กต. เผย แรงงานไทยในอิสราเอลขอกลับเพิ่ม เร่งประสานขอเข้าน่านฟ้า

โดย PPTV Online

เผยแพร่

โฆษก กต. เผย ขณะนี้มีคนไทยในอิสราเอลประสงค์เดินทางกลับประเทศ 3,862 คน เร่ง ประสานขอเข้าน่านฟ้า ทยอยอพยพจนครบ ส่วนศพผู้เสียชีวิต ชี้ ยังอยู่ระหว่างรอตรวจสอบอัตลักษณ์ ย้ำ ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เหตุ บางข่าวยังไม่ทราบข้อเท็จจริง

นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุมศูนย์ประสานงานฉุกเฉิน (Rapid Response Center) หรือ RRC ว่า นางสาวพรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้แจ้งถึงความคืบหน้าของสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานจำนวนผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และบุคคลที่ถูกจับไปเป็นตัวประกันเพิ่มเติม เพราะยังต้องรอการยืนยันจากทางการอิสราเอลอีกครั้งหนึ่ง  

 

 

 

แต่สำหรับจำนวนผู้ลงทะเบียนว่าประสงค์จะเดินทางกลับไทย ได้รับรายงานเพิ่มเติมว่ามี 3,862 คนแล้ว ส่วนผู้ที่ไม่ประสงค์เดินทางกลับมี 52 คน   

ดังนั้นเที่ยวบินแรกของสายการบินอิสราเอลแอร์ไลน์ ที่จะนำคนไทยในอิสราเอล 15 คนเดินทางกลับประเทศ จะเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ ในเวลา 10.35 น. โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ และดำเนินการตรวจสุขภาพร่างกาย รวมถึงจิตใจทันทีที่เดินทางมาถึง ตามระเบียบและขั้นตอนต่างๆ ขณะนี้กระทรวงแรงงานจึงอยู่ระหว่างประสานขอรายชื่อผู้ที่จะเดินทางกลับ

จากนั้น ในวันที่ 15 ตุลาคม ทางกองทัพอากาศ (ทอ.) จะส่งเครื่องบินแอร์บัส-340 เดินทางไปรับคนไทยในอิสราเอลเพิ่มเติมอีก 140 คน และในวันที่ 18 ตุลาคม ก็จะรับอีก 80 คน ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง พร้อมวางแผนจัดตารางไฟลท์บิน เพื่อดำเนินการประสานงานขออนุญาตทางการอิสราเอลเดินทางเข้าน่านฟ้า และทยอยนำคนไทยกลับมาจนครบ โดยจะคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นลำดับแรก ดังนั้นขอยืนยันว่าการช่วยเหลือคนไทยอพยพกลับมาไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพราะรัฐจะเป็นผู้ดำเนินการให้ทั้งหมด จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับตอบรับที่ดี แต่เราจะยังไม่ขนส่งศพของผู้เสียชีวิตกลับมาด้วย เพราะต้องรอทางการอิสราเอลพิสูจน์อัตลักษณ์ก่อน 

ส่วนแรงงานไทยที่ได้เดินทางกลับมาประเทศเองด้วยเครื่องบินพาณิชย์นั้น ย้ำว่า สามารถเดินทางกลับมาเองได้ เพราะน่านฟ้าอิสราเอลยังเปิดอยู่ แต่อาจจะต้องรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายเอง อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศ ขอให้วางใจว่าเราพร้อมให้การดูแลทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ไปทำงานอย่างถูกกฎหมาย หรือ ผิดกฎหมาย เพราะนี่ถือเป็นสภาวะสงคราม ที่เราจะต้องดูแลประชาชนทุกคน หากสามารถติดต่อและรวมพลได้ปลอดภัย ก็จะอพยพคนกลับตามลำดับความจำเป็น

นอกจากนี้ นางกาญจนา ยังกล่าวถึงกรณีที่ทางการอิสราเอลได้เคลื่อนย้ายแรงงานไทยบางส่วนไปยังพื้นที่ปลอดภัย ว่า เมื่อช่วงเช้า นางสาวพรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ชี้แจงไปแล้ว ว่าเป็นการเคลื่อนย้ายแรงงาน เพื่อไปทำงานกับนายจ้างใหม่ แต่ขอให้นายจ้างพิจารณาจังหวะการเริ่มงานที่เหมาะสมร่วมด้วย 

ส่วนคนไทยอีก 11 คน ที่ถูกกลุ่มฮามาสจับตัวไปเป็นตัวประกันนั้น สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ประสานกับมิตรประเทศ อาทิ หน่วยงานขององค์การสหประชาชาติ และสถานทูตในประเทศต่างๆ เพื่อช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับญาติที่ยังเป็นกังวล กระทรวงแรงงานได้เปิดสายด่วนหมายเลข 1694 เพิ่มเติม เพื่อให้ญาติสามารถประสานติดตามความคืบหน้าเรื่องการให้ความช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

อย่างไรก็ตาม เราไม่อยากให้ประชาชนตกใจ หรือ ตื่นตระหนก จากกระแสข่าวที่สื่อต่างๆนำเสนอ เพราะกระทรวงฯได้ส่งเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์ไปช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอลแล้ว อีกทั้งประเด็นที่เป็นข่าวหลายอย่างก็ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ และยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นมาอย่างไร  

 

ภาพจาก MAHMUD HAMS / AFP

“ฉนวนกาซา” คือที่ไหน? บ้านหลังสุดท้ายหรือกรงขังชาวปาเลสไตน์

อิสราเอล ปิดล้อม "ฉนวนกาซา" ทุกด้าน ตัดน้ำ-ตัดไฟฟ้า –อาหาร

เปิดปฏิทินวันหยุดตุลาคม 2566 เช็กวันหยุดราชการ-วันสำคัญ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ