"ไบเดน" ยอมรับ หวั่นการเมืองกระทบความช่วยเหลือให้ยูเครน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ท่ามกลางความปั่นป่วนวุ่นวายของการเมืองภายในสหรัฐฯ หลังจากประธานสภาผู้แทนราษฎรถูกถอดถอน และร่างกฎหมายงบประมาณประจำปีที่ยังค้างเติ่งในสภา เนื่องจาก ส.ส. พรรครีพับลิกันบางส่วนออกมาคัดค้านเรื่องการจัดสรรงบประมาณ รวมถึงส่วนที่จะให้ความช่วยเหลือทางการทหารกับยูเครน

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ และทำเนียบขาวเองจะเคยออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะไม่ยอมให้อะไรมาขัดขวางการส่งความช่วยเหลือของสหรัฐฯ และสหรัฐฯ จะยังยืนหยัดช่วยเหลือยูเครนในการสู้รบกับรัสเซียต่อไป

 แต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ( 4 ต.ค.) ผู้นำสหรัฐฯ ได้ออกมาแสดงความกังวลเป็นครั้งแรกว่า ความขัดแย้งการเมืองภายในจะส่งผลต่อความช่วยเหลือที่สหรัฐฯ จะมอบให้แก่ยูเครนในอนาคต

ยูเครนมีแผนใช้อาวุธจากชาติตะวันตกโจมตีรัสเซีย

เจ็บแต่จบ! สงครามรัสเซีย-ยูเครน มีโอกาสสิ้นสุดในปีนี้?

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ได้ออกมาตอบคำถามต่อสื่อมวลชนหลังจากเกิดความวุ่นวายในการเมืองสหรัฐฯ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การถอดถอนเควิน แมคคาธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรออกจากตำแหน่งจะกระทบต่อความช่วยเหลือที่สหรัฐฯ จะส่งให้แก่ยูเครนต่อไปหรือไม่

 ผู้นำสหรัฐฯ ก็ได้เผยออกมาว่า สถานการณ์การเมืองภายในเช่นนี้ทำให้เขากังวล ก่อนที่จะกล่าวต่อว่า เขาตระหนักดีว่าคนที่คัดค้านเป็นเพียง ส.ส. ส่วนน้อยเท่านั้น ขณะที่ ส.ส. ส่วนใหญ่จากทั้งฝั่งเดโมเครตและรีพับลิกันยังคงให้การสนับสนุนความช่วยเหลือทางการทหารต่อยูเครนเหมือนกับในช่วง 19 เดือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ไบเดนยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า ยังมีวิธีการอื่นอีกที่สหรัฐฯ จะสามารถส่งความช่วยเหลือให้แก่ยูเครนได้ โดยที่ไม่ต้องผ่านการรับรองจากรัฐสภา แต่ก็ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเป็นวิธีการแบบไหน

 อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ มีเวลาเหลือไม่มากนัก เนื่องจากทำเนียบขาวเคยออกมาเตือนว่าความช่วยเหลือที่สหรัฐฯ มอบให้แก่ยูเครนไปแล้วจะหมดลงภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าซึ่งขณะนี้กองทัพยูเครนกำลังพยายามรุกหนักในปฏิบัติการโต้กลับทางภาคตะวันออกและภาคใต้ ก่อนที่สภาพอากาศและสภาพสนามรบช่วงฤดูหนาวจะกลายเป็นอุปสรรค

ที่ผ่านมาสหรัฐฯ คือประเทศพันธมิตรที่สนับสนุนความช่วยเหลือทางการทหารรายใหญ่ที่สุดของยูเครนตั้งแต่เกิดสงคราม โดยมอบความช่วยเหลือด้านอาวุธยุทโธกรณ์ให้แก่ยูเครนไปแล้วเป็นมูลค่าราว 43 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

 อาวุธที่สหรัฐฯ เคยมอบให้แก่ยูเครนไปใช้ในการสู้รบก็เช่น รถถัง “เอ็ม-วัน อับรามส์” ยานเกราะจู่โจม “เอ็ม-ทู แบรดลีย์” ระบบยิงจรวดแบบหลายลำกล้อง “ไฮมาร์ส” โดรนสวิตซ์เบลด ระเบิดลูกปราย หรือกระสุนเจาเกราะยูเรเนียมสำหรับใช้กับรถถัง

 นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังเคยมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศเพื่อให้ยูเครนใช้สำหรับการปกป้องน่านฟ้าด้วย นั่นก็คือระบบป้องกันภัยทางอากาศ “แพทริออต”

แม้ว่าขณะนี้ กระบวนการจัดสรรงบประมาณของสหรัฐฯ จะต้องสะดุดลงชั่วคราว แต่สหรัฐฯ ก็กำลังพยายามหาทางออกเพื่อให้ยูเครนยังมีอาวุธเพียงพอที่จะสู้กับรัสเซียได้ ล่าสุดสำนักข่าว CNN รายงานผ่านการเปิดเผยของกองบัญชาการภาคพื้นตะวันออกกลางสหรัฐฯ ว่า  สหรัฐฯ ได้จัดส่งกระสุนให้แก่ยูเครนเพิ่มเติมแล้วตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

 เป็นกระสุนขนาด 7.62 มิลลิเมตร ราว 1.1 ล้านชุด ซึ่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ยึดมาได้จากอิหร่านขณะกำลังจัดส่งให้แก่กบฎฮูตีในเยเมนอย่างผิดกฎหมายเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วอีกทั้งสหรัฐฯ กำลังพยายามหาทางส่งอาวุธอื่นๆ ที่ยึดมาได้ให้แก่ยูเครนเพิ่มเติมอีกเช่นกัน เช่น ปืนไรเฟิล หรือขีปนาวุธต่อต้านรถถัง

 นี่อาจเป็นข่าวดี หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีสัญญาณไม่ค่อยดีนักจากชาติพันธมิตรนาโตว่า หลายประเทศเหลือกระสุนอยู่ในคลังไม่มากนัก หรือบางประเทศก็แทบไม่เหลือเลย ซึ่งทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าปัญหาดังกล่าวจะส่งผลต่อการรุกคืบของยูเครนเพื่อยึดพื้นที่คืน

ขณะที่ความไม่แน่นอนในการเมืองสหรัฐฯ สร้างความหวาดหวั่นให้แก่หลายฝ่ายว่า ยูเครนจะมีอาวุธเพียงพอในการต้านทานรัสเซียต่อไปได้อีกนานแค่ไหน ล่าสุด นายกรัฐมนตรีเยอรมนีได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า สหรัฐฯ จะสามารถฝ่าฟันปัญหาความชะงักงันที่เกิดขึ้น และอนุมัติความช่วยเหลือสนับสนุนยูเครนได้ 

ในระหว่างการแถลงข่าวต่อสื่อที่กรุงเบอร์ลิน โอลาฟ ชอล์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนีได้ออกมากล่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ของชาติพันธมิตรอย่างสหรัฐฯ โดยหลังจากที่ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีไบเดน พร้อมพันธมิตรรายอื่น เช่น สหราชอาณาจักร แคนาดา ญี่ปุ่น โปแลนด์ สหภาพยุโรป และนาโตเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผู้นำเยอรมนียังคงเชื่อมั่นว่า รัฐสภาสหรัฐฯ จะสามารถยุติปัญหาภายในและอนุมัติงบประมาณความช่วยเหลือให้แก่ยูเครนได้ในท้ายที่สุด

แม้ว่าสัญญาณจากชาติพันธมิตรของยูเครนจะยังค่อนข้างเป็นไปในทางบวกว่า สหรัฐฯ จะสนับสนุนยูเครนในสู้รบกับรัสเซียต่อไปได้ รวมถึงยังมีชาติพันธมิตรอื่นๆ ที่คอยส่งความช่วยเหลือให้แก่ยูเครน เช่น สหภาพยุโรปที่เพิ่งประกาศเสนอร่างแพ็กเกจสนับสนุนทางการทหารไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม หนึ่งผู้ที่จะได้รับผลกระทบจากความโกลาหลในการเมืองสหรัฐฯ จนไม่สามารถผ่านงบประมาณออกมาได้นั้น คงหนีไม่พ้นทหารยูเครนที่กำลังรบอยู่ที่แนวหน้า โดยทหารยูเครนรายหนึ่ง ซึ่งประจำการอยู่ที่แนวรบทางภาคตะวันออกในแคว้นโดเนตสก์ระบุว่า นี่อาจทำให้สู้รบได้ยากลำบากขึ้นและสงครามอาจยืดเยื้อจากการขาดยุทโธปกรณ์สมัยใหม่ที่มีประสิทธิภาพในการรบ

 เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าสหรัฐฯ คือพันธมิตรที่ส่งความช่วยเหลือให้ยูเครนอย่างมหาศาล แม้ว่าจะยังเหลือชาติพันธมิตรอื่นๆ ที่ยังให้การสนับสนุนด้านอาวุธอยู่ก็ตามแต่ไม่ว่าอย่างไร ทหารยูเครนก็จะหาทางต้านทานกองทัพรัสเซียต่อไปและจะได้รับชัยชนะในที่สุด

ปัญหาการผ่านงบประมาณประจำปีของสหรัฐฯ เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ปฏิบัติการโต้กลับเพื่อยึดดินแดนคืนกำลังรุกคืบแข่งกับเวลาที่เหลือไม่มากนัก ขณะนี้ยูเครนสามารถเจาะแนวรบหลักทางภาคใต้อย่างต่อเนื่อง แต่การรุกคืบก็ไม่ได้ดำเนินไปอย่างรวดเร็วสาเหตุหนึ่งเป็นเพราะยุทธศาสตร์การรบที่รัสเซียใช้อยู่ในขณะนี้

ที่ผ่านมา มีรายงานว่ากองทัพยูเครนสามารถรุกคืบไปได้อย่างต่อเนื่องทางหมู่บ้านโรโบตือนีและหมู่บ้านเวียร์โบเวียในแนวรบหลักของแคว้นซาโปริซเซียอย่างไรก็ตาม หลังจากที่กองทัพยูเครนสามารถยึดคืนหมู่บ้านโรโบตือนีและสามารถเคลียร์สนามเพลาะแนวที่สองได้ที่หมู่บ้านทางเวียร์โบเวียได้ การรุกคืบก็เป็นไปได้เพียงทีละน้อยเท่านั้น

 สาเหตุที่ปฏิบัติการโต้กลับยังคงรุกคืบไปได้ไม่รวดเร็วนัก ไม่ได้เป็นเพียงเพราะแนวสนามเพลาะและทุ่นระเบิดที่กองทัพรัสเซียวางไว้อย่างหนาแน่นเท่านั้น

 แต่เป็นเพราะยุทธศาสตร์การรบที่กองทัพรัสเซียใช้อยู่ในขณะนี้ด้วย เป็นยุทธศาสตร์ที่มีชื่อว่า “การป้องกันแบบยืดหยุ่น” หรือ elastic defence ในการใช้ยุทธวิธีดังกล่าว กองทัพรัสเซียจะยอมถอยกลับออกจากพื้นที่ เพื่อให้กองทัพยูเครนรุกคืบเข้ามา

จากนั้นค่อยโจมตีฝ่ายยูเครนขณะที่กำลังเคลื่อนพลข้ามพื้นที่โล่ง หรือขณะที่เคลื่อนพลมายังฐานที่มั่นที่ฝ่ายรัสเซียจงใจทิ้งร้างเอาไว้ นักวิเคราะห์ด้านยุทธศาสตร์การทหารระบุว่า จุดประสงค์ของยุทธวิถีเช่นนี้เป็นไปเพื่อป้องกันไม่ให้ยูเครนสามารถยึดพื้นที่เพื่อใช้เป็นฐานเคลื่อนพลต่อไปยังแนวรบที่ลึกกว่านี้ได้ และเพื่อให้สามารถโจมตีตอบโต้ได้อย่างเด็ดขาด

นอกจากปฏิบัติการโต้กลับแล้ว อีกสมรภูมิหนึ่งที่เป็นที่จับตาคือบริเวณทะเลดำ ซึ่งที่ผ่านมาเกิดการโจมตีและการปะทะกันอย่างต่อเนื่องล่าสุดหลังจากเกิดการโจมตีครั้งใหญ่ที่กองบัญชาการกองเรือทะเลดำในคาบสมุทรไครเมีย ประธานาธิบดีรัสเซียก็ได้ออกมาส่งสัญญาณที่น่าสนใจ

วันนี้มีรายงานจากสื่อของรัสเซียว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ได้ลงนามสร้างฐานทัพเรือในทะเลดำ

ฐานทัพเรือแห่งนี้จะมีที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทะเลดำในแคว้นอับคาเซีย แคว้นที่รัสเซียสนับสนุนให้ประกาศแยกตัวออกมาจากจอร์เจียเมื่อปี 2008 โดยผู้นำแคว้นอับคาเซียได้ออกมาระบุว่า ฐานทัพเรือรัสเซียที่กำลังจะมาสร้างในอนาคตนั้นเป็นท่าเรือแบบถาวร

 นี่เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดจากฝ่ายรัสเซีย หลังจากยูเครนโจมตีเป้าหมายทางการทหารในคาบสมุทรไครเมียอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการโจมตีครั้งหนึ่งที่รุนแรงที่สุดคือที่ฐานทัพเรือที่เมืองเซวัสโตปอล ฐานทัพเรืออันเป็นที่ประจำการของกองเรือทะเลดำ

โดยหลังจากการโจมตีฐานทัพเรือครั้งใหญ่ มีรายงานจากหนังสือพิมพ์ วอล สตรีท เจอร์นอล ว่ารัสเซียได้เริ่มถอนกองเรือทะเลดำออกจากฐานทัพเรือในไครเมียแล้ว

โปรแกรมการแข่งขันกีฬา เอเชียนเกมส์ 2022 วันที่ 5 ต.ค. 66 ของนักกีฬาไทย

จัด “คอมมานโด” ทวงคืนวัดบางคลาน เรียก “สว.กิตติศักดิ์” พบ | 3 ต.ค. 66 | เข้มข่าวใหญ่

ค่าเงินบาทวันนี้ เปิดตลาดแข็งหลุด 37 เม็ดเงินต่างชาติชะลอไหลออก

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

COUNTDOWN TO PARiS

COUNTDOWN TO PARiS

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ