เกาหลีใต้ เผชิญน้ำท่วมหนัก-ดินถล่ม ผู้เสียชีวิตพุ่ง 40 ราย


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สถานการณ์อุทกภัยในเกาหลีใต้ หลังฝนตกลงต่อเนื่องนานกว่า 4 วัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงและดินโคลนถล่ม ยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมทั่วประเทศพุ่งถึง 40 ราย

ติตตามสถานการณ์ด้านอุทกภัยในเกาหลีใต้ หลังฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 4 วัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงและดินโคลนถล่ม ยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมทั่วประเทศพุ่งถึง 40 ราย หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักคือ จังหวัดชุงชองเหนือ ทางตอนกลางของประเทศ ที่เกิดเหตุน้ำท่วมทะลักเข้าไปอุโมงค์ที่รถใช้สัญจร ส่งผลให้รถราว 16 คันติดอยู่ข้างใน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา

เกาหลีใต้ฝนตกหนัก ดินถล่ม-น้ำท่วม เสียชีวิต 7 อพยพกว่าพันคน

อินเดียเผชิญน้ำท่วมในฤดูมรสุม เสียชีวิตแล้ว 22 คน

สำนักข่าวยอนฮับ (Yonhap) รายงานว่า ขณะนี้หน่วยกู้ภัยสามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตออกจากอุโมงค์ในจังหวัดชุงชองเหนือรวมแล้ว 13 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยคาดว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากมีรถอยู่ในอุโมงค์ราว 16 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถโดยสารประจำทาง 1 คัน โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้กู้ร่างผู้เสียชีวิตที่ติดอยู่ในรถบัสออกมาได้แล้ว 6 ราย

ขณะนี้หน่วยกู้ภัยกำลังเร่งค้นหาร่างผู้เสียชีวิต แต่เนื่องจากโคลนจำนวนมากที่ถูกพัดมาพร้อมกับน้ำปิดทางเข้าอุโมงค์ทำให้การค้นหาดำเนินไปอย่างยากลำบาก

โศกนาฏกรรมน้ำท่วมอุโมงค์เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา  ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องนานกว่า 4 วันทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูง ส่งผลให้ทำนบกั้นน้ำพังและน้ำในแม่น้ำเอ่อล้นทะลักไหลเข้าอุโมงค์ใต้ดินเมืองโอซง จังหวัดชุงชองเหนือ ซึ่งมีความยาวประมาณ 685 เมตร รถหลายคันจึงไม่สามารถออกมา

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาถึงการป้องกันและตอบสนองต่ออุทกภัยของทางการจังหวัดชุงชองเหนือที่ไม่สามารถห้ามไม่ให้รถขับเข้าอุโมงค์ได้ทันเวลา

ทั้งนี้ ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นระบุว่า ไม่กี่ชั่วโมงก่อนน้ำท่วมอุโมงค์ สำนักงานควบคุมระดับน้ำในแม่น้ำได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับระดับน้ำที่อันตราย และขอร้องให้ประชาชนเลี่ยงการจราจรบริเวณอุโมงค์แล้ว อย่างไรก็ตาม กลับไม่มีการปิดเส้นทางจราจรบริเวณอุโมงค์ดังกล่าว

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้ระบุว่า พวกเขาจะเริ่มตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย ขณะนี้หลายพื้นที่ในเกาหลีใต้เผชิญกับฝนตกอย่างหนัก โดยสำนักอุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้ระบุว่า ฝนที่ตกลงมาตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมาจนถึงวันเสาร์ที่ผ่านมามีปริมาณน้ำฝนสูงเกือบ 300 มิลลิเมตร

ทางการเกาหลีใต้รายงานว่า น้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มทำให้อาคาร 945 แห่งและถนน 146 สายได้รับความเสียหายอย่างหนัก ประชาชน 10,570 คนต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัยของตนเอง

ส่วนยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยทั่วประเทศขณะนี้อยู่ที่อย่างน้อย 39 ราย ในจำนวนนี้ 19 รายอยู่ในจังหวัดคยองซังเหนือ ทางตะวันออกของประเทศ หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด นอกจากนี้ ยังมีผู้สูญหายอีกอย่างน้อย 9 ราย

ด้านสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ระบุว่า มีหญิงไทย 1 รายเสียชีวิตจากเหตุน้ำป่าไหลหลากในจังหวัดคยองซังเหนือ  โดยทางสถานเอกอัครราชทูตไทยได้ติดต่อกับสามีชาวไทยที่พักอยู่ด้วยกัน รวมถึงนายจ้างและเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้แล้ว

พร้อมออกคำเตือนให้คนไทยในประเทศเกาหลีใต้ระมัดระวังตัวจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในหลายพื้นที่ให้มากขึ้นในช่วงระยะเวลานี้

ทั้งนี้ หากชาวไทยที่อยู่ในเกาหลีใต้ต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อสถานทูตไทยได้ที่เบอร์ +8210-6747-0095 และ +8210-3099-2955

ขณะที่ ประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ของเกาหลีใต้ ได้ประชุมร่วมกับหน่วยจัดการและรับมือกับภัยพิบัติ โดยเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติงานอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมทั้งกล่าวว่า เกาหลีใต้ควรปรับปรุงแนวทางสำหรับการรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้วใหม่ทั้งหมด

จากนั้น ผู้นำเกาหลีใต้ได้ลงพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในเมืองเยชอน จังหวัดคยองซังเหนือเพื่อตรวจสอบความเสียหาย พร้อมทั้งเดินทางไปศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยและพูดคุยกับประชาชน  รวมถึงให้คำมั่นกับผู้ประสบภัยว่ารัฐบาลจะฟื้นฟูความเสียหายให้กับบ้านเรือนของพวกเขาอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของเกาหลีใต้คาดการณ์ว่าหลายพื้นที่ในประเทศจะเผชิญฝนตกหนักเช่นนี้ไปจนถึงวันพุธนี้ บางพื้นที่อาจมีปริมาณน้ำฝนสูงถึง 100-300 มิลลิเมตรพร้อมทั้งขอร้องให้ประชาชนงดเดินทางออกจากบ้านชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย  ด้านทางการเกาหลีใต้เตือนภัยดินถล่มระดับสูงสุดทั่วประเทศ ยกเว้นบนเกาะเจจู

ขณะที่เกาหลีใต้กำลังรับมือกับน้ำท่วมอย่างหนัก อีกฟากหนึ่งของโลกอย่างทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกาก็กำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรง

ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ประชาชนอิตาลีเดินทางมาเล่นน้ำคลายร้อนกันที่ชายหาดแห่งหนึ่งในเมืองปาแลร์โม บนเกาะซิซิลี ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แม้จะเคยเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดเมื่อปีที่แล้ว แต่พวกเขารู้สึกว่าปีนี้ร้อนกว่ามาก

เมื่อวานนี้ ทางการอิตาลีประกาศเตือนภัยสภาพอากาศร้อนระดับสีแดงใน 16 เมืองทั่วประเทศอย่าง กรุงโรม เมืองหลวงของประเทศ เมืองฟลอเรนซ์ ทางตอนกลาง เมืองโบโลญญา ทางตอนเหนือ ไปจนถึงเกาะซิซิลี ทางตอนใต้

กรมอุตุนิยมวิทยาอิตาลี คาดว่าคลื่นความร้อนอาจแผ่ปกคลุมประเทศไปจนถึงสัปดาห์หน้า อุณหภูมิในบางพื้นที่ เช่น กรุงโรมอาจพุ่งสูงสุดถึง 43 องศาฯ  ขณะที่บนเกาะซาร์ดิเนียอาจมีอุณหภูมิสูงสุดถึง 48 องศาฯ ซึ่งเกือบเท่ากับอุณหภูมิที่สูงที่สุดที่อิตาลีเคยบันทึกไว้ที่ 48.8 องศาฯ บนเกาะซิซิลีเมื่อปี 2021

ด้านกระทรวงสาธารณสุขอิตาลีออกคำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสุขภาพ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ พร้อมทั้งขอร้องให้ประชาชนงดเยี่ยมชมโคลอสเซียม สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของอิตาลี และงดออกจากบ้านในช่วงเวลา 11.00 น.-18.00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง

นอกจากอิตาลีแล้ว ประเทศอื่นๆ ในทวีปยุโรปใต้ อย่าง สเปน ฝรั่งเศส เยอรมนี โปแลนด์ กรีซ ไปจนถึงโครเอเชีย ก็เผชิญกับอุณหภูมิพุ่งสูงมานานเวลาหลายวันเช่นกัน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่กรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของกรีซ สามารถวัดอุณหภูมิสูงสุดได้ถึง 40 องศาฯ ทำให้เมื่อวันศุกร์และวันเสาร์ที่ผ่านมา ทางการประกาศปิดวิหารอะโครโพลิสชั่วคราว เนื่องจากกลัวว่านักท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบด้านสุขภาพจากความร้อนนี้

อีกหนึ่งประเทศที่เผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงคือสหรัฐฯ โดยเมื่อวานนี้ หลายเมืองมีอุณหภูมิพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ เช่น หุบเขามรณะ หรือ เดด วัลเลย์ (Dead valley) ในรัฐแคลิฟอร์เนียสามารถวัดอุณหภูมิได้สูงเกิน 55 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างเดินทางมายังเมืองแห่งนี้เพื่อสัมผัสกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยพวกเขาบอกว่า นี่เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 100 ปีที่อุณหภูมิในหุบเขาแห่งนี้สูงเกิน 55 องศาเซลเซียส

ขณะที่เมืองฟินิกส์ รัฐแอริโซนา ชาวเมืองต้องทนกับอากาศร้อนต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 17 แล้ว โดยอุณหภูมิเฉลี่ยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมายังสูงถึง 43 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิช่วงกลางวันวัดได้สูงสุด 45.5 องศาเซลเซียส สำนักงานอุตุนิยมวิทยาสหรัฐฯ คาดว่า อุณหภูมิจะยังคงสูงเช่นนี้ต่อไปจนถึงวันพรุ่งนี้

ด้านรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกคำเตือนให้ประชาชนระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่าง ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว นอกจากนี้ยังจัดหารถคลายร้อนให้บริการช่วยเหลือผู้คนที่ไม่สามารถหลบเลี่ยงความร้อนได้อย่างคนไร้บ้าน รวมถึงมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลพร้อมเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์คอยช่วยเหลือ ในกรณีที่ประชาชนอาการผิวไหม้จากแดดไปจนถึงอาการลมแดด

คลื่นความร้อนเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากการที่พื้นที่ในบริเวณนั้นๆ มีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยของช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนๆ  เกณฑ์ในการวัดนั้น อุณหภูมิที่สูงขึ้นจะต้องสูงกว่า 5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับอุณหภูมิปกติ รวมถึงปรากฎการณ์ดังกล่าวจะต้องเกิดขึ้นติดต่อกันอย่างน้อย 5 วัน

สาเหตุเกิดขึ้นได้จากลักษณะของสภาพอากาศเอง เช่น ในพื้นที่นั้นอาจจะมีมวลอากาศนิ่ง ลมสงบ ส่งผลให้อากาศร้อนไม่เคลื่อนที่ไปไหน โดยปรากฎการณ์นี้เรียกว่า “ฮีทโดม”  อีกสาเหตุหนึ่งอาจจะเกิดขึ้นจากการที่กระแสลมพัดพาเอามวลอากาศร้อนจากเส้นศูนย์สูตรขึ้นมายังพื้นที่นั้นๆ ซึ่งปกติมักไม่เผชิญกับอากาศร้อน อย่าง กรณีของคลื่นความร้อนในยุโรป เป็นต้น

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด โปรแกรมฟุตบอล คุณสนใจหรือไม่?

ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต

VS

โวล์ฟสบวร์ก

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ