อิสราเอล เริ่มบุกฉนวนกาซาแบบจำกัดวง


โดย PPTV Online

เผยแพร่




หลังจากอิสราเอลได้ประกาศให้ประชาชนราว 1 ล้าน 1 แสนคนทางตอนเหนือของฉนวนกาซาอพยพลงใต้ภายใน 24 ชั่วโมงเพื่อความปลอดภัยใน

ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าอิสราเอลเตรียมเปิดฉากการโจมตีภาคพื้นตอบโต้กลุ่มฮามาสทำให้มีการอพยพลงใต้ครั้งใหญ่ของชาวปาเลสไตน์ท่ามกลางความกังวลของสหประชาชาติว่านี่จะเป็นวิกฤตทางมนุษยธรรมครั้งเลวร้ายด้วยฉนวนกาซาเป็นพื้นที่ที่ทั้งแออัดและถูกปิดตาย ขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตามเวลาในบ้านเรา อิสราเอลได้ประกาศ “จู่โจมแบบจำกัดวง” (localized raids) ในดินแดนฉนวนกาซา ถือเป็นสัญญาณชี้ว่าการโจมตีทางภาคพื้นกำลังเริ่มต้นขึ้น

โปรยใบปลิวแจ้งเตือน อพยพตอนเหนือของฉนวนกาซา 1 ล้านคนใน 24 ชั่วโมง

กต.ย้ำแรงงานไทย ไม่ใช้เป้าหมายกลุ่มฮามาส

กองกำลังป้องกันตนเองอิสราเอล หรือ IDF ประกาศว่ากองทหารราบและรถถังของอิสราเอลได้เริ่มทำการบุกฉนวนกาซาแบบจำกัดวง โฆษกของ IDF ระบุว่าการจู่โจมนี้เป็นไปเพื่อโจมตีหน่วยจรวดของฮามาสและค้นหาข้อมูลที่จะระบุให้ได้ว่า ฮามาสจับตัวประกันไปไว้ที่ไหนหลังกลุ่มติดอาวุธดังกล่าวเปิดฉากโจมตีอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่กองทัพอิสราเอลระบุว่า กองกำลังภาคพื้นดินของตัวเองได้เปิดฉากปฏิบัติการในฉนวนกาซาที่ถูกปิดล้อม และถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นการโจมตีภาคพื้นดินต่อสู่กับกลุ่มฮามาสตามที่มีการคาดการณ์กันไว้ก่อนหน้าหลังอิสราเอลประกาศจะทำลายล้างกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก

ส่วนที่เห็นอยู่นี้คือระเบิดที่ส่งเสียงดังกึกก้องหลายครั้งและกลุ่มควัน เหนือท้องฟ้าในฉนวนกาซาเมื่อช่วงเช้ามืดและช่วงเช้าที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ( 14ต.ค.)

ทั้งนี้ เพียงไม่นานหลังอิสราเอลมีประกาศเริ่มจู่โจมออกมา สำนักงานสื่อสารของฮามาสก็ออกมาระบุว่ามีประชาชน 70 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็กถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลพุ่งเป้าขบวนรถของผู้คนที่กำลังอพยพลงใต้ฉนวนกาซา อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความเห็นจากฝ่ายอิสราเอลต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว

ขณะเดียวกัน การโจมตีจากฝ่ายฮามาสก็ยังเกิดขึ้น ที่เห็นอยู่นี้คือภาพของ ‘เออร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน’ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางเยือนอิสราเอลเมื่อวานนี้กำลังหาที่หลบภัยหลังมีเสียงไซเรนเตือนภัยจรวดดังขึ้นในกรุงเทล อาวีฟ ของอิสราเอลเมื่อช่วงบ่ายวานนี้

โดยกองทัพอิสราเอลระบุว่า ได้สกัดจรวดที่ยิงจากฉนวนกาซาที่กลุ่มฮามาสยิงพุ่งเป้ามาที่ตอนเหนือของอิสราเอล ซึ่งนี่เป็นการโจมตีของกลุ่มฮามาสเพื่อตอบโต้อิสราเอลที่สั่งอพยพประชาชนในกาซา และนอกจากในกรุงเทล อาวีฟแล้ว เสียงไซเรนเตือนภัยยังดังขึ้นในเมืองใกล้เคียงด้วยเช่นกัน

หลังจากเมื่อวานนี้ อิสราเอลได้โปรยใบปลิวเหนือท้องฟ้าฉนวนกาซา สั่งให้ประชาชนกว่า 1 ล้านคนที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของฉนวนกาซาอพยพลงใต้ภายใน 24 ชั่วโมงเพื่อความปลอดภัย ซึ่งคาดกันว่านี่เป็นคำสั่งอพยพก่อนที่ปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นของอิสราเอลจะเกิดขึ้น ก็ทำให้มีชาวปาเลสไตน์จำนวนมากเร่งเก็บข้าวของอพยพหนีภัยลงใต้แม้กลุ่มฮามาสจะเรียกร้องให้ประชาชนอย่าอพยพตามคำสั่งของอิสราเอลก็ตาม

โดยภาพที่เห็นอยู่นี้คือการอพยพของชาวปาเลสไตน์ จะเห็นได้ว่ามีทั้งการอพยพด้วยรถยนต์และรถบรรทุกที่เต็มไปด้วยข้าวของและผู้คนที่เบียดเสียดกันไป ชาวปาเลสไตน์ที่ต้องอพยพบอกด้วยความคับแค้นว่า พวกเขาถูกบังคับให้ต้องอพยพไม่ต่างอะไรจากที่บรรพบุรุษของตัวเองโดนกระทำเลย

ก่อนมีคำสั่งอพยพ อิสราเอลได้ปิดล้อมฉนวนกาซาเอาไว้อย่างสมบูรณ์ทุกด้านตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา รวมถึงมีการตัดน้ำ ตัดไฟ ห้ามการส่งอาหาร เวชภัณฑ์เข้าพื้นที่ เพื่อเป็นการกดดันกลุ่มฮามาสที่โจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา

ในเอกสารที่ IDF ส่งถึงสหประชาชาติระบุว่า อิสราเอลต้องการให้ชาวปาเลสไตน์ที่อยู่ตอนเหนือของฉนวนกาซาใกล้อิสราเอลอพยพไปอยู่ทางด้านใต้ ใกล้กับวาดิ กาซา (Wadi Gaza) พื้นที่ชุ่มน้ำเล็กๆ ที่มีแม่น้ำที่คั่นระหว่างฉนวนกาซาทางเหนือ-ใต้ ไหลผ่าน โดยระบุว่าการสั่งให้อพยพคนเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของพลเรือน

อย่างไรก็ตาม คำสั่งอพยพในฉนวนกาซากว่า 1 ล้านคนภายในเวลา 24 ชั่วโมง ทำให้อิสราเอลถูกวิจารณ์หนักจากทั้งสหประชาชาติ หน่วยงานให้ความช่วยเหลือ และองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนว่าทั้งเป็นไปไม่ได้และผิดกฎหมาย 

‘อันโตนิโอ กูเตอร์เรส’ เลขาธิการสหประชาชาติชี้ว่า สถานการณ์ในฉนวนกาซาได้มาถึงจุดต่ำสุดครั้งใหม่ที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง พร้อมชี้ว่าคำสั่งของอิสราเอลในการเคลื่อนย้ายผู้คนกว่า 1 ล้านคนข้ามเขตสงครามที่มีประชากรหนาแน่นลงใต้ไปยังอีกพื้นที่ที่ไม่มีทั้งน้ำ อาหารหรือที่พักอาศัย ในขณะที่ดินแดนทั่วทั้งฉนวนกาซาถูกปิดล้อมทั้งเป็นไปไม่ได้และเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ในขณะที่ระบบสาธารณสุขของกาซาก็เสี่ยงล่มสลาย

เลขาธิการสหประชาชาติยังระบุว่า กำลังประสานกับผู้นำในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่องเพื่อหาทางลดความทุกข์ยากที่ประชาชนในพื้นที่กาซาต้องเผชิญ โดยย้ำว่าสิ่งต้องทำอย่างเร่งด่วนตอนนี้คือการเปิดทางให้มีการส่งความช่วยเหลือ ทั้งเชื้อเพลิง อาหาร และน้ำเข้าไปยังฉนวนกาซาพร้อมเรียกร้องยุติการโจมตีตอบโต้กัน ตลอดจนให้ทุกฝ่ายเคารพในกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและกฎหมายสิทธิมนุษยชน ที่พลเรือนต้องได้รับการปกป้อง

ภาพซากปรักหักพังของอาคารในเขตคานยูนิสทางตอนใต้ของฉนวนกาซาหลังถูกอิสราเอลโจมตีทางอากาศเมื่อคืนที่ผ่านมา จากภาพจะเห็นได้ว่าประชาชนและกู้ภัยต้องใช้มือเปล่าในขุดซากอิฐซากปูนเพื่อพยายามค้นหาผู้ที่อาจติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายคนจากการโจมตีดังกล่าว แต่ยังไม่มีการยืนยันตัวเลขที่ชัดเจน

อย่างไรก็ดี คลิปวิดีโอจากรอยเตอร์สแสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่การแพทย์ได้ลำเลียงผู้บาดเจ็บหลายคนมารักษาตัวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ซึ่งในจำนวนผู้บาดเจ็บมีเด็กรวมอยู่ด้วย

ส่วนภาพผู้บาดเจ็บชาวปาเลสไตน์คนหนึ่งกำลังถูกนำตัวลงจากรถบรรทุกที่จอดอยู่ด้านนอกโรงพยาบางแห่งหนึ่งเมื่อวาน โดยรายงานของรอยเตอร์สระบุว่าไม่สามารถยืนยันได้ว่าจุดที่เห็นในคลิปเกิดขึ้นที่ไหน แต่ระบุว่าการบาดเจ็บเกิดขึ้นจากขบวนรถของประชาชนที่อพยพออกจากกาซา ซิตี้ถูกยิงโจมตี

จนถึงตอนนี้มีรายงานว่า การโจมตีของฮามาสในอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่แล้วทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,300 คน และมีผู้บาดเจ็บ 3,418 คน โดย IDF ระบุว่ามีพลเรือนกว่า 120 คน ถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกันไว้ในกาซา

ส่วนการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในฉนวนกาซาเพื่อตอบโต้ฮามาส ส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2,215 คน และบาดเจ็บกว่า 8,714 คน

จะเห็นได้ว่าแม้สหประชาชาติและองค์กรสิทธิมนุษชนหลายแห่งประณามการโจมตีพลเรือนอิสราเอลของกลุ่มฮามาส แต่ขณะเดียวกันก็วิจารณ์ท่าทีตอบโต้กลับของอิสราเอลอย่างหนักเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำสั่งอพยพคนในฉนวนกาซาลงใต้กว่า 1  ล้านคนในเวลาอันจำกัด ที่สร้างความกังวลว่าจะทำให้เกิดหายนะด้านมนุษยธรรมตามมา ทำไมนี่เป็นประเด็นที่ต้องกังวล

หากเราย้อนไปดูพื้นที่ทั้งหมดของฉนวนกาซาที่มีอยู่ประมาณ 360 ตารางกิโลมตร จะเห็นได้ว่าเล็กมากเมื่อเทียบกับจำนวนชาวปาเลสไตน์ที่ต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นทั้งหมดกว่า 2.3 ล้านคน  และต้องไม่ลืมว่าฉนวนกาซาทั้งหมดถูกอิสราเอลปิดล้อมอย่างสมบูรณ์แล้ว

การบังคับอพยพประชากรเกือบครึ่งลงใต้ในขณะที่ทั้งดินแดนฉนวนกาซาขาดทั้งอาหาร น้ำ ไฟ และโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารสุข นี่ย่อมหมายถึงการผลักให้ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาต้องเผชิญสภาพความเป็นอยู่ที่แออัดเลวร้ายและเสี่ยงอันตรายยิ่งขึ้นจากการขาดปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต

โดยคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศระบุในแถลงการณ์ว่า การโจมตีของฮามาสในอิสราเอลไม่สามารถเป็นเหตุผลให้ความชอบธรรมการทำลายล้างฉนวนกาซาอย่างไร้ขีดจำกัดได้และข้อเรียกร้องให้ประชาชนทางตอนเหนือของกาซาอพยพเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ อียิปต์ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านทางใต้ของอิสราเอล และมีพรมแดนติดกับตอนใต้ของฉนวนกาซาถือเป็นช่องทางเดียวที่จะนำพลเรือนออกจากฉนวนกาซาที่ถูกปิดล้อมได้ แต่ด้วยความระมัดระวังต่อผลกระทบทางการเมืองและความมั่นคง ทางการอียิปต์ยืนยันว่าไม่อนุญาตให้ประชาชนจากกาซาข้ามแดนเข้ามายังอียิปต์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ระบุว่าจะอนุญาตให้มีการส่งความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เข้าไป

สหรัฐฯ พันธมิตรหลักของอิสราเอลถือเป็นอีกประเทศที่ต้องจับตาบทบาทในความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ รอบนี้

เมื่อวาน 13 ต.ค. ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ยืนยันว่าวิกฤตด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซาเป็นเรื่องที่ต้องแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน แต่ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ยืนยันพร้อมส่งความช่วยเหลือทางการทหารให้กับอิสราเอลเช่นกัน

ประธานาธิบดีไบเดนระบุว่า ชาวปาเลสไตน์ส่วนใหญ่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับฮามาส ตลอดจนการโจมตีที่น่าตกใจของกลุ่มฮามาส และชาวปาเลสไตน์เหล่านี้ก็กำลังเผชิญกับความยากลำบากเช่นกัน โดย ตอนนี้คณะทำงานของสหรัฐฯ อยู่ในตะวันออกกลางเพื่อปรึกษาหารือกับรัฐบาลต่างๆ ในภูมิภาคดังกล่าวเกี่ยวกับปัญหาวิกฤตด้านมนุษยธรรมในกาซา

อย่างไรก็ดี ไบเดนยืนยันว่าสหรัฐฯ จะยืนเคียงข้างอิสราเอลต่อต้านภัยคุกคามจากกลุ่มฮามาสที่ผู้นำสหรัฐฯ เรียกว่าเป็น “ปีศาจที่แท้จริง” (pure evil)

จุดยืนนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ สะท้อนชัดผ่านการเยือนตะวันออกกลางของทั้ง ‘ลอยด์ ออสติน’ รัฐมนตรีกลาโหมและ ‘แอทโทนี บลิงเคน’ รัฐมนตรีต่างประเทศ

โดยบลิงเคนเดินหน้าแสวงหาความร่วมมือจากผู้นำโลกอาหรับ รวมทั้งกาตาร์ในการร่วมประณามการก่อความรุนแรงของกลุ่มฮามาส พร้อมกล่าวว่าแม้สหรัฐฯ หารือกับอิสราเอลว่าต้องพยายามทุกวิถีทางในการหลีกเลี่ยงการทำให้เกิดอันตรายกับพลเรือน แต่ก็ยืนยันว่าไม่มีประเทศไหนทนได้หากมีกลุ่มก่อการร้ายบุกเข้ามาสังหารพลเรือนของตนเองแบบที่ฮามาสทำ และสิ่งที่อิสราเอลกำลังทำอยู่ตอนนี้ไม่ใช่การแก้แค้น แต่เป็นการปกป้องประชาชนของตนเอง

ขณะที่เมื่อวานออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ แถลงร่วมกับโยอาฟ กัลแลนท์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลในกรุงเทล อาวีฟ ระบุว่าตอนนี้อาวุธยุทโทปกรณ์และทรัพยากรอื่นๆ ถูกเร่งจัดส่งจากสหรัฐฯ เข้ามาสนับสนุนอิสราเอล “ป้องกันตนเอง” และสหรัฐฯ ก็พร้อมส่งความช่วยเหลือทางการทหารให้กับอิสรเอลอีกหากจำเป็น

ทั้งนี้ สำนักข่าวเอพีรายงานอ้างอิงเจ้าหน้าที่กลาโหมระดับสูงของสหรัฐฯ ว่านอกจากกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่ถูกส่งเข้ามายังทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแล้ว สหรัฐฯ ยังได้จัดหาระเบิดนำวิถีขนาดเล็ก (small diameter bombs) รวมถึงขีปนาวุธสกัดกั้นสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศไอรอน โดม ให้กับอิสราเอลแล้ว และกำลังจะจัดส่งให้เพิ่มขึ้นด้วย

และในขณะที่ลอยด์ ออสติน ปฏิเสธยืนยันว่าสหรัฐฯ กำลังส่งเที่ยวบินสอดแนมเข้ามาในภูมิภาคดังกล่าวหรือไม่ แต่เอพีระบุว่าสหรัฐฯ ได้สนับสนุนให้ความช่วยเหลือด้านข่าวกรองและการวางแผนอื่นๆ แก่อิสราเอล รวมถึงการจัดการกับสถานการณ์ตัวประกันด้วย

ล่าสุดมีประกาศยืดเวลาการอพยพจากกองทัพอิสราเอลว่าจะเปิดเส้นทางให้พลเรือนใน ‘ฉนวนกาซา’ อพยพลงไปทางใต้อีกรอบ ตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) รวม 6 ชม. หรือ 14.00-20.00 น. (ตามเวลาบ้านเรา) ผ่านถนน 2 สาย คือ อัล บาห์ร (Al-Bahr) และ ชาลาห์ อัล-ดิน (Salah al-Din)  โดยพลเรือนสามารถอพยพได้อย่างปลอดภัยผ่าน 2 เส้นทางนี้

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ