นักดาราศาสตร์ตรวจพบ “โมเลกุลคาร์บอนที่สำคัญ” ในอวกาศได้เป็นครั้งแรก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นักดาราศาสตร์ใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์ ตรวจพบโมเลกุลคาร์บอน “เมทิลแคตไอออน” หรือ “CH3+” ในอวกาศได้เป็นครั้งแรก

องค์การอวกาศนาซา (NASA) รายงานว่า นักดาราศาสตร์ได้ตรวจพบ “โมเลกุลคาร์บอนที่สำคัญ” ในอวกาศเป็นครั้งแรก โดยใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์ (JWST) โมเลกุลคาร์บอนที่พบเป็นสารประกอบที่เรียกว่า “เมทิลแคตไอออน” หรือ “CH3+”

สารประกอบคาร์บอนเป็นที่สนใจของนักดาราศาสตร์ เพราะพวกมันทำหน้าที่เป็นรากฐานสำหรับทุกชีวิต สำหรับเมทิลแคตไอออนถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสร้างโมเลกุลที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบที่ซับซ้อนมากขึ้น

คอนเทนต์แนะนำ
โปรแกรมการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ศึกเนชั่นส์ ลีก 2023 วันที่ 27 มิ.ย.66

 

เมทิลแคตไอออนถูกตรวจพบในบริเวณจานก่อกำเนิดดาวเคราะห์ (Protoplanetary Disk) ของระบบดาวอายุน้อย d203-506 ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 1,350 ปีแสงในเนบิวลานายพราน (Orion Nebula)

พื้นที่ที่เป็นจานนี้ส่วนใหญ่ประกอบด้วยก๊าซและฝุ่น เป็นเศษที่เหลือจากการก่อตัวของดาวฤกษ์ ซึ่งดาวเคราะห์จะก่อกำเนิดขึ้นในรัศมีขนาดใหญ่นี้ และจะเกิดระบบดาวเคราะห์ในท้ายที่สุด

การระเบิดครั้งใหญ่ในอวกาศ เกิด “ลูกไฟขนาดใหญ่กว่าระบบสุริยะ 100 เท่า”

สำหรับสารประกอบคาร์บอนนั้น เป็นสารที่ก่อตัวเป็นรากฐานของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด และด้วยเหตุนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่จะทำงานเพื่อทำความเข้าใจว่า “ชีวิตเกิดขึ้นได้อย่างไรบนโลก” และมีทางที่ชีวิตอาจเกิดขึ้นที่อื่นในจักรวาลของเราหรือไม่

ความสามารถเฉพาะตัวของกล้อง เจมส์ เว็บบ์ ซึ่งมีความละเอียดทั้งเชิงพื้นที่และสเปกตรัมที่ยอดเยี่ยม รวมถึงความไว ทั้งหมดนี้มีส่วนทำให้ทีมวิจัยประสบความสำเร็จในการค้นพบครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจมส์ เว็บบ์ สามารถตรวจพบการแผ่รังสีของ CH3+ ได้

มารี-อาลีน มาร์ตอง-ดรูเมล จากมหาวิทยาลัยปารีส-ซาเคลย์ในฝรั่งเศส หนึ่งในทีมผู้ค้นพบกล่าวว่า “การค้นพบนี้ยืนยันถึงความสำคัญของ CH3+ ในเคมีระหว่างดวงดาว”

ดาวฤกษ์ในระบบดาว d203-506 เป็นดาวแคระแดงขนาดเล็ก ในระบบดาวเต็มด้วยแสงอัลตราไวโอเลต (UV) ที่เข้มข้นจากดาวฤกษ์มวลสูงอายุน้อยที่ร้อนระอุที่อยู่ใกล้เคียง

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า การก่อตัวของดาวเคราะห์ส่วนใหญ่ในระบบดาวนี้ จะต้องผ่านช่วงรังสีอัลตราไวโอเลตที่รุนแรงเช่นนี้ เนื่องจากดาวฤกษ์มีแนวโน้มที่จะก่อตัวเป็นกลุ่มซึ่งมักรวมดาวมวลมากที่ผลิตรังสียูวีเข้าไปด้วย

โดยทั่วไปแล้ว รังสีอัลตราไวโอเลตจะทำลายโมเลกุลอินทรีย์ที่ซับซ้อน ซึ่งทำให้ในกรณีนี้ การค้นพบ CH3+ อาจดูเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ อย่างไรก็ตาม ทีมงานคาดการณ์ว่า รังสีอัลตราไวโอเลตอาจเป็นแหล่งพลังงานที่จำเป็นสำหรับ CH3+ ในการก่อตัวตั้งแต่แรก เมื่อก่อตัวขึ้นแล้ว จะทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีเพิ่มเติมเพื่อสร้างโมเลกุลคาร์บอนที่ซับซ้อนมากขึ้น

ทีมงานตั้งข้อสังเกตอย่างกว้าง ๆ ว่าโมเลกุลที่พวกเขาเห็นในจานก่อกำเนิดดาวเคราะห์ของ d203-506 ค่อนข้างแตกต่างจากจานก่อกำเนิดดาวเคราะห์ทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกเขาไม่สามารถตรวจจับสัญญาณของน้ำได้

โอลิเวียร์ แบร์เน จากศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติฝรั่งเศสในเมืองตูลูส หนึ่งในทีมวิจัย กล่าวว่า “สิ่งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า รังสีอัลตราไวโอเลตสามารถเปลี่ยนคุณสมบัติทางเคมีของจานก่อกำเนิดดาวเคราะห์ได้อย่างสิ้นเชิง จริง ๆ แล้วมันอาจมีบทบาทสำคัญในขั้นตอนทางเคมีเริ่มต้นของการกำเนิดของชีวิตด้วยซ้ำ”

เมทิลแคตไอออนเป็นสารประกอบที่ทำปฏิกิริยากับไฮโดรเจนได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นโมเลกุลที่มีมากที่สุดในจักรวาล แต่ก็ทำปฏิกิริยาได้ดีกับโมเลกุลอื่น ๆ มากมาย เนื่องจากคุณสมบัติทางเคมีนี้ นักดาราศาสตร์จึงถือว่า CH3+ เป็นส่วนประกอบสำคัญของเคมีอินทรีย์ระหว่างดวงดาวมาช้านาน แต่ที่ผ่านมายังไม่พบเมทิลแคตไอออนในอวกาศเลยจนกระทั่งมีการค้นพบล่าสุดนี้

 

เรียบเรียงจาก NASA

ภาพจาก NASA

คอนเทนต์แนะนำ
ออกหมายจับอดีตทหาร พี่ชาย “พ.ต.ท.บรรยิน” มือตบสาวเชียร์เบียร์
ปฏิทินวันหยุดเดือนกรกฎาคม 2566 เช็กเลยวันที่ 31 ก.ค. หยุดไหม
วิจัยพบอาหารต้านมะเร็งลำไส้ ยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ