นักวิเคราะห์ เชื่อ “ปริโกชิน” อาจถูกสังหารหลังทรยศ "ปูติน"


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กลุ่มนักรบรับจ้างแวกเนอร์ที่นำโดยเยฟเกนี ปริโกชิน ผู้ก่อตั้งและหนึ่งในบรรดามหาเศรษฐีคนสนิทของประธานาธิบดีปูติน ได้พยายามก่อกบฏพากองกำลังยึดแคว้นรอสตอฟออนดออนทางตอนใต้ของรัสเซียและเคลื่อนทัพเกือบประชิดกรุงมอสโก

อย่างไรก็ดี การก่อกบฏทั้งหมดจบลงในเวลาเพียง 1 วันเท่านั้น หลังปริโกชินออกมาระบุว่า บรรลุข้อตกลงร่วมกับประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโกของเบลารุส และได้สั่งถอนกำลังแวกเนอร์ออกจากพื้นที่ทั้งหมด ก่อนประกาศว่าจะลี้ภัยไปยังเบลารุส

สำหรับความเคลื่อนไหวของเยฟเกนี ปริโกชิน ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Wagner จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานใดๆ ออกมาเพิ่มเติม หลังจากเขาได้ขึ้นรถยนต์ส่วนตัวออกจากฐานที่มันของกลุ่มแวกเนอร์ในแคว้นรอฟตอฟออนดอนไปเมื่อวานนี้ ( 25 มิ.ย.)

“ชอยกู”โผล่เยี่ยมทหารในยูเครน ปรากฏตัวครั้งแรก หลัง “แวกเนอร์”ก่อจลาจล

“แวกเนอร์” ประกาศยุติการก่อกบฏ “พริโกซิน” เตรียมเดินทางไปเบลารุส

ขณะเดียวกัน ช่องเทเลแกรมส่วนตัวของปริโกชินก็ไม่มีการอัพเดตข้อมูลใดๆ เพิ่มเติม ล่าสุด ช่องของเขาไม่สามารถเข้าถึงได้เพราะถูกปรับการตั้งค่าให้เป็นแบบส่วนตัว

ส่วนคองคอร์ดเพรส (Concord Press) ช่องเทเลแกรมที่คอยทำหน้าเผยแพร่ข่าวสารรวมถึงคลิปเสียงของปริโกชิน ก็ไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลใดๆ ออกมาเพิ่มเติม หลังจากที่ปริโกชิน อัดคลิปเสียงสั่งถอนกองกำลังแวกเนอร์เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา

ข้อมูลล่าสุดจากสำนักข่าว CNN เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่ทางการเบลารุสที่ไม่ระบุชื่อ ที่บอกว่าตอนนี้ปริโกชินยังไม่ได้เดินทางเข้ามายังแผ่นดินของเบลารุส

ขณะที่วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ก็ยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชน แม้ว่ากลุ่มแวกเนอร์จะถอนกำลังออกไปจากแคว้นรอสตอฟออนดอนแล้ว ทั้งนี้จากการติดตามเที่ยวบินของเครื่องบินประจำตำแหน่ง พบว่าประธานาธิบดีปูตินมีแผนจะกลับมายังกรุงมอสโกตั้งแต่เมื่อช่วงเวลา 4 โมงเย็นที่ผ่านมา หลังจากเครื่องบินลำนี้ไปอยู่ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี แม้จะล่วงเลยเวลาตามกำหนดการที่ระบุไว้แล้ว แต่ตอนนี้เครื่องบินลำดังกล่าวก็ยังไม่เดินทางออกจากนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

แม้ขณะนี้จะยังไม่มีรายงานว่าปริโกชินเดินทางถึงเบลารุสแล้วหรือยัง แต่การประกาศลี้ภัยไปยังเบลารุสของหัวหน้ากลุ่มนักรบแวกเนอร์ที่มีทหารในสังกัดหลายหมื่นคน ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านของเบลารุสอย่างรัฐบอลติกและโปแลนด์เกิดความกังวล

ล่าสุด มาแตร์อุส มอราวีแยตสกี นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ได้ออกมาแถลงว่าจะยกระดับการเฝ้าระวังความมั่นคงบริเวณพื้นที่ชายแดนโปแลนด์เบลารุส เนื่องจากไม่ไว้ใจสิ่งที่ประธานาธิบดีปูติน ประธานาธิบดีลูคาเชนโก และปริโกชินจะทำในอนาคต

ขณะเดียวกัน กิตานัส เนาเซดา ประธานาธิบดีลิทัวเนีย ซึ่งอยู่ในระหว่างการพบกับเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต ได้ออกมาประกาศว่า นาโตจะยกระดับความมั่นคงในพื้นที่แนวตะวันออก หรือ Eastern Flank หากเยฟเกนี ปริโกชิน หนีออกนอกรัสเซียเพื่อลี้ภัยมายังประเทศเบลารุสตามข้อตกลงที่ประธานาธิบดีลูคาเชนโกเป็นผู้เสนอ

ด้านเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก ก็ได้พูดถึงเรื่องการก่อกบฏในรัสเซียเช่นเดียวกัน โดยระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ของประธานาธิบดีปูติน หลังจากตัดสินใจผนวกคาบสมุทรไครเมียเมื่อปี 2014 และส่งกำลังเข้ารุกรานยูเครน

ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าเหตุการณ์การก่อกบฏของปริโกชินและกลุ่มแวกเนอร์ในรัสเซีย อาจส่งผลกระทบต่อสงครามยูเครน  บางคนเชื่อว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นอาจทำให้ยูเครนเปิดแนวรุกและขับไล่ทหารรัสเซียออกไปจากแผ่นดินได้ทั้งหมด เนื่องจากศูนย์กลางการบัญชาการบนแผ่นดินรัสเซียถูกก่อกวน

อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนยูเครนตั้งแต่วันแรกที่เกิดสงครามดูเหมือนจะไม่เห็นด้วยกับความเห็นดังกล่าว

เมื่อวานนี้ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ABC news ว่า ตอนนี้อาจจะยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่ายูเครนจะประสบความสำเร็จในแนวรบต่างๆ เร็วๆ นี้

เนื่องจากยังไม่มีใครทราบว่าตอนนี้กลุ่มแวกเนอร์ที่รบในยูเครนไปอยู่ที่ใด แม้จะมีภาพการถอนกำลังแวกเนอร์บางส่วนออกไปจากยูเครนแล้วก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ย้ำว่าต้องติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ต่อไป เพราะความไม่สงบที่เกิดขึ้นในรัสเซีย ก็อาจช่วยให้ยูเครนพอได้เปรียบบ้าง

ขณะเดียวกัน สถานการณ์การสู้รบในแนวรบต่างๆ ของยูเครนตั้งแต่ภูมิภาคดอนบาส ทางภาคตะวันออก เรื่อยไปจนถึงแคว้นซาโปริซเซียทางตอนใต้ยังเป็นไปอย่างดุเดือด  เมื่อวานนี้ ฮันนา มารีอา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมของยูเครน ได้เปิดเผยวันนี้ว่า ตั้งแต่เปิดปฏิบัติการโต้กลับจนถึงเมื่อวาน กองทัพสามารถยึดพื้นที่ในแนวรบทางภาคตะวันออก เช่น ที่เมืองบัคมุต เขตโอริคีฟ-วาซีลิกา คืนมาจากรัสเซียได้ราว 1-2 กิโลเมตร

ขณะที่แนวรบทางภาคใต้ บริเวณแคว้นซาโปริซเซียและแคว้นเคอร์ซอน กองทัพยูเครนยังไม่สามารถยึดพื้นที่คืนได้มากอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากฝั่งรัสเซียระดมยิงปืนใหญ่โจมตีพื้นที่แนวรบด้านใต้อย่างหนัก เพื่อสกัดการรุกคืบของยูเครน โดยรัฐมนตรีช่วยฯ กลาโหมของยูเครนใช้คำว่ารัสเซียโจมตีแทบทุกนาทีตลอด 24 ชั่วโมง

ด้าน พลโทอิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ได้ออกมาระบุว่า  กองทัพได้ยิงปืนใหญ่ขับไล่การรุกคืบของยูเครนได้สำเร็จในทุกแนวรบตั้งแต่ในภูมิภาคดอนบาสไปจนถึงแคว้นซาโปริซเซียทางตอนใต้

ขณะเดียวกัน วันนี้กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้เผยแพร่ภาพของพลเอกเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมออกมาเป็นครั้งแรก หลังคู่กรณีอย่างเยฟเกนี ปริโกชินก่อกบฏและเรียกร้องให้เขาออกมาเจรจาด้วยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ภาพวิดีโอที่กระทรวงกลาโหมเผยแพร่ออกมาเป็นภาพขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียกำลังอยู่บนเครื่องบินและภาพการฟังสรุปรายงานสถานการณ์ในสนามรบของยูเครนจากผู้บัญชาการแนวรบด้านใต้

อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายตั้งคำถามว่าภาพที่ถูกปล่อยออกมาเป็นภาพของพลเอกเซอร์เก ชอยกูในตอนนี้หรือไม่ เนื่องจากภาพไม่มีการระบุวันเดือนปีที่ชัดเจนว่าการเยี่ยมชมนี้เกิดขึ้นเมื่อใดและเป็นสถานที่แห่งใด ตลอดจนวิดีโอนี้ไม่มีเสียงการสนทนาออกมา

ตอนนี้หลายฝ่ายกำลังติดตามความเคลื่อนไหวของปริโกชินหลังจากนี้ เพราะหน่วยข่าวกรองของชาติตะวันตกออกมาประเมินว่า ชีวิตหลังจากการก่อกบฏของเยฟเกนี ปริโกชินจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป เนื่องจากเขาถูกอาจลอบสังหารภายใต้คำสั่งของประธานาธิบดีปูติน ขณะที่ลี้ภัยอยู่ในประเทศเบลารุส

สาเหตุที่หลายฝ่ายวิเคราะห์กันเช่นนี้ เป็นเพราะบุคลิกส่วนตัวของประธานาธิบดีปูตินที่ไม่ชอบการทรยศหักหลังที่ตอนนี้ในโลกทวิตเตอร์ได้นำบทสัมภาษณ์ส่วนหนึ่งของประธานาธิบดดีปูตินจากสารคดีชื่อ Putin ที่ผลิตโดยสำนักข่าว Russia1 ของรัสเซีย ที่ออกอากาศเมื่อปี 2018 มาเผยแพร่

โดยในบทสัมภาษณ์ดังกล่าว นักข่าวได้ถามปูตินว่าเขาเป็นคนที่ให้อภัยคนหรือไม่ และนี่คือคำตอบของประธานาธิบดีปูติน อย่างไรก็ดี การทรยศของปริโกชินครั้งนี้ ถือเป็นการทรยศครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 20 ปี หลังจากประธานาธิบดีปูตินครองอำนาจเบ็ดเสร็จในรัสเซีย เคิร์ต โวลเกอร์ อดีตเอกอัครทูตสหรัฐฯ ประจำยูเครนและอดีตเอกอัครทูตสหรัฐฯ ประจำองค์การนาโต ระบุว่า การก่อกบฏที่เกิดขึ้นคือการพยายามฉีกหน้าประธานาธิบดีปูติน และคนที่ได้แต้มต่อ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ ปริโกชิน

การถอยทัพของปริโกชินภายใต้เหตุผลว่าไม่ต้องการให้เกิดการนองเลือด ทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษ ผู้ที่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติจากผู้นำที่อ่อนแอ

ความเห็นดังกล่าวของอดีตทูตสหรัฐฯ ประจำยูเครน สอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ของประชาชนรัสเซียในกรุงมอสโกบางคนที่ระบุว่า สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะในแคว้นรอสตอฟออนดอนสนับสนุนกลุ่มแวกเนอร์ เป็นเพราะพวกเขาไม่พอใจต่อการทำงานของกระทรวงกลาโหม

นอกจากประเด็นการหักหน้าผู้นำรัสเซียแล้ว อดีตนักการทูตรายนี้เชื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น และปริโกชินอาจกลับมาก่อกบฏอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี นักวิชาการอีกกลุ่มหนึ่ง ได้ออกมาประเมินในทิศทางตรงกันข้ามกับทูตสหรัฐฯ โดยระบุว่าแม้ปริโกชินจะก่อกบฏต่อประธานาธิบดีปูติน  แต่เขาอาจไม่ถูกกำจัดในเร็วนี้ๆ  มารินา ไมรอน นักวิชาการด้านความมั่นคงจากคิงส์คอลเลจลอนดอน

ให้ความเห็นว่า แม้ว่ากลุ่มแวกเนอร์จะก่อกบฏต่อประธานาธิบดีปูติน แต่ประธานาธิบดีปูตินจะไม่สังหารปริโกชิน อย่างน้อยก็ในเร็วๆ นี้   เนื่องจากทั้งคู่ทำงานด้วยกันมานานและกลุ่มแวกเนอร์คอยพิทักษ์ผลประโยชน์ของรัสเซียในหลายที่มาโดยตลอด เช่น ซีเรียหรือแอฟริกา

 

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด โปรแกรมฟุตบอล คุณสนใจหรือไม่?

อังกฤษ

VS

สโลวีเนีย

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ