ความพยายามค้นหา "เรือดำน้ำไททัน" ที่สูญหายไปตั้งแต่วันอาทิตย์ (18 มิ.ย.) ระหว่างการเดินทางลงไปชม ซากเรือไททานิก เริ่มมีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมหลังจากเครื่องบินของแคนาดาตรวจพบเสียงจากใต้น้ำ ทำให้ขณะนี้เรือที่เข้าร่วมภารกิจจำกัดวงการค้นหาไว้ที่พื้นที่มหาสมุทรแอตแลนติกระหว่างรัฐแมสซาชูเซตส์ของสหรัฐฯ และมณฑลนิวฟันด์แลนด์ของแคนาดา
ข้อมูลจากเว็บไซต์การสัญจรทางทะเล “มารีน แทรฟฟิก” (Marine Traffic) แสดงให้เห็นว่าเรืออย่างน้อย 11 ลำ
คลิปวิดีโอเปรียบเทียบซากเรือที่จมตั้งแต่อดีต - ปัจจุบัน กับความลึกของมหาสมุทร
ได้พุ่งเป้าการค้นหาไปที่พื้นที่ทางตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก โดยนาวาเอก เจมี เฟเดอริก นาวาเอก เจมี เฟรเดอริก (Jamie Frederick) หัวหน้าหน่วยรักษาชายฝั่งเขต 1 ในเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ ให้รายละเอียดว่าจุดที่ค้นหาอยู่ห่างจากคาบสมุทรเคปคอด (Cape Cod) ของรัฐแมสซาชูเซตส์ ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 1,350 กิโลเมตร และ อยู่ห่างจากเมืองเซนต์จอห์น มณฑลนิวฟันด์แลนด์ของแคนาดาไปทางทิศตะวนออกเฉียงใต้ประมาณ 640 กิโลเมตร
การจำกัดวงค้นหาเกิดขึ้นหลังจากที่เครื่องบิน P-3 ของแคนาดา ตรวจพบเสียงใต้น้ำในพื้นที่ค้นหา จึงได้เปลี่ยนตำแหน่งการค้นหาด้วยยานควบคุมระยะไกล (ROV) เพื่อพยายามหาต้นตอของเสียง ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่พบอะไร แต่จะทำการค้นหาต่อไป
ก่อนหน้านี้ สื่อสหรัฐฯ รายงานอ้างบันทึกข้อความภายในของรัฐบาลสหรัฐฯ เกี่ยวกับความคืบหน้าการค้นหาว่า ทีมค้นหาตรวจพบเสียงทุบหลายครั้ง ห่างกัน 30 นาที มาจากพื้นที่ค้นหา และยังคงตรวจพบเสียงนั้นหลังเวลาผ่านไป 4 ชั่วโมง
หน่วยงานค้นหาประเมินว่าปริมาณอ็อกซิเจนบนยานดำน้ำไททันเหลือให้ผู้ที่อยู่บนเรือได้หายใจจนถึง 06.00 น. ของวันนี้ตามเวลาชายตะวันออกสหรัฐ หรือ 17.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ขณะที่ นาย ฟิลิปเป เอเพลบอม (Philippe Epelbaum) นักขับเรือดำน้ำชาวสวิสระบุว่าวิธีการที่จะช่วยประหยัดอ็อกซิเจนขณะอยู่ในยานพาหนะใต้น้ำคือต้องมีสติ เพราะหากเกิดความเครียดขึ้นร่างกายจะใช้อ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้นอีก 2 หรือ 3 เท่า ขณะที่ปริมษณก๊าซคาร์บอนไดออกซด์ ซึ่งออกมาพร้อมกับลมหายใจจะเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้แคลเซียมคาร์บอเนตยังเป็นสิ่งจำเป็นในการเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กลับไปเป็นก๊าซอ็อกซิเจน ซึ่งหากสารประกอบในส่วนนี้หมดไปก็จะเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่น่ากังวลเช่นกัน