนเรือดำน้ำให้กลับขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย   

จากข้อมูลบนเว็บไซต์ โอเชียนเกตส์ ระบุว่า เรือดำน้ำสามารถดำดิ่งใต้ทะเลลึก โดยมีออกซิเจนสำหรับลูกเรือ และผู้โดยสาร 5 คนได้สูงสุด 96 ชั่วโมง หรือ 4 วัน  แต่จนถึงตอนนี้ภารกิจค้นหาเรือดำน้ำเกิดขึ้นนานกว่า 30 ชั่วโมงแล้ว  หมายความยังเหลือเวลาค้นหาอีกประมาณ 60 ชั่วโมง หรือไม่ถึง 3 วัน 

ด้านพลเรือตรี จอห์น มูเกอร์ (John Mauger) ผู้บัญชาการหน่วยรักษาชายฝั่ง เขต 1 ของสหรัฐฯ  กล่าวในแถลงการณ์ เมื่อวานนี้ว่า  หน่วยยามชายฝั่งของสหรัฐฯ และแคนาดา และบริษัทพาณิชย์ใต้ทะเลลึกอื่นๆ กำลังทำงานแข่งกับเวลา  โดยใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่มีในการช่วยชีวิตผู้คนที่อยู่บนเรือ   ขณะนี้สหรัฐฯ ได้ใช้เครื่องบิน 2 ลำ เรือดำน้ำ 1 ลำ และทุ่นค้นหาวัตถุใต้น้ำด้วยเสียง หรือทุ่นโซนาร์ ในการค้นหา แต่ก็ยอมรับว่าภารกิจนี้ค่อนข้างยาก

เพราะจุดที่ค้นหาอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งห่างออกไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐนิวฟันด์แลนด์ ของแคนาดา ประมาณ 596 กิโลเมตร และห่างจากคาบสมุทรเคปคอด ในรัฐแมสซาชูเซตส์ของสหรัฐฯ ประมาณ 1,448  กิโลเมตร 

ภารกิจการค้นหาเรือดำน้ำครั้งนี้ค่อนข้างยากลำบาก และมีอุปสรรค เพราะนอกจากภารกิจค้นหาอยู่ในพื้นที่ห่างไกลแล้ว ยังอยู่ใต้ทะเลลึก ซึ่งยากต่อการติดต่อสื่อสารระหว่างทีมบนบก และทีมใต้น้ำลึก

เดวิด โพก์ ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว CBS ที่เคยเดินทางไปกับเรือดำน้ำไททันเมื่อปีที่แล้วเปิดเผยกับสำนักข่าว บีบีซี ถึงปัญหาที่ลูกเรือ ทั้งที่อยู่ใต้น้ำและทีมที่อยู่บนบกจะต้องเผชิญอยู่คือ ไม่มีทางใดๆ ที่จะติดต่อสื่อสารกับเรือดำน้ำได้ เพราะทั้งจีพีเอส และวิทยุไม่สามารถที่จะทำงานใต้ท้องทะเลได้

แต่ผู้สื่อข่าวของ CBS ระบุว่า เมื่อเรือสนับสนุนอยู่เหนือเรือดำน้ำโดยตรง พวกเขาสามารถส่งข้อความสั้นไปมาระหว่างกันได้ แต่เห็นได้ชัดว่า เรือสนับสนุนไม่ได้รับการตอบสนองใดๆ  นอกจากนี้ เดวิด โพก์ ยังบอกด้วยว่า เรือดำน้ำลำนี้จะปิดตายผู้โดยสารอยู่ข้างใน โดยมีสลักเกียวที่อยู่ภายนอก ทำให้พวกเขาไม่มีทางที่จะหลบหนีออกจากเรือดำน้ำได้ แม้ว่าเรือดำน้ำ
จะสามารถลอยขึ้นสู่ผิวน้ำด้วยตัวเองก็ตาม ก็ไม่มีทางที่พวกเขาจะออกมาได้ เว้นแต่ว่ามีลูกเรือสนับสนุนที่อยู่ด้านนอกเปิดให้ 

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับซากเรือไททานิกและนักประดาน้ำลึกที่มีประสบการณ์ยังแสดงความหวังว่า ผลลัพธ์ของภารกิจค้นหาจะเป็นไปในทิศทางบวก  เพราะเรือดำน้ำลำดังกล่าวมีอุปกรณ์ไฮเทคที่สามารถยืดเวลาเพื่อช่วยชีวิตผู้คนได้ 

ทั้งนี้ เรือดำน้ำลำที่สูญหายนี้ ดำเนินการทัวร์ชมซากไททานิกเป็น ของ บริษัท โอเชียนเกต เอ็กส์เพดิชันส์ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 8 ล้าน 7 แสนบาทต่อทริปต่อคน โดยค่าใช้จ่ายนี้ รวมถึงการดำน้ำใต้ทะเลลึกเพื่อไปเห็นเรือไททานิกกับตาด้วย

ทริปชมซากไททานิก ของบริษัท โอเชียนเกต เอ็กส์เพดิชันส์ มีค่าใช้จ่ายสำหรับทริป 8 ชั่วโมงตกอยู่ที่ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกือบ 8.7 ล้านบาท ต่อคน 
โดยทริปนี้จะพานักท่องเที่ยวนั่งเรือดำน้ำขนาดเล็กดำดิ่งลงไปถึงพื้นมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งเป็นจุดที่ซากเรือจมอยู่ในความลึก 3,800 เมตร ก่อนจะกลับมาสู่ผิวน้ำอีกครั้ง โดยใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 8 ชั่วโมง

สำหรับเรือไททานิก เป็นเรือโดยสารสุดหรูขนาดใหญ่ที่สุดในยุคนั้น ได้ประสบอุบัติเหตุชนกับภูเขาน้ำแข็งทางตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติกในช่วงใกล้เที่ยงคืนของวันที่ 14 เมษายน ปี 1912 ก่อนจะจมลงสู่ก้นทะเลในช่วงเวลาประมาณ 02.20 น. ของวันที่ 15 เมษายน  โดยเหตุดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,500 คน จากจำนวนผู้โดยสารและลูกเรือ ทั้งสิ้น 2,200 คน ถือเป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมทางเรือที่มีการสูญเสียมากที่สุด 

นับตั้งแต่มีการค้นพบซากเรือไททานิกในปี 1985 ก็มีการสำรวจซากเรือ ซึ่งพบว่าซากเรือไททานิกนั้นแตกออกเป็นสองส่วน คือ กาบขวาของเรือ และส่วนท้ายเรือ ซึ่งจมห่างจากกัน 800 เมตร โดยมีเศษชิ้นส่วนเรือขนาดใหญ่กระจายอยู่โดยรอบ  

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ