อิสราเอล ประกาศเตรียมปฏิบัติการภาคพื้นดิน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาสที่เข้าสู่วันที่ 5 ยังไม่มีท่าทีว่าจะยุติ ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อิสราเอลยังคงโจมตีทางอากาศต่อฉนวนกาซาซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มฮามาสอย่างต่อเนื่องเมื่อคืนที่ผ่านมา พันธมิตรที่สำคัญของอิสราเอลประกาศความช่วยเหลือทางการทหารต่ออิสราเอลเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่า

ขณะที่กระทรวงกลาโหมของอิสราเอลประกาศเตรียมพร้อมการปฏิบัติการภาคพื้นดินหลังจากระดมกำลังสำรองได้ 360,000 นาย พร้อมประกาศว่าสงครามเพิ่งเริ่มต้น

เมื่อคืนที่ผ่านมา (10 ต.ค.)โยอาฟ กัลแลนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล ออกมาประกาศลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพลใกล้กับเขตแดนฉนวนกาซา

รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลระบุว่า การโจมตีกลุ่มฮามาสจะยกระดับขึ้นไปเรื่อยๆ โดยสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากปฏิบัติการทางอากาศ คือการใช้กองกำลังภาคพื้นดิน

อิสราเอล ปิดล้อม "ฉนวนกาซา" ทุกด้าน ตัดน้ำ-ตัดไฟฟ้า –อาหาร

ย้อนรอยเหตุรุนแรงอิสราเอล-ปาเลสไตน์ช่วงปี 2005-2023

นี่สอดคล้องกับคำพูดของ ริชาร์ด เฮชต์ โฆษกกองทัพอิสราเอลที่แถลงว่า ขณะนี้กองทัพอิสราเอลได้ควบคุมพื้นที่พรมแดนด้านที่ติดกับกาซาได้หมดแล้ว และการอพยพประชาชนออกจากชุมชนบริเวณชายแดนทั้งหมดทำได้เกือบเสร็จสิ้นแล้ว

ก่อนหน้านี้มีภาพการส่งรถถังจำนวนมากของกองทัพอิสราเอลเข้าประจำการบริเวณชายแดนฉนวนกาซา รวมถึงภาพการระดมกำลังพล ทั้งพลประจำการและพลสำรองจากทั้งในและต่างประเทศ โดยรายงานระบุว่า กำลังพลทั้งหมดที่อิสราเอลมีอยู่ขณะนี้สูงถึง 360,000 นาย

นี่คือการประกาศชัดๆ เป็นครั้งแรกของอิสราเอลในเรื่องการส่งกำลังภาคพื้นดินเข้าฉนวนกาซา เพื่อกวาดล้างกลุ่มฮามาสและช่วยเหลือตัวประกันที่ถูกจับไป

การโจมตีของฮามาสเกิดขึ้นเมื่อวันเช้าวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเริ่มจากการโจมตีทางอากาศด้วยขีปนาวุธกว่า 5,000 ลูก จากนั้นก็ตามมาด้วยการส่งกำลังภาคพื้นดินเข้ามาในหลายเมืองทางตอนใต้ของอิสราเอล ก่อนจะบุกเข้าไปสังหารพลเรือนในชุมชนต่างๆ อย่างโหดเหี้ยม

กองกำลังป้องกันตนเองของอิสราเอลหรือ IDF ถูกส่งเข้าพื้นที่ทันที ก่อนจะมีการปะทะกันอย่างดุเดือด IDF ประกาศควบคุมพื้นที่ทั้งหมดได้เมื่อเช้าวันอังคารที่ผ่านมา ก่อนจะเข้าเคลียร์พื้นที่สำรวจความเสียหาย

จุดหนึ่งที่มีการสังหารพลเรือนมากที่สุดคือ ที่เทศกาลดนตรีซูเปอร์โนวา ที่จัดขึ้นที่คิบบุตซ์ Re’im ไม่ไกลนักจากชายแดน

ฉนวนกาซาที่นี่มีคนถูกสังหารไป 260 คน จุดนี้ใกล้กับถนนสาย 232 ซึ่งขณะนี้เป็นจุดรวมกำลังหรือฐานหลักของกองทัพอิสราเอล รถถังจำนวนมากถูกส่งเข้ามาที่นี่ อีกจุดหนึ่งที่พบการสังหารหมู่คือ คิบบุตซ์ในเขตเบเอรี ( Beeri) ใกล้ฉนวนกาซา ที่นี่พบร่างผู้เสียชีวิตกว่า 100 ราย

ขณะที่สุสานแห่งหนึ่งในกรุงเยรูซาเลม เหมืองหลวงของอิสราเอล มีกลุ่มอาสาสมัครมาช่วยกันขุดหลุม สำหรับทำพิธีฝังศพทหาร 169 นายที่ถูกสังหารจากการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวที่เกิดขึ้นจากกลุ่มฮามาส พร้อมประชาชนชาวอิสราเอลจำนวนหนึ่งที่มาร่วมพิธีด้วยความโศกเศร้า

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ( 11 ต.ค.) สำนักข่าวรอยเตอร์ เปิดเผยภาพของกลุ่มฮามาสนับสิบคนที่ใช้มอเตอร์ไซค์ เป็นพาหนะพร้อมอาวุธหนักครบมือเข้าประชิดที่ชุมชน ก่อนจะเข้ากราดยิงผู้คนแบบไม่เลือกหน้า นอกเหนือจากการเสียชีวิตของพลเรือน กระทรวงกลาโหมอิสราเอล ระบุว่า พบศพกลุ่มติดอาวุธฮามาส ประมาณ 1,500 ศพในบริเวณดังกล่าว

การประกาศปฏิบัติการภาคพื้นดินของอิสราเอล เกิดขึ้นหลังโจมตีทางอากาศใส่ฉนวนกาซา 4 วัน 4 คืนติดต่อกัน นับตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.ซึ่งเป็นวันที่ฮามาสโจมตีอิสราเอล

ภาพการโจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา หนักหน่วงและรุนแรงเช่นเดิมท้องฟ้าเหนือแผ่นดิน 360 ตารางกิโลเมตรของฉนวนกาซาแดงฉานจากเพลิงที่ลุกไหม้หลังขีปนาวุธกระทบเป้าหมาย เสียงดังสนั่นกึกก้อง ท่ามกลางความเงียบงันของเมือง

ในขณะที่ทางฮามาสก็ตอบโต้กลับด้วยการยิงจรวดเข้าใส่อิสราเอล ในฉนวนกาซา หน่วยกู้ภัยและอาสาสมัครออกช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงนำร่างของผู้เสียชีวิตออกจากซากอาคารตลอดทั้งคืน

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ชาวกาซาในเขตคานยูนิสได้รวมตัวกันเพื่อร่วมพิธีฝังศพสมาชิกในครอบครัวที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล บรรยากาศในพิธีเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติของผู้เสียชีวิตได้วางดอกไม้และคัมภีร์ทางศาสนาตามศาสนพิธี เพื่อแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย  ก่อนที่ร่างของผู้เสียชีวิตทั้งหมดจะถูกนำไปฝังรวมกัน

การโจมตีหนักต่อเนื่องมาถึงช่วงเช้าและตลอดทั้งวันของวันนี้ หนึ่งในจุดที่ถูกทำลายเสียหายหนักคือ มหาวิทยาลัยอิสลามมิกในกาซาซิตี้ รวมถึงอาคารบ้านเรือนประชาชนและย่านการค้าของเมืองด้วย

จากการให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล โยอาฟ กัลแลนด์ การโจมตีทางอากาศเป็นเพียงขั้นตอนแรก ต่อจากนี้คือการใช้กองกำลังภาคพื้นดิน อย่างไรก็ตาม การส่งกำลังภาคพื้นดินเข้าไปเพื่อพลิกแผ่นดินตามล่าฮามาส สุ่มเสี่ยงให้เกิดวิกฤตมนุษยธรรมครั้งใหญ่ เนื่องจากลักษณะทางกายภาพของพื้นที่นี้

โดยฉนวนกาซาเป็นพื้นที่เล็กเพียง 360 ตารางกิโลเมตร มีความเป็นเมือง และประชากรหนาแน่นมาก โดยภายในพื้นที่ 360 ตารางกิโลเมตร มีคนอยู่ถึง 2.3 ล้านคน ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดในโลก

ที่นี่อยู่ในความปกครองของกลุ่มฮามาสหลังฮามาสเอาชนะการเลือกตั้งกลุ่มการเมืองสำคัญของปาเลสไตน์อย่าง องค์กรปลอดปล่อยปาเลสไตน์หรือ PLO ได้ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2006 ชัยชนะของฮามาสซึ่งมีแนวทางที่แข็งกร้าวทำให้อิสราเอลไม่พอใจ และทำการปิดล้อมฉนวนกาซาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

กว่า 17 ปีที่ชาวปาเลสไตน์กว่า 2.2 ล้านคนต้องอยู่อย่างยากลำบาก เนื่องจากทรัพยากรที่จำกัด กว่าครึ่งของคนเหล่านี้คือผู้ลี้ภัย ที่กระจัดกระจายอยู่ในค่าย 6 แห่งของฉนวนกาซา และดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยอาหารจากองค์กรบรรเทาทุกข์หรือยูเอ็น

หน่วยงานของยูเอ็นที่เป็นหลักคือ UNRWA หรือสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ ซึ่งตั้งขึ้นมา 1 ปีหลังสงครามอาหรับ-อิสราเอลครั้งแรกสิ้นสุดลง  UNRWA ยังทำหน้าที่จัดการศึกษาให้กับเด็กๆด้วย  นี่คือโรงเรียนที่ดำเนินการโดย UNRWA ที่หลายๆ คนเรียกว่าโรงเรียนยูเอ็น ที่โดดเด่นคือธงสีฟ้า สีสัญลักษณ์ของสหประชาชาติ องค์กรระหว่างประเทศที่ทำหน้าที่ผดุงและรักษาสันติภาพของโลก ในวันที่ฉนวนกาซาถูกโจมตีอย่างหนัก คนจำนวนมากหอบลูกหลานมาหลบภัยที่โรงเรียนแห่งนี้

เจ้าหน้าที่ของ UNRWA ให้สัมภาษณ์ AlJazeera เมื่อคืนที่ผ่านมาว่า หลังอิสราเอลเปิดการโจมตีอย่างทางอากาศ มีคนเข้ามาหลบภัยที่นี่แล้วเกือบ 200,000 คน และทาง UNRWA มีอาหารและน้ำดื่มให้คนเหล่านี้ได้ไม่เกิน 10 วัน ขณะที่กระแสไฟฟ้ามีให้ใช้อีกไม่เกิน 10 ชั่วโมงในขณะที่ศูนย์แจกจ่ายอาหารของยูเอ็นที่กระจายอยู่ทั้ง 14 จุดต้องปิดตัวลงเนื่องจากการโจมตีอย่างหนักทางอากาศ

ฉนวนกาซากำลังเผชิญกับวิกฤตมนุษยธรรมครั้งใหญ่หลังจากอิสราเอลเปิดการโจมตีครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ก่อนที่อีก 2 วันต่อมาจะประกาศปิดล้อมฉนวนกาซ่าแบบสมบูรณ์ ไม่ให้มีการส่งน้ำ อาหาร เวชภัณฑ์ เชื้อเพลิง และการบุกภาคพื้นดินอาจทำให้สถานการณ์แย่ลงไปมากกว่านี้

นอกเหนือจากมีผู้คนอยู่อย่างหนาแน่นแล้ว ความเสี่ยงหรือความเปราะบางของการส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าฉนวนกาซ่า คือ ฮามาสมีการสร้างระบบอุโมงค์ที่ซับซ้อนเอาไว้ที่นั่น ซึ่งอาจทำให้การต่อสู้เต็มไปด้วยความหนักหน่วง

เมื่อเดือนเม.ย. 2022 ทหารจากกองพลน้อยอัลกอตส์ ปีกการทหารที่สำคัญของฮามาสเปิดภาพอุโมค์ให้สื่อมวลชนกลุ่มหนึ่งได้เห็นอุโมงค์โผล่พ้นพื้นดินเพียงไม่กี่เมตร มีทางเดินแคบ มืด และยาวหลายกิโลเมตรก่อนที่จะไปโผล่อีกจุดหนึ่ง

ปืนครกถูกติดตั้งที่ทางเข้าอุโมงค์ต่างๆ อุโมงค์ใต้ดินเหล่านี้ไม่ใช่แค่ทางเดินแคบๆ แต่ภายในยังมีห้องขนาดใหญ่ที่ถูกขุดขึ้นอย่างต่อเนื่องนานหลายปี ห้องเหล่านี้ใช้ในการเก็บคลังอาวุธ เสบียง ไปจนถึงกักขังเชลยชาวอิสราเอล หนึ่งในสมาชิกกองพลให้สัมภาษณ์ในวันนั้นว่า นี่คือการเตรียมการครั้งสำคัญ

คาดการณ์กันว่า อุโมงค์นี้มีมีระยะทางยาวนับร้อยกิโลเมตร เป็นเครือข่ายเชื่อมต่อเมืองใหญ่ของฉนวนกาซา เช่น กาซาซิตี้และข่านยูนิส รวมถึงอาจมีจุดที่เชื่อมถึงชายแดนประเทศเพื่อนบ้านด้วยเครือข่ายอุโมค์นี้ไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะทางการทหารเท่านั้น แต่ยังเป็นเส้นทางลำเลียงอาหารและข้าวของที่จำเป็นสำหรับเลี้ยงคนในฉนวนกาซ่าในยามที่ถูกอิสราเอลปิดช่องทางเข้าออกปกติ นั่นก็คือ ผ่านช่องทาง Erez ซึ่งติดกับอิสราเอล และช่อง Rafah ซึ่งติดกับประเทศอียิปต์

เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ทางการสหรัฐฯ กำลังหารือกับเจ้าหน้าที่อิสราเอลและอียิปต์ ถึงความเป็นไปได้ในการเปิดเส้นทางเดินที่ปลอดภัยสำหรับพลเรือนในกาซา โดยคาดว่า เส้นทางหลักจะเป็นเส้นทางที่ผ่านด่าน Rafah

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดต่างๆ ยังคงอยู่ระหว่างการหารือในฝ่ายปฏิบัติ รวมถึงต้องหารือกับประเทศอียิปต์ และยังไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้ ที่สหรัฐฯ ต้องหารือกับอียิปต์ด้วย เพราะอียิปต์เป็นผู้หนึ่งในผู้มีสิทธิ์ควบคุมช่องทางชายแดนราฟาห์ (Rafah)

จุดแรกคือ จุด Erez ซึ่งอยู่ในความควบคุมของอิสราเอลแต่เพียงผู้เดียว ขณะนี้ถูกปิดตาย อีกจุดหนึ่งคือ จุด Rafah ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนอียิปต์ จุดนี้อิสราเอลและอียิปต์มีสิทธิ์ร่วมกันในการควบคุมการผ่านเข้าออกของคนและสินค้าต่างๆ ด่านชายแดนนี้เชื่อมต่อกับแหลมไซนายของอียิปต์

หลังการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ชาวกาซาจำนวนมากพากันหอบลูกจูงหลานไปที่ด่าน Rafah เพื่อหวังเดินทางเข้าไปในอียิปต์ วันจันทร์ที่ผ่านมา พบผู้คนประมาณ 800 คน ได้เดินทางออกจากกาซาเพื่อไปจุดผ่านแดนนี้ และมีประมาณ 500 คน ที่เดินทางเข้าไปยังอียิปต์แล้ว

แต่การอพยพของผู้คนกลับมีอุปสรรค หลังมีรายงานว่าอิสราเอลได้โจมตีทางอากาศและยิงขีปนาวุธอีก 4 ลูก ใส่บริเวณชายแดนราฟาห์ ในฝั่งปาเลสไตน์ นี่ถือเป็นการโจมตีทางอากาศครั้งที่ 3 ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา  มูลนิธิไซนายเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่า การโจมตีดังกล่าวส่งผลให้จุดข้ามแดนดังกล่าวต้องปิดชั่วคราว

ภาพของรถขนส่งสินค้าจากอียิปต์ที่กำลังจะผ่านจุดข้ามแดนเข้ามาฉนวนกาซา และต้องขับกลับออกไปอย่างรวดเร็วหลังมีขีปนาวุธยิงเข้ามา อย่างไรก็ตามกองกำลังอิสราเอลอ้างว่า การโจมตีในบริเวณดังกล่าว ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อไม่ให้ชาวปาเลสไตน์ข้ามแดน แต่เป็นการโจมตีอุโมงค์ใต้ดินของฮามาสที่ใช้ลักลอบขนสินค้าและอาวุธซึ่งอยู่บริเวณไม่ไกลจากจุดข้ามแดน

การยกระดับการโจมตีของอิสราเอลในกาซาในครั้งนี้  ทำให้ประธานาธิบดี อับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซีซี ของอียิปต์ ออกมาแสดงความกังวลถึงความอันตราย และอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค แต่ก็หวังว่า ะมีการหารือเพื่อแก้ปัญหานี้และนำไปสู่สันติภาพ

ที่ผ่านมาอียิปต์เป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์หลายครั้ง และเมื่อสถานการณ์ความขัดแย้งเกิดขึ้นอีก ทำให้หลายฝ่ายกำลังจับตามองอียิปต์ในการเล่นบทตัวกลางอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ แม้อียิปต์ จะเป็นหนึ่งในชาติสมาชิกของสันนิบาตอาหรับร่วมกับโลกอาหรับทำสงครามกับอิสราเอล แต่อียิปต์ก็เป็นชาติแรกในอาหรับ ที่ทำข้อตกลงยุติสงครามกับอิสราเอล และเป็นอาหรับชาติแรกที่ยอมรับการเกิดของรัฐอิสราเอลอย่างเป็นทางการเมื่อปี 1979 

"กลุ่มฮามาส" หาอาวุธในการถล่มอิสราเอลมาจากไหน?

สภาพอากาศวันนี้ ไทยเจอทั้งฝนทั้งหนาว! เตือน กทม.- 44 จว. ฝนตกหนัก

"จุลพันธ์" เผย เงินดิจิทัล 10,000 บาท ต้องลงทะเบียนและยืนยันตัวตนด้วย

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ