500 วันก่อน ในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 24 กุมภาพันธ์อันหนาวเย็น รัสเซียเปิดฉากการรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบภายใต้ข้ออ้างของ “ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร” เพื่อปกป้องรัสเซียจากนาโต ขจัดนาซีในยูเครน และปลดปล่อยบางภูมิภาคของยูเครนให้เป็นอิสระ
หลายฝ่ายต่างประเมินว่าสงครามครั้งนี้จะจบลงอย่ารวดเร็วด้วยชัยชนะอันท่วมท้นของรัสเซีย แต่ตลอดเวลา 16 เดือนครึ่งที่ผ่านมา การสู้รบยังคงดุเดือด โดยไม่มีสัญญาณว่าจะจบแต่อย่างใด
รัสเซียขู่ตะวันตกปฏิเสธการไม่เจรจา "โลกอาจถึงจุดจบ"
เมื่อสงครามดำเนินมาครบ 500 วัน ในวันนี้ (8 ก.ค.) นี่คือผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยสรุป ที่สะท้อนให้เห็นความเลวร้ายของสงคราม ที่พลิกชีวิตผู้คนหลายสิบล้านคน ทั้งในยูเครนและรัสเซีย
ชาวยูเครน 6.3 ล้านคนกลายเป็นผู้ลี้ภัย
สำนักงานผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ระบุว่า ความขัดแย้งรัสเซียยูเครนนำไปสู่วิกฤตผู้ลี้ภัยที่ขยายตัวเร็วที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2
มีรายงานว่าประชาชน 6.3 ล้านคนถูกบีบให้หนีออกจากยูเครนนับตั้งแต่การรุกรานของรัสเซียเริ่ทมต้นขึ้น โดยผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่ ราว 5,967,100 คน ได้อพยพไปยังประเทศอื่น ๆ ในยุโรป
ส่วนอีกประมาณ 6 ล้านคนกลายเป็นผู้พลัดถิ่นอยู่ในยูเครน ทั้งนี้ ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก เนื่องจากชายชาวยูเครนอายุระหว่าง 18-60 ปีได้รับคำสั่งให้อยู่ในประเทศและต่อสู้กับรัสเซีย
ในบรรดาผู้ที่หลบหนีออกจากยูเครนในช่วงแรก ๆ ของสงคราม คือเด็กหนุ่มที่ชื่อ มาร์ก กอนชารุก เขาพูดทั้งน้ำตาว่า “เราทิ้งพ่อไว้ที่เคียฟ และพ่อจะขายของและช่วยฮีโร่ของเรา ช่วยกองทัพของเรา เขาอาจจะร่วมต่อสู้ด้วยซ้ำ”
ประเทศที่มีประชากรชาวยูเครนลี้ภัยไปมากที่สุดคือรัสเซีย 1,275,315 คน, เยอรมนี 1,076,680 คน, โปแลนด์ 999,690 คน, สาธารณรัฐเช็ก 350,455 คน และสหราชอาณาจักร 206,700 คน
พลเรือนนับพันถูกสังหารในยูเครน บาดเจ็บอีกหลายหมื่น
ตามตัวเลขล่าสุดจากสำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ประมาณการว่ามีพลเรือน 9,083 คนเสียชีวิตในยูเครน และบาดเจ็บ 15,779 คน อย่างไรก็ตาม คาดว่าตัวเลขที่แท้จริงจะสูงกว่านี้มาก
OHCHR ระบุว่า จำนวนความสูญเสียในพื้นที่ที่ควบคุมโดยรัฐบาลยูเครนที่สามารถบันทึกไว้ได้ อยู่ที่เสียชีวิต 7,072 ราย และบาดเจ็บ 13,001 ราย ส่วนในดินแดนที่ถูกยึดครองโดยรัสเซีย OHCHR ได้บันทึกตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2,011 ราย และบาดเจ็บ 2,778 ราย
การบาดเจ็บล้มตายของทหารทั้งสองฝ่ายยากที่จะยืนยันตรวจสอบได้
การประเมินจำนวนทหารที่เสียชีวิตในสงครามครั้งนี้เป็นเรื่องยาก เนื่องจากกองกำลังของยูเครนและรัสเซียมีแนวโน้มที่จะไม่เปิดเผยความสูญเสียจริง ๆ ของพวกเขา ในขณะที่ดลกภายนอกก็ขาดข้อมูลที่ทันท่วงทีและเชื่อถือได้
จากข้อมูลของกระทรวงกลาโหมของยูเครน ประเมินการสูญเสียทหารของรัสเซียอยู่ที่ 231,700 นาย (ณ วันที่ 5 กรกฎาคม 2023)
ขณะที่ตามรายงานของกระทรวงกลาโหมอังกฤษ ในปีแรกของสงคราม มีผู้เสียชีวิตมากถึง 200,000 รายในกองทัพรัสเซียและกองกำลังอิสระ เช่น กองกำลังทหารรับจ้างแวกเนอร์
เมื่อเร็ว ๆ นี้ จากการประเมินโดยสำนักงานข่าวกรองกลาโหมสหรัฐฯ ที่รั่วไหลออกมาในเดือนเมษายนปีนี้ ระบุว่า มีทหารรัสเซียเสียชีวิต 35,500-43,000 นายในการปฏิบัติ และ 154,000-180,000 นายได้รับบาดเจ็บ
ส่วนฝ่ายยูเครน สหรัฐฯ ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตมากถึง 17,500 ราย และได้รับบาดเจ็บมากถึง 113,500 ราย
ทั้งนี้ ตัวเลขจากหน่วยงานภายนอกส่วนใหญ่จะสูงกว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่เผยแพร่โดยยูเครนและรัสเซีย ทำให้ไม่อาจทราบได้อย่างแน่ชัดเลยว่า ความสูญเสียทางทหารของทั้งสองฝ่ายในปัจจุบัน แท้จริงเป็นอย่างไร
การฟื้นฟูยูเครน ต้องใช้เงินมากกว่า 4.11 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตลอด 500 วันของสงคราม หลายเมืองของรัสเซีย รวมถึงหมู่บ้านต่าง ๆ ถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องทั้งจากอาวุธปืน รถถัง ระเบิด และขีปนาวุธ ทำให้ทั่วยูเครนขณะนี้เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องที่เหมือนถูกคว้านและมีแต่รอยแผลเป็น
การโจมตีด้วยขีปนาวุธและการทิ้งระเบิดได้ทำลายอาคารและสถาปัตยกรรมของยูเครนหลายแสนหลัง ตั้งแต่บ้านและโรงพยาบาลไปจนถึงโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ
จากข้อมูลของ Kyiv School of Economics ประเมินว่า เฉพาะค่าใช้จ่ายในการซ่อมหรือสร้างอาคารและโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหาย เชื่อว่าจะสูงถึง 1.43 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (5 ล้านล้านบาท)
ด้านรายงานของธนาคารโลกในเดือนมีนาคม 2023 ระบุว่า ยูเครนจะต้องใช้เงินรวม 4.11 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (14.4 ล้านล้านบาท) ในช่วง 10 ปีข้างหน้าเพื่อ ฟื้นฟูและสร้างเมืองขึ้นใหม่ คิดเป็น 2 เท่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ก่อนสงคราม
ธุรกิจต่าง ๆ ในยูเครนยังได้รับความเสียหายอย่างมาก คิดเป็นมูลค่าอย่างน้อย 1.13 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.97 แสนล้านบาท) ซึ่งจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตราบใดที่สงครามยังยืดเยื้อ เฉพาะความเสียหายต่อภาคเกษตรกรรม ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญของยูเครน อยู่ที่ประมาณ 8.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (3 แสนล้านบาท)
รัสเซียควบคุมดินแดนยูเครนไว้ได้น้อยกว่า 20%
ในช่วง 2-3 เดือนแรกของสงคราม รัสเซียสามารถยึดพื้นที่ของยูเครนไว้ได้มากกว่า 20% หลังจากรัสเซียยึดเมืองและท่าเรือที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์เอาไว้ได้
ในช่วงแรกของสงคราม กองทหารรัสเซียเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพื่อยึดดินแดนจากทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน ได้แก่ รอบเมืองหลวงเคียฟ และเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศอย่างคาร์คิฟ
รัสเซียยังเข้าควบคุมพื้นที่รอบ ๆ เมืองสำคัญ เช่น เคอร์ซอน มาริอูโปล และหมู่บ้านหลายแห่งทางตะวันออก อย่างไรก็ตาม ความพยายามของรัสเซียถูกขัดขวางโดยการต่อต้านอย่างหนักยูเครน ปัญหาด้านโลจิสติกส์ และอาวุธตะวันตกที่หลั่งไหลเข้ามาเพื่อสนับสนุนยูเครน
การตอบโต้ครั้งใหญ่ครั้งแรกของยูเครนส่งผลให้สามารถยึดดินแดนรอบ ๆ คาร์คิฟและเคอร์ซอนกลับคืนมาได้ ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2023 ยูเครนได้เปิดฉากการตอบโต้ครั้งใหญ่ เพื่อยึดคืนพื้นที่ทางตะวันออกและทางใต้ แต่ความคืบหน้าจนถึงขณะนี้ยังดำเนินไปอย่างเชื่องช้า
อย่างไรก็ดี การตอบโต้ของยูเครน และความสามารถในการรุกคืบของรัสเซียที่ไม่ดุดันเท่าช่วงแรก ทำให้ขณะนี้ พื้นที่ของยูเครนที่รัสเซียยึดไว้ได้ ลดเหลือน้อยกว่า 20% และจากข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญบางคน อาจน้อยถึง 17% เลยทีเดียว
เรียบเรียงจาก Al Jazeera
ภาพจาก AFP