“คิม จองอึน” พบ “ปูติน” คาดขายอาวุธต่อเวลาสงครามในยูเครน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“คิม จองอึน” เดินทางเยือนรัสเซีย มีกำหนดเข้าพบ “ประธานาธิปูติน” คาดรัสเซียเจรจาขอซื้ออาวุธจากเกาหลีเหนือเพื่อไปใช้ทำสงครามในยูเครน

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา KCNA สื่อทางการเกาหลีเหนือเผยแพร่ภาพของคิม จองอึน ผู้นำสูงสุด ขณะที่ออกเดินทางจากกรุงเปียงยางด้วยรถไฟหุ้มเกราะ เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองวลาดิวอสต็อก เมืองท่าริมมหาสมุทรแปซิฟิกในภูมิภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย

เป้าหมายในการเดินทางเยือนครั้งนี้ ถูกระบุว่าเป็นไปเพื่อเข้าร่วมการประชุม Eastern Economic Forum โดยผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือได้เดินทางไปพร้อมกับผู้แทนของบริษัทอาวุธและเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคน รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศด้วย

ครม.เศรษฐา แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา วันที่สอง 12 ก.ย. 2566

ขณะเดียวกัน ผู้นำเกาหลีเหนือก็มีกำหนดการที่จะเข้าพบและหารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งที่ 10 ของคิม จองอึน นับตั้งแต่ขึ้นครองอำนาจเป็นผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือในปี 2011

ส่วนการเดินทางเยือน 9 ครั้งก่อนหน้านี้เกิดขึ้นในช่วงปี 2018-2019 โดยเป็นการเดินทางไปเยือนจีน 4 ครั้ง เกาหลีใต้ 2 ครั้ง และสิงคโปร์ เวียดนาม และรัสเซียอย่างละ 1 ครั้ง  สำหรับการเดินทางไปรัสเซียครั้งนี้ ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือได้เดินทางโดยใช้รถไฟหุ้มเกราะ ซึ่งเป็นวิธีการเดินทางแบบเดียวกับที่ คิม จองอิล ผู้เป็นบิดามักทำในสมัยเป็นผู้นำประเทศ

สำหรับบรรยากาศที่เมืองวลาดิวอสต็อกซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของคิม จองอึน ชาวเมืองบางคนบอกว่า ยินดีต้อนรับการมาของผู้นำเกาหลีเหนือ

สำหรับเป้าหมายในการเดินทาง นอกเหนือจากการร่วมประชุมเวที Eastern Economic Forum แล้ว หลายฝ่ายคาดว่า ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนืออาจมีกำหนดการพบและหารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียเป็นการส่วนตัวด้วย ด้านดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลได้ออกมาระบุเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า หากผู้นำทั้งสองต้องการหารือร่วมกัน การหารือดังกล่าวจะเป็นการหารือแบบส่วนตัวและอาจไม่มีการแถลงข่าว

หลายฝ่ายคาดว่า ประเด็นสำคัญที่สุดในการเจรจาคือ การที่รัสเซียเจรจาขอซื้ออาวุธจากเกาหลีเหนือเพื่อไปใช้ทำสงครามในยูเครน การคาดการณ์อาจเป็นเรื่องที่ไม่เกินจริง หากพิจารณาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังมีภาพของพลเอกเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซีย กำลังเดินชมอาวุธและขีปนาวุธต้องห้ามหลายรายการในระหว่างการเดินทางเยือนกรุงเปียงยาง เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปี “วันแห่งชัยชนะ” ของเกาหลีเหนือ หลังแผนการพบกันของคึม จอง อึน และปูตินได้รับการยืนยัน และมีภาพของผู้นำเกาหลีเหนือขึ้นรถไฟออกมา

แมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เปิดแถลงข่าวทันทีโดยระบุว่า สหรัฐฯ จับตาดูการพบกันของผู้นำเกาหลีเหนือและรัสเซียอย่างใกล้ชิด และถ้าทั้งสองชาติเจรจาซื้อขายอาวุธกันจริง จะถือเป็นการข้อละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติ และสหรัฐฯ อาจใช้มาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม

นอกจากการเตือนของโฆษกฯ ต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว ก็ได้ออกมาเตือนเช่นเดียวกันว่า เกาหลีเหนือมีราคาที่ต้องจ่าย หากทำข้อตกลงด้านอาวุธกับรัสเซีย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีข่าวว่ารัสเซียพยายามขอซื้ออาวุธจากเกาหลีเหนือ สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักรายงานตั้งแต่เมื่อช่วงปลายปีที่แล้วว่า รัสเซียได้พยายามเจรจาขอซื้ออาวุธจากเกาหลีเหนือ ย้อนกลับไปในเดือนกันยายน ปี 2022 สื่อหลายสำนักของสหรัฐฯ รวมถึงนิวยอร์กไทม์รายงานว่า กองทัพรัสเซียกำลังหันเข้าหาเกาหลีเหนือเพื่อจัดซื้อยุทโธปกรณ์หลังจากขาดแคลนอาวุธ เนื่องมาจากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก

หลังจากนั้น พลจัตวา แพท ไรเดอร์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ได้ออกมายืนยันว่า รัสเซียติดต่อเกาหลีเหนือเพื่อซื้ออาวุธจริง ในวันนั้นไม่มีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของอาวุธ ปริมาณและระยะเวลาการส่งมอบ รวมถึงวิธีการที่ขนส่งที่ชัดเจนแต่คาดว่าในบรรดาอาวุธที่รัสเซียสั่งซื้อจำนวนมากจะเป็นจรวดและกระสุนปืนใหญ่

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ บอกว่า การหันไปพึ่งอาวุธจากเกาหลีเหนือแสดงให้เห็นว่า รัสเซียกำลังมีปัญหาการผลิตอาวุธอย่างหนัก เพราะไม่สามารถผลิตได้แม้แต่อาวุธขั้นพื้นฐาน การคว่ำบาตรของตะวันตกทำให้อุตสาหกรรมผลิตอาวุธของรัสเซียกำลังมีปัญหา ไม่เพียงแต่ขาดแคลนอาวุธพื้นฐาน แต่ยังกระทบกับการผลิตอาวุธประสิทธิภาพสูง เช่น ขีปนาวุธความแม่นยำสูงด้วย เพราะเพราะอะไหล่และชิ้นส่วนจำนวนมากต้องสั่งซื้อและนำเข้าจากชาติตะวันตก

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยชื่อระบุกับเดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ว่า อาวุธที่ประธานาธิบดีรัสเซียต้องการจากเกาหลีเหนือคือ กระสุนปืนใหญ่ชนิด 52 มิลลิเมตร และขีปนาวุธต่อต้านรถถัง

ความเห็นของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ดังกล่าว สอดคล้องกับความเห็นของ ลี อิลโว ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบป้องกันของเกาหลีใต้ที่ระบุว่า หลังจากเกาหลีเหนือแยกออกจากเกาหลีใต้ไปเมื่อหลายทศวรรษก่อน สิ่งหนึ่งที่เกาหลีเหนือได้รับและเก็บสะสมไว้คือ กระสุนปืนใหญ่ยุคโซเวียตจำนวนหลายแสนนัด  สอดคล้องกับรายงานของสถาบันเพื่อยุทธศาสตร์ศึกษา หรือ IISS ที่ระบุว่าเกาหลีเหนืออาจมีชิ้นส่วนปืนใหญ่อยู่ราวๆ 20,000 ชิ้น ซึ่งรวมถึงเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องด้วย

อย่างไรก็ดี บรูซ เบนเนตต์ นักวิเคราะห์อาวุโสด้านความมั่นคงประจำสถาบันวิจัยแคลิฟอร์เนีย ที่ให้ความเห็นไว้เมื่อช่วงปลายปีที่แล้วว่า กระสุนปืนใหญ่ส่วนใหญ่ที่จะถูกส่งไปยังรัสเซียอาจเป็นกระสุนสำหรับอาวุธขนาดเล็ก เช่น ปืนไรเฟิล เอเค-47 หรือปืนกล ซึ่งเกาหลีเหนือมีกระสุนประเภทนี้อยู่หลายล้านนัด

สาเหตุหนึ่งที่รัสเซียเลือกซื้ออาวุธจากเกาหลีเหนือ เป็นเพราะเกาหลีเหนือคือผู้ส่งออกอาวุธรายสำคัญ โดยเฉพาะในตลาดมืด เนื่องจากไม่สามารถขายอาวุธได้โดยตรงตามข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน สำนักข่าวของชาติตะวันตกหลายสำนัก ทั้งซีเอ็นเอ็น และเดอะการ์เดียน รายงานโดยใช้ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในกรุงเจนีวา ที่ระบุว่า เกาหลีเหนือคือหนึ่งในผู้ลักลอบส่งออกอาวุธขนาดเล็กจำนวนมากโดยเฉพาะปืนกลคาลาชนิคอฟ และจรวด

เมื่อปี 2009 ทางการไทยได้สกัดเครื่องบินบรรทุกที่เดินทางมาจากเกาหลีเหนือ ที่พยายามส่งออกอาวุธขนาดเล็กประมาณ 40 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 630 ล้านบาท ไปยังอิหร่านขณะเดียวกัน ในเดือนสิงหาคม ปี 2016 ทางการอียิปต์ได้ตรวจและสกัดเรือลำหนึ่งของเกาหลีเหนือ ก่อนที่จะตรวจสอบพบว่าเรือลำดังกล่าวได้ซ่อนหัวจรวดพีจี -7 กว่า 30,000 หัวไว้ใต้แร่เหล็กขนาด 2,300 ตัน การจับกุมและสกัดอาวุธของเกาหลีเหนือของทั้งไทยและอียิปต์นั้น เป็นไปตามข้อมติที่ 1874 ของสหประชาชาติที่ออกมาเมื่อปี 2009 ข้อมติดังกล่าวมีเนื้อหาสาระ คือ ขยายมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือให้ครอบคลุมอาวุธทุกประเภท  ขณะเดียวกัน

ยูเอ็นก็ห้ามไม่ให้เกาหลีเหนือซื้อขายอาวุธขนาดเล็กและกระสุนอาวุธเบา ตลอดจนแร่ธาตุและโลหะบางชนิด ตลอดจนสนับสนุนให้รัฐสมาชิกทำลายวัสดุใดๆ ที่ต้องสงสัยว่าเกาหลีเหนือกำลังละเมิดข้อมติ 1874

ดังนั้นหากเกาหลีเหนือส่งอาวุธให้รัสเซียจริง จะเป็นการละเมิดมติของสหประชาชาติที่ห้ามเกาหลีเหนือขายอาวุธให้กับประเทศอื่น และเป็นที่มาของการออกมาเตือนจากทางรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายคาดว่าเกาหลีเหนืออาจเมินคำขู่ของสหรัฐฯ และขายอาวุธให้รัสเซีย  แต่คำถามที่สำคัญคือ อาวุธเหล่านี้จะเปลี่ยนทิศทางของสงครามในยูเครนได้หรือไม่

แพทริเซีย ลูอิส นักวิเคราะห์และผู้อำนวยการโครงการความมั่นคงระหว่างประเทศจากชาธามเฮาส์ของสหราชอาณาจักร ให้ความเห็นเรื่องการขายอาวุธของเกาหลีเหนือให้แก่รัสเซีย โดยระบุว่า อาวุธของเกาหลีเหนือจะไม่เปลี่ยนสมดุลของสงครามยูเครนที่ดำเนินอยู่ในทันที เนื่องจาก 2 ปัจจัยหลักคือ เวลาในการขนส่งและคุณภาพของอาวุธ

สำหรับประเด็นแรก ระยะเวลาในการขนส่งอาวุธผู้อำนวยการโครงการความมั่นคงระหว่างประเทศให้ความเห็นว่า หากทั้งสองผู้นำทำข้อตกลงขนส่งอาวุธจริง การขนส่งอาวุธจากเกาหลีเหนือไปยังรัสเซีย จะต้องข้ามทางรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย จากวลาดิวอสต็อกทางตะวันออก ไปยังมอสโกทางตะวันตก มีระยะทางไกล 9,173 กิโลเมตร และใช้เวลานานหลายวัน

ส่วนประเด็นที่สอง คุณภาพของอาวุธ ผู้อำนวยการโครงการความมั่นคงระหว่างประเทศระบุว่า แม้เกาหลีเหนือจะมีอาวุธที่รัสเซียต้องการ แต่อาวุธเหล่านั้นไม่ได้มีคุณภาพสูงมากพอที่จะสร้างความได้เปรียบในสนามรบ ความเห็นเช่นนี้สอดคล้องกับการประเมินของ IISS ที่ชี้ให้เห็นว่าอาวุธของเกาหลีเหนือมีความแม่นยำต่ำมาก

ย้อนกลับไปในปี 2010 ระหว่างการทิ้งระเบิดด้วยปืนใหญ่ของเกาหลีเหนือบนเกาะยอนพยองของเกาหลีใต้ เกาหลีเหนือได้ยิงอาวุธประมาณ 300-400 ครั้ง แต่มีเพียงแค่ 80 ครั้งเท่านั้นที่เข้าสู่เป้าหมายบนพื้นดิน หรือราวร้อยละ 26 ส่วนที่เหลือตกลงไปในน้ำก่อนถึงเกาะยอนพยอง

บรูซ เบนเนตต์ นักวิเคราะห์อาวุโสด้านความมั่นคงประจำสถาบันวิจัยแคลิฟอร์เนีย ระบุว่า หากรัสเซียซื้ออาวุธจากเกาหลีเหนือ รัสเซียอาจเผชิญกับปัญหาอาวุธมีความแม่นยำต่ำจนทำให้เกิดความไม่พอใจได้

ทั้งนี้ แพทริเซีย ลูอิส ผู้อำนวยการโครงการความมั่นคงระหว่างประเทศ ให้ความเห็นที่ต่างออกไปว่า รัสเซียอาจรู้เรื่องความแม่นยำของอาวุธเกาหลีเหนือดี แต่รัสเซียไม่ได้มีทางเลือกมากนัก เนื่องจากจีนที่เป็นพันธมิตรและมีอาวุธประเภทที่รัสเซียต้องการ ก็ยืนยันจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่ส่งออกอาวุธไปยังประเทศที่มีความขัดแย้ง

ประกาศแจ้งจ่ายเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด "เข้าบัญชี 18 ก.ย.2566" แน่นอน

ส่อง “ร้านอาหารเกาหลีเหนือ” ในต่างประเทศ ไม่มีลูกค้าแต่เงินสะพัด

ส่องสีใหม่ "iPhone 15" และ "iPhone 15 Pro" ก่อนเปิดตัวกันยายนนี้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ