สถานการณ์คอซอวอเดือด! หลังมือปืนชาวเซิร์บ 30 คนบุกยึดโบสถ์


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ความขัดแย้ง คอซอวอ-เซอร์เบีย ส่อแววบานปลาย หลังมีคนกลุ่มหนึ่งควงปืนและบุกยึดโบสถ์ ซึ่งมีชาวเซอร์เบีย ชนชาติคู่ขัดแย้งของคอซอวออาศัยอยู่

นอกจากความขัดแย้งสงครามยูเครน  ตอนนี้อีกพื้นที่หนึ่งที่เป็นจุดเสี่ยงและมีโอกาสเกิดความขัดแย้งอีกจุดหนึ่งในยุโรปคือ คอซอวอ พื้นที่ในคาบสมุทรบอลข่าน หลังจากคอซอวอและเซอร์เบียต่างโจมตีกันไปมาอยู่เป็นระยะ ล่าสุดความขัดแย้งส่อแววบานปลาย จากเหตุการณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น โดยความวุ่นวายเริ่มต้นจากการที่มีตำรวจคอซอวอนายหนึ่งถูกยิงที่บริเวณหมู่บ้านบานช์สกา เมืองโยเชวิก ทางตอนเหนือของคอซอวอ ไม่ไกลนักจากชายแดนเซอร์เบีย และเป็นพื้นที่ที่มีชาวเซอร์เบียอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

ตำรวจคอซอวอปะทะคนร้าย 30 คนบุกยึดโบสถ์ ตาย 4 คน

คอซอวอ-เซอร์เบีย ความขัดแย้งแห่งภูมิภาคบอลข่าน

หลังจากนั้นมือปืนชาวเซิร์บกว่า 30 คน ได้เข้าบุกยึดโบสถ์ออร์โธดอกซ์ของหมู่บ้านบานช์สกา และยิงปะทะต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจคอซอวอ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การต่อสู้ระหว่างตำรวจคอซอวอและกลุ่มมือปืนเกิดขึ้นอย่างดุเดือดตลอดทั้งวัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกโจมตีด้วยอาวุธหนักนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นระเบิด หรือเครื่องยิงจรวดชนิดประทับบ่า ขณะที่กลุ่มนักบวชและผู้แสวงบุญต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในโบสถ์ดังกล่าวนานหลายชั่วโมง

หลังการปะทะสิ้นสุดลง ทางการคอซอวอรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ พร้อมกับแพร่ภาพนิ่งของกลุ่มผู้ก่อเหตุออกมาด้วย ขณะเดียวกัน ทางการคอซอวอระบุว่า ผลจากการต่อสู้อย่างดุเดือดตลอดทั้งวัน ทำให้มือปืน 3 รายเสียชีวิต และบางส่วนถูกทางการจับกุมตัวไว้ได้

ก่อนที่ในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา อัลบิน เคอร์ติ นายกรัฐมนตรีคอซอวอ ได้ออกมารายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าผลการสืบสวนหลังจากนี้ จะทำให้ได้ข้อมูลที่กระจ่างขึ้นว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้

ในวันเดียวกัน นายกฯ เคอร์ติของคอซอวอ พร้อมกับประชาชนบางส่วนในกรุงพริสทีนา ทำพิธีจุดเทียนไว้อาลัยให้แก่อาฟริม บุนยาคู นายตำรวจชาวคอซอวอที่ถูกยิงเสียชีวิตด้วย

แม้จะยังไม่มีการยืนยันที่แน่ชัดว่าใครอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ส่งมือปืนบุกยึดโบสถ์ในคอซอวอ  แต่สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า นายกฯ คอซอวอ ได้กล่าวโทษรัฐบาลเซอร์เบียว่าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ความไม่สงบครั้งนี้   โดย นายกฯ คอซอวอ ได้ใช้คำเรียกกลุ่มผู้ก่อเหตุว่า “Serbia-sponsored criminals” หรือ อาชญากรที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเซอร์เบีย

ด้านอเล็กซานดาร์ วูชิช ประธานาธิบดีเซอร์เบีย ก็ได้ออกมาแถลงข่าวเช่นเดียวกัน โดยยืนยันเหตุการณ์การบุกยึดโบสถ์ที่เกิดขึ้นประธานาธิบดีวเซอร์เบียระบุว่า กลุ่มมือปืน 30 คนถูกปิดล้อมและโจมตีอย่างโหดร้าย โดยมือปืน 2 ใน 3 คนที่เสียชีวิต ถูกยิงด้วยปืนสไนเปอร์จากระยะไกล ซึ่งทางการคอซอวอไม่ได้มีเหตุผลอะไรที่ต้องทำเช่นนั้น

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีเซอร์เบียยังได้กล่าวประณามการกระทำของตำรวจคอซอวอ ที่ปฏิเสธมอบความช่วยเหลือให้กับมือปืนชาวเซิร์บที่ได้รับบาดเจ็บ ทางการเซอร์เบียยืนยันว่ามีหลักฐานเรื่องนี้และกำลังแปลเอกสารเพื่อเตรียมเผยแพร่หลังจากนี้

ก่อนที่ประธานาธิบดีเซอร์เบียจะกล่าววิจารณ์นายกฯ เคอร์ตีของคอซอวอย่างตรงไปตรงมาว่าละทิ้งประชาชน และไม่มีใครต้องการสงครามเท่านายกฯ คอซอวอรายนี้อีกแล้ว

หลายฝ่ายกังวลว่าเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในคอซอวอครั้งนี้ อาจทำให้ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายรุนแรงขึ้นและอาจบานปลายกลายเป็นสงครามใหญ่อีกแห่งคาบสมุทรบอลข่าน จนบั่นทอนเสถียรภาพในยุโรป  คอซอวอตั้งอยู่ตรงไหนและทำไมจึงกลายเป็นอีกจุดหนึ่งที่หลายฝ่ายในยุโรปต้องเฝ้าระวัง

คอซอวอเป็นประเทศที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส พื้นที่ทางตอนเหนือติดกับชายแดนเซอร์เบีย ที่นี่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นคนเซิร์บ คาดกันว่ามีราว 50,000 คนคนเหล่านี้ไม่ยอมรับเอกราชของคอซอวอ เนื่องจากมองว่าพื้นที่นี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของเซอร์เบีย อย่างไรก็ตามในมุมของคอซอวอ ชาวเซิร์บกลุ่มนี้เป็นเพียงชนกลุ่มน้อยของประเทศ

ความขัดแย้งระหว่างคอซอวอและเซอร์เบียที่เกิดขึ้นจนถึงทุกวันนี้ ถือเป็นผลผลิตที่ตกค้างมาจากสงครามเย็น

ในช่วงที่โซเวียตยังเรืองอำนาจ ภูมิภาคบอลข่านเป็นที่ตั้งของประเทศขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจากการรวมหลายชาติพันธุ์ไว้ด้วยกันในนาม ยูโกสลาเวีย รัฐชาติที่มีขนาดเทียบเท่ากับสหราชอาณาจักรถูกปกครองโดยจอมพลโยซิป บรอซ ติโต ผู้ยึดมั่นในหลักการสังคมนิยม วัฒนธรรมและความเชื่อที่ต่างกันของผู้คนถูกกดเอาไว้  ดังนั้นสังคมรวมเป็นหนึ่งด้วยอุดมการณ์ทางการเมือง

ความแตกต่างด้านเชื้อชาติและความเชื่อจึงไม่เป็นปัญหามากนัก หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี 1991 กลุ่มชาติพันธุ์ในยูโกสลาเวียเริ่มแยกตัวก่อตั้งประเทศใหม่ แต่หนทางสู่เอกราชของกลุ่มต่างๆ ในยูโกสลาเวียไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากสลอบอตัน มิโลเซวิช ผู้นำยูโกสลาเวียที่ขึ้นมารับอำนาจต่อจากนายพลติโตในช่วงสิ้นทศวรรษ 1980 ไม่พอใจการแยกตัวของชาติพันธุ์ต่างๆ ในยูโกสลาเวีย

ความไม่พอใจดังกล่าวนำไปสู่สงครามใหญ่ในคาบสมุทรบอลข่านในช่วงปี 1991-1999 จนมีผู้เสียชีวิตหลักแสนคน ก่อนที่ชาติบอลข่านจะแยกตัวเป็นประเทศต่างๆ

คอซอวอก็ถือเป็นหนึ่งในชาติบอลข่านที่ต้องการประกาศเอกราช แต่ก็นำไปสู่สงครามเช่นเดียวกันในปี 1998-1999 จนมีผู้เสียชีวิตไปจำนวนมาก สถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงจนชาติตะวันตกหวั่นเกรงว่าจะเกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอัลเบเนียในคอซอวอ และตัดสินใจส่งกองกำลังของนาโตกว่า 50,000 นายไปปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพที่คอซอวอในปี 1999 สงครามในคอซอวอจบลงแตกต่างจากชาติบอลข่านอื่นๆ  เนื่องจากคอซอวอยังคงเป็นเขตการปกครองพิเศษของ เซอร์เบียภายใต้การดูแลของทหารนาโตกว่า 50,000 นาย

อย่างไรก็ดี  เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ปี 2008 คอซอวอตัดสินใจประกาศเอกราชแบบฝ่ายเดียวจากเซอร์เบีย และในปีนั้นมีประเทศต่างๆ ในโลกรับรองการประกาศเอกราชของคอซอวอถึง 53  ประเทศ จนถึงตอนนี้ มีประเทศที่รับรองเอกราชของ คอซอวอแล้ว 113 ประเทศ ยกเว้นเซอร์เบีย ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งของคอซอวอ

นี่จึงเป็นสาเหตุทำให้ทั้งสองชาติมีความขัดแย้งกันอยู่เป็นระยะๆ และหลายชาติในยุโรปพยายามไกล่เกลี่ยหาทางออกให้ทั้งสองชาติบรรลุสันติภาพได้โดยเร็ว

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สหภาพยุโรปและองค์การนาโตได้ยื่นข้อเสนอให้คอซอวอบังคับใช้แผนสันติภาพกับเซอร์เบีย เพื่อให้สามารถเข้าเป็นสมาชิกอียูและนาโตได้โดยเร็ว

ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมาหรือเพียง 8 วันก่อนเกิดเหตุยึดโบสถ์ทางตอนเหนือของคอซอวอ โจเซฟ บอเรลล์ ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงของสหภาพยุโรป ได้ออกมาเตือนทั้งคอซอวอและเซอร์เบียว่า  หากทั้งสองชาติไม่ปรับความสัมพันธ์ให้เป็นปกติและเจรจาร่วมกันเพื่อหาทางออกจากความขัดแย้ง ทั้งสองชาติจะไม่มีโอกาสได้เข้าเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปและต้องตามหลังชาติอื่นๆ ในภูมิภาคที่ค่อยๆ กลายเป็นสมาชิกอียู

อย่างไรก็ดี ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในคอซอวออาจกลายเป็นสงครามใหญ่จุดที่สองในยุโรป และดึงชาติอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องโดยคอซอวอมีพันธมิตรคือ ชาติตะวันตก ขณะที่เซอร์เบียมีพันธมิตรคือ รัสเซียลักษณะความขัดแย้งนี้แทบไม่แตกต่างจากสงครามในยูเครน มีตัวแสดงเช่นเดิม เพียงแค่เปลี่ยนภูมิประเทศ

ดังนั้น การออกมาเตือนให้เซอร์เบียและคอซอวอ ให้กลับเข้าสู่หนทางการเจรจาจึงไม่ใช่แค่การปรับความสัมพันธ์ แต่ยังเป็นการป้องกันไม่ให้รัสเซียใช้ความขัดแย้งของทั้งสองชาตินี้ สร้างสงครามที่สองต่อจากสงครามในยูเครน เพื่อบั่นทอนกำลังและเสถียรภาพของยุโรป

ด่วน! บุกค้นบ้าน “บิ๊กโจ๊ก” โยงพนันออนไลน์

ประกาศฉบับที่ 2 “พายุดีเปรสชัน” เตือน! ฝนตกหนัก 26-29 ก.ย. นี้

โปรแกรมการแข่งขัน เอเชียนเกมส์ 2022 ของนักกีฬาไทย วันที่ 25 ก.ย. 66

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ