ปัจจัยความล่าช้าปฏิบัติการโต้กลับของยูเครน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สงครามยูเครนเข้าสู่เดือนที่ 18 แล้ว และกำลังดำเนินไปอย่างยืดเยื้อ การสู้รบระหว่างยูเครนและรัสเซียเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณแนวรบทางภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงใต้ที่ยูเครนเปิดปฏิบัติการโต้กลับ หรือ counteroffensive เพื่อยึดพื้นที่คืนจากรัสเซียมาเป็นเวลาร่วม 2 เดือนแล้ว

อย่างไรก็ตามช่วงเดือนที่ผ่านมา บริเวณทะเลดำทางภาคใต้ของยูเครนได้กลายเป็นอีกหนึ่งจุดปะทะสำคัญหลังจากข้อตกลงขนส่งธัญพืชผ่านทะเลดำหมดอายุลง และรัสเซียตัดสินใจประกาศถอนตัวออกจากข้อตกลง ปรากฏว่ารัสเซียใช้โดรนแลขีปนาวุธโจมตีท่าเรือและคลังเก็บธัญพืชอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประธานาธิบดียูเครนได้ออกมาประกาศแล้วว่าจะโต้กลับรัสเซีย 

โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ได้ออกมาแถลงกับสื่อมวลชนเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณทะเลดำ ซึ่งยังไม่มีท่าทีว่าจะผ่อนคลายลง

สื่อตะวันตก เผยรัสเซียยิงโฆษณาออนไลน์ ชวนชาวคาซัคสถาน ไปรบ

โปแลนด์-ยูเครน บรรลุข้อตกลงขนส่งธัญพืช

 ผู้นำยูเครนได้ออกมาระบุว่า หากรัสเซียยังไม่หยุดปฏิบัติการในพื้นที่ทะเลดำ ซึ่งอยู่นอกอาณาเขตของรัสเซีย ไม่ว่าจะเป็นการพยายามควบคุมพื้นที่บริเวณทะเลดำ บล็อกเส้นทางเดินเรือ หรือใช้ขีปนาวุธโจมตีท่าเรือของยูแครนบริเวณทะเลดำอีก ยูเครนจะใช้วิธีการเดียวกันในการตอบโต้เพื่อปกป้องตนเอง

ประธานาธิบดีเซเลนสกี ออกมาประกาศเช่นนี้ หลังจากเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมายูเครนได้ส่งเรือไร้คนขับหรือเรือโดรนบรรทุกระเบิดพุ่งเข้าชนเรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซียบริเวณใกล้ๆ กับสะพานเคียร์ช ซึ่งเป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างคาบสมุทรไครเมียที่รัสเซียเข้ายึดครองอย่างผิดกฎหมายเมื่อปี 2014 เข้ากับแผ่นดินใหญ่รัสเซีย และส่งเรือโดรนพุ่งโจมตีเรือรบของรัสเซียบริเวณท่าเรือโนโวรอสซิสก์ ท่าเรือส่งออกสินค้าบริเวณทะเลดำของรัสเซีย  การโจมตีตอบโต้กันไปมาระหว่างยูเครนและรัสเซียยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

นอกเหนือจากยูเครนจะเริ่มหันไปใช้เรือไร้คนขับโจมตีตอบโต้บริเวณทะเลดำบ่อยขึ้นแล้ว อีกรูปแบบหนึ่งของการโจมตีที่ปรากฏถี่ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญคือ การส่งโดรนเข้าไปโจมตีทางอากาศในรัสเซีย

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นของกรุงมอสโก มีรายงานจากทางการรัสเซียว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียสามารถสกัดโดรนที่กำลังบินมุ่งหน้าไปยังกรุงมอสโกได้ 2 ลำ เซอร์เก โซเบียนิน นายกเทศมนตรีกรุงมอสโกได้ประกาศผ่านช่องทางเทเลแกรมว่า ในบรรดาโดรนติดอาวุธสองลำ ลำหนึ่งถูกสกัดตกที่เขตโดโมเดโดโว บริเวณชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงมอสโก ส่วนอีกลำหนึ่งถูกยิงตกบริเวณทางหลวงมินสก์ ทางทิศตะวันตกของเมืองหลวง อย่างไรก็ตาม

ขณะนี้ยังไม่มีรายงานงานความเสียหายหรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีครั้งดังกล่าว และยังไม่มีรายงานเข้ามาว่า โดรนที่ใช้ในการโจมตีนั้นเป็นโดรนชนิดใด

ช่วงที่ผ่านมา กรุงมอสโกกลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายจากการโจมตีจากระยะไกลด้วยโดรนบ่อยครั้ง และการโจมตีที่เกิดขึ้นช่วงที่ผ่านมามักมุ่งเป้าไปยังอาคารที่ทำการของทางการรัสเซียในเมืองหลวง  เมื่อช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาอาคารของกระทรวงกลาโหม อาคารที่ทำการของกระทรวงเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจรัสเซีย กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเพื่อการพัฒนาทางดิจิทัลเคยตกเป็นเป้าหมายมาแล้ว

แม้ว่ายูเครนจะไม่เคยออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นผู้ส่งโดรนเข้าไปโจมตีในแผ่นดินรัสเซีย แต่เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเซเลนสกีเคยออกมาประกาศว่าสงครามกำลังคืบคลานเข้าไปในรัสเซียแล้ว

นอกจากนี้ยังเคยมีรายงานสืบสวนผ่านภาพถ่ายโดยหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ ออกมาว่า โดรนต่างๆ ที่พุ่งโจมตีเข้าไปในรัสเซีย เป็นโดรนที่สามารถร่อนมาจากแผ่นดินยูเครนได้ และเป็นโดรนที่ผลิตขึ้นเองในยูเครน

ขณะที่การทำสงครามโดรนทั้งทางทะเลและทางอากาศระหว่างยูเครนและรัสเซียดำเนินไปอย่างหนักหน่วง แต่การรบบนแผ่นดิน อย่างปฏิบัติการโต้กลับทางภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครนกลับดำเนินไปอย่างล่าช้ากว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้  ความล่าช้าของปฏิบัติการโต้กลับจึงอาจเป็นสาเหตุที่ยูเครนหันไปใช้โดรนโจมตีจากระยะไกล

นับเป็นเวลาสองเดือนแล้ว หลังจากที่ยูเครนเปิดฉากปฏิบัติการโต้กลับบริเวณแนวรบทางภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงใต้อย่างไรก็ตามตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา หลายฝ่ายรวมถึงการรายงานจากสื่อหลายสำนักชี้ว่าปฏิบัติการโต้กลับของยูเครนรุกคืบไปอย่างล่าช้า แม้จะมีความคืบหน้า

รายงานจาก BBC ระบุว่าเส้นเขตแดนของพื้นที่ที่ยูเครนยึดคืนได้จากรัสเซียไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก หลังจากปฏิบัติการยึดคืนดินแดนส่วนหนึ่งของแคว้นเคอร์ซอนกลับมาได้

ทางตะวันออก กองทัพยูเครนรุกคืบและยึดคืนบางส่วนรอบๆ เมืองบัคมุตที่เสียไปช่วงก่อนหน้านี้ได้ ซึ่งเป็นเพียงแค่พื้นที่เล็กๆ

ส่วนทางใต้บริเวณแคว้นซาโปริซเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดโต้กลับสำคัญก็ยึดพื้นที่คืนได้เพียงเล็กน้อยเช่นกัน

ความล่าช้าที่ช้าเกินความคาดหมายสร้างความกังวลให้แก่บรรดาชาติพันธมิตรตะวันตกที่ส่งอาวุธยุทโธกรณ์สนับสนุนการรบในยูเครนไม่น้อย แต่ล่าสุดสำนักข่าว CNN ออกมารายงานหลังจากที่ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรตะวันตกเกี่ยวกับปฏิบัติการโต้กลับในยูเครนแล้ว

CNN ระบุคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งของสหรัฐฯ ว่า สหรัฐฯ ได้ประเมินตามความเป็นจริงแล้วว่า ปฏิบัติการโต้กลับคือห้วงเวลาที่ยากที่สุดของสงครามในตอนนี้และสหรัฐฯ ตระหนักว่ากองทัพยูเครนกำลังเผชิญต่อความยากลำบากในสมรภูมิ จนปฏิบัติการโต้กลับดำเนินไปอย่างล่าช้าและยากลำบากกว่าที่ทุกฝ่าย รวมถึงที่ชาวยูเครนคาดหวังไว้

คำถามคือ ทำไมปฏิบัติการโต้กลับในครั้งนี้จึงดำเนินไปอย่างยากลำบากและมีความคืบหน้าที่ไม่มากนัก สาเหตุหลักๆ เป็นเพราะกองทัพรัสเซียวางแนวป้องกันไว้อย่างหนาแน่นตลอดแนวรบ 1,125 กิโลเมตร

หนึ่งในวิธีที่กองทัพรัสเซียใช้เพื่อตั้งรับการรุกคืบของกองทัพยูเครนคือ การขุดสนามเพลาะและวางกับดักต่างๆ รวมถึงประจำการรถถังและปืนใหญ่ไว้ โดยวางปราการป้องกันไว้สามชั้นคือ คือคูดักรถถัง จากนั้นค่อยวางกับดักที่เรียกว่าฟันมังกร หรือดรากอนทีธ (Dragon Teeth) มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมปิรามิด ทำจากคอนกรีต มีความแข็งและมีน้ำหนักมาก มักถูกนำมาวางเรียงสลับฟันปลา เพื่อป้องกันยานยนต์หนักอย่างรถถังหรือยานเกราะไม่ให้ผ่านไปได้โดยง่าย จากนั้นก็ประจำการปืนใหญ่และรถถังซ้อนไว้เพื่อตั้งรับการโจมตี นี่หมายความว่ารัสเซียวางแนวป้องกันไว้ลึกมาก

มีรายงานว่ารัสเซียเริ่มดำเนินการเร่งขุดสนามเพลาะเป็นแนวยาวตั้งแต่ช่วงต้นปี 2023 แล้ว โดยสนามเพลาะส่วนใหญ่อยู่ในแนวรบด้านตะวันออกบริเวณแคว้นโดเนตสก์ และแนวรบด้านใต้บริเวณคาบสมุทรไครเมีย

อย่างไรก็ตาม 2 เดือนผ่านไปหลังจากยูเครนเปิดฉากปฏิบัติการโต้กลับ ล่าสุด ข้อมูลจากสถาบันศึกษาสงครามชี้ให้เห็นว่ารัสเซียได้ขุดสนามเพลาะเพิ่มเติม โดยเฉพาะบริเวณทางภาคใต้

ที่ชัดเจนที่สุดคือรอบๆ บริเวณเมืองโตคมัค กองทัพรัสเซียได้วางแนวป้องกันไว้อย่างหนาแน่น ซึ่งโตคมัคถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ถ้าหากยูเครนสามารถยึดคืนได้ จะทำให้กองทัพยูเครนเข้าสู่ศูนย์กลางการส่งกำลังของกองทัพรัสเซียได้

นอกเหนือจากแนวป้องกันที่หนาแน่นแล้ว ยังมีกับระเบิดจำนวนมากที่วางไว้ตลอดแนวรบ จนทำให้กองทัพยูเครนสามารถเคลื่อนรถถังไปได้อย่างล่าช้า เพราะต้องตรวจจับและขุดกับระเบิดขึ้นมาจากพื้นดินก่อน

สาเหตุที่ทำให้ช่วงที่ผ่านมาทำให้ยูเครนต้องขอการสนับสนุนอาวุธจากชาติพันธมิตรตะวันตกเพิ่มเติมเพื่อให้ปฏิบัติการโต้กลับดำเนินต่อไปได้ ล่าสุด ยูเครนกำลังจะได้อาวุธจากชาติพันธมิตรตะวันตกเพิ่มเติม นั่นคือรถถัง Leopard 1

ภาพของรถถังเลพเพิร์ด 1 รถถังสัญชาติเยอรมันที่ยูเครนอาจกำลังจะได้รับในอีก 6 เดือนข้างหน้า มีรายงานจากประธานบริษัท OIP Land Systems บริษัทเอกชนด้านอาวุธแห่งหนึ่งออกมาระบุว่า เขาได้ขายรถถังเลพเพิร์ด 1 มือสองจำนวน 49 คันที่เคยรับซื้อมาจากรัฐบาลเบลเยียมเมื่อ 5 ปีก่อนให้แก่ชาติยุโรปชาติหนึ่งแล้ว โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นชาติไหนที่ซื้อไปและไม่ได้ระบุว่าซื้อด้วยราคาเท่าไหร่และขณะนี้รถถังกำลังถูกส่งไปปรับแต่งให้สมบูรณ์พร้อมใช้งานมากขึ้น และจำนวนหนึ่งจะถูกนำไปเป็นอะไหล่ก่อนหน้านี้ รถถังที่ยูเครนเคยได้รับจากชาติพันธมิตรอย่างสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร หรือเยอรมนี คือ อับบรามส์ ชาเลนเจอร์ และเลพเพิร์ด 2

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ