เมื่อวานนี้ (27 ส.ค.) คณะกรรมการสืบสวนของรัสเซีย ซึ่งสืบสวนอาชญากรรมร้ายแรงในประเทศ ยืนยันว่า “เยฟกินี พริโกซิน” หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างแวกเนอร์ (Wagner) เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกเมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมา
คณะกรรมการฯ กล่าวว่า หลังจากการทดสอบทางนิติวิทยาศาสตร์แล้ว ศพทั้ง 10 ศพที่เก็บกู้มาได้จากจุดที่เครื่องบินตกนั้น ได้รับการระบุตัวตนแล้ว และตัวตนของพวกเขา “สอดคล้องกับรายชื่อผู้โดยสาร”
เส้นทางชีวิต “เยฟกินี พริโกซิน” จากคนขายฮอตดอกสู่หัวหน้ากลุ่มแวกเนอร์
โดยคณะกรรมการฯ ระบุว่า “จากการสอบสวนเหตุเครื่องบินตกในภูมิภาคตเวียร์ การตรวจสอบทางอณูพันธุศาสตร์ได้เสร็จสิ้นแล้ว จากผลการทดสอบ สามารถระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตทั้ง 10 รายได้แล้ว ซึ่งสอดคล้องกับรายชื่อผู้โดยสารที่ระบุไว้ในเอกสารการบิน”
หน่วยงานด้านการบินพลเรือนของรัสเซียกล่าวก่อนหน้านี้ว่า พริโกซิน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของแวกเนอร์บางส่วนอยู่ในรายชื่อผู้ที่อยู่บนเครื่องบินลำดังกล่าว
การประกาศนี้เหมือนจะเป็นการยุติข้อกังขาและการคาดเดาเกี่ยวกับชะตากรรมของพริโกซิน ซึ่งนักวิเคราะห์บางคนก่อนหน้านี้ไม่เชื่อว่าเขาจะเสียชีวิตจริง และอาจเป็นแผนตบตา
ทั้งนี้ คำแถลงล่าสุดของรัสเซียเมื่อวานนี้ยังคงไม่ได้ให้รายละเอียดใด ๆ เกี่ยวกับสาเหตุหรือสิ่งที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้น 2 เดือนหลังจากการก่อจลาจลด้วยอาวุธเมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน ที่กองทหารแวกเนอร์ยึดสำนักงานกลาโหมในรอสตอฟ และเดินทัพไปยังมอสโก
สำหรับเหตุการณ์เครื่องบินตกที่เกิดขึ้นนั้น เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และชาติตะวันตก ระบุว่า อาจเกิดจากการถูกวางระเบิด และเป็นไปได้มากว่า วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย จะเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลงโทษพริโกซินที่ก่อจลาจลด้วยอาวุธ ซึ่งถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดต่อการปกครองของปูตินนับตั้งแต่เขาขึ้นสู่อำนาจในปี 1999
โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยกล่าวหลังเกิดอุบัติเหตุว่า “ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ผมไม่แปลกใจเลย สิ่งที่เกิดขึ้นในรัสเซียมีไม่มากนักที่ปูตินไม่ได้อยู่เบื้องหลัง”
ด้านทางการรัสเซียก็ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และบอกว่า การประเมินของชาติตะวันตกเป็น “เรื่องโกหกโดยสิ้นเชิง”
ขณะเดียวกัน หลังจากที่พริโกซินเสียชีวิต ปูตินก็ได้ดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อใช้ประโยชน์จากการเสียชีวิตของเขา ด้วยการออกกฤษฎีกากำหนดให้ทหารในแวกเนอร์และทหารรับจ้างกลุ่มอื่น ๆ ทั้งหมดต้องสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อรัสเซีย
อัลลาส กัลลยามอฟ นักวิเคราะห์การเมืองและอดีตนักเขียนสุนทรพจน์ของปูติน กล่าวว่า แม้ว่าทางการรัสเซียจะมีข้อตกลงกับพริโกซินเพื่อยุติการก่อจลาจลด้วยอาวุธ โดยปล่อยเขาไปแบบไม่มีโทษหรือข้อกล่าวหาใด ๆ แต่ในทางการปกครอง อาจไม่เป็นเรื่องดีต่อปูติน
“การกบฏได้แสดงจุดอ่อนของปูตินให้ทุกคนเห็น ... ความเป็นจริงดังกล่าวทำให้ปูตินไม่พอใจอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการเปิดช่องว่างให้คนอื่นที่ต้องการก่อการกบฏในอนาคต” กัลยามอฟกล่าว
เรียบเรียงจาก Reuters / The Guardian
ภาพจาก Olga MALTSEVA / AFP